ThaiPublica Channel “ซันสวีท” จากฐานเกษตรสู่ตลาดเมือง พร้อมยกระดับองค์กรผ่าน JUMP+

“ซันสวีท” จากฐานเกษตรสู่ตลาดเมือง พร้อมยกระดับองค์กรผ่าน JUMP+

บริษัท ซันสวีท จำกัด (มหาชน) เผยความสำเร็จในการเติบโตอย่างก้าวกระโดด จากผู้ประกอบการอาหารแปรรูปในภาคเกษตรท้องถิ่นในเชียงใหม่ สู่การเป็นบริษัทมหาชนในตลาดหลักทรัพย์ฯ และการตัดสินใจครั้งสำคัญในการเข้าร่วมโครงการ JUMP+ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

บริษัทดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายข้าวโพดหวานแปรรูปและผลิตภัณฑ์แปรรูปสินค้าเกษตรอื่นๆ ภายใต้ตราสินค้าของบริษัท “KC” และผลิตตามคำสั่งลูกค้าภายใต้ตราสินค้าของลูกค้า

ดร.องอาจ กิตติคุณชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซันสวีท จำกัด (มหาชน)  เปิดเผย จุดเริ่มต้นของซันสวีทว่า คือการทำธุรกิจ “ผักและผลไม้ท้องถิ่น” ที่พึ่งพาฤดูกาลสูง ซึ่งในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจการเงินปี 2540-2542 ธุรกิจที่ต้องพึ่งพาเงินทุนหมุนเวียนตามฤดูกาลต้องประสบข้อจำกัดด้านสินเชื่อ ด้วยเหตุสถาบันการเงินในประเทศประสบปัญหา การตัดสินใจครั้งสำคัญเกิดขึ้นเมื่อผู้บริหารตระหนักว่าทางแก้คือการ เปลี่ยนไปหาธุรกิจที่ไม่ต้องใช้เงินทุนหมุนเวียนสูงมากและสู่สินค้าเกษตรที่ผลิตได้ต่อเนื่องตลอดปีไม่ถูกจำกัดด้วยฤดูกาล

ดร.องอาจ กล่าวว่า ข้าวโพดหวานกลายเป็น “ตัวเปลี่ยน” ที่ทำให้โรงงานสามารถผลิตได้ตลอดทั้งปี และสามารถขยายตลาดได้ทั่วโลก ต่างจากผลไม้ตามฤดูกาลที่จำกัดอยู่แค่ในเอเชีย

หัวใจสำคัญของการเปลี่ยนผ่านคือการนำ เทคโนโลยีและองค์ความรู้ มาใช้ในการจัดการธุรกิจเกษตร จากเดิมที่ต้อง “แล้วแต่ฟ้าแล้วแต่ดิน” ดร.องอาจกล่าวว่า ซันสวีท ได้นำระบบ Contract Farming (เกษตรพันธสัญญา) มาใช้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โดยส่งเสริมให้เกษตรกรเป็นผู้เพาะปลูกภายใต้การควบคุมคุณภาพและกำหนดวันส่งมอบได้ พร้อมทั้งใช้เทคโนโลยี Smart Farming เพื่อบริหารความเสี่ยงจากธรรมชาติ ผ่านการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีช่วยพยากรณ์สภาพอากาศ วางแผนเพาะปลูก และจัดการน้ำให้สอดคล้องความต้องการของพืช

ในปี 2559 การปรับโครงสร้างธุรกิจภายใต้การมีที่ปรึกษาทางการเงินที่ดำเนินการมาต่อเนื่อง 3 ปีเสร็จสิ้นลงจากในนามบริษัท KC เชียงใหม่ เป็น บริษัท ซันสวีท จำกัด (มหาชน) บริษัทได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในปี 2560 โดยมีวัตถุประสงค์หลัก 3 ประการคือ: 1) ต้องการเงินทุน 2) ปรับปรุงกระบวนการผลิต 3) ต้องการเติบโต

ซันสวีทเตรียมการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯมากกว่า 10 ปี โดยในช่วง 9 ปีแรกเป็นการเตรียมตัวโดยตัวบริษัทเอง และในช่วง 3 ปีหลังได้ปรับให้กระชับขึ้นโดยใช้ที่ปรึกษาทางการเงินอีก 3 ปี

สำหรับซันสวีท ดร.องอาจกล่าวว่า สิ่งที่ได้จากการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ คือการปรับด้านการบริหารจัดการ ให้เป็น ระบบมาตรฐานสากล ทั้งการจัดทำบัญชีที่ถูกต้อง ธรรมาภิบาล (CG) ที่โปร่งใส และการบริหารจัดการที่เป็นระบบ ซึ่งมีส่วนสนับสนุนให้ธุรกิจมีความแข็งแกร่งมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีผลต่อความน่าเชื่อถือ จากการที่ ได้รับการรับรองจากการตรวจสอบจากบุคคลภายนอก และหน่วยงานภายนอก ทำให้เกิดความเชื่อมั่นในกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder) ทั้งคู่ค้า เกษตรกร และลูกค้า

เพื่อเสริมความแข็งแกร่งและยกระดับองค์กรอย่างต่อเนื่อง ดร.องอาจเปิดเผยว่า ซันสวีทได้เข้าร่วมโครงการ JUMP+ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยครบทั้ง 3 แผนหลัก ได้แก่ แผนธุรกิจ แผนธรรมาภิบาล และแผนจัดการก๊าซเรือนกระจก ซึ่งสอดคล้องกับแผนธุรกิจเดิมของบริษัทที่มุ่งเน้น

  1. การเติบโตและการเพิ่มประสิทธิภาพ
  2. ความโปร่งใสและธรรมาภิบาล
  3. ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม (Carbon Neutrality)

ดร.องอาจกล่าวต่อว่า การเข้าร่วมโครงการ JUMP+ มีข้อดีคือจะได้เรียนรู้จากกรณีตัวอย่าง (Case Study) จาก ประสบการณ์และกรณีศึกษาจากผู้ที่มีประสบการณ์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ  และมีผู้เชี่ยวชาญภายนอก มามองในมุมที่บริษัทอาจมองไม่เห็น ซึ่งสามารถนำมาปรับปรุงแก้ไขได้

“และเป็นเหมือนการบอกให้ “ระวังซ้าย ระวังขวา เพื่อให้ธุรกิจสามารถเดินไปข้างหน้าได้อย่างรู้ล่วงหน้า ถึงแม้จะไม่เกิด แต่หากเกิดขึ้นก็จะได้รู้ว่าจะจัดการอย่างไร”  ดร.องอาจกล่าว

อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม “ซันสวีท” จากฐานเกษตรสู่ตลาดเมือง พร้อมยกระดับองค์กรผ่าน JUMP+ ได้ที่เว็บไซต์ไทยพับลิก้า