ดร.สุทธิ สุนทรานุรักษ์
ท่ามกลางวิกฤตการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) ที่กำลังเดือดพล่านถึงขีดสุด โดยเฉพาะการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเปรียบเสมือน “เส้นเลือดใหญ่” ด้านพลังงานของโลก
ท่าทีของสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลกำลังถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดว่า นี่อาจไม่ใช่สงครามจำกัดเขตแบบที่วอชิงตันคุ้นเคย แต่กำลังลุกลามเป็น “สงครามที่เริ่มแล้วหาทางลงไม่ได้” (A war they can’t finish)
ผู้เขียนติดตามมุมมองจากนักวิเคราะห์ทางการทหารระดับแนวหน้า 3 ท่าน ได้แก่ พ.อ. แดเนียล เดวิส (Lt. Col. Daniel Davis), ศาสตราจารย์ เจียง เสวี่ยฉิน (Prof. Jiang Xueqin) และ พ.อ. ดักลาส แม็กเกรเกอร์ (Col. Douglas Macgregor) ซึ่งทั้งสามท่านนี้นำเสนอมุมมองที่น่าสนใจ
เมื่อนำบทวิเคราะห์เหล่านี้มาประกอบเข้าด้วยกัน… เราเริ่มเห็นภาพอนาคตของสงครามระดับภูมิภาคชัดเจนขึ้น กล่าวคือ
หนึ่ง…ความผิดพลาดในการประเมินศัตรู (Strategic Miscalculation) และมายาคติเรื่อง “สงครามราคาถูก”
พ.อ. แดเนียล เดวิส ชี้ให้เห็นถึงรอยรั่วแรกของยุทธศาสตร์สหรัฐฯ ภายใต้รัฐบาลทรัมป์ นั่นคือการประเมินเจตนารมณ์ของศัตรูต่ำเกินไป (Underestimating the adversary)
วอชิงตันเชื่อมั่นในแนวคิด “สงครามราคาถูก” (War on the cheap) โดยหวังใช้เพียงแสนยานุภาพทางทะเลและอากาศ (Naval and Air Power) เข้าข่มขวัญและเด็ดหัวผู้นำ เพื่อหวังให้ระบอบการปกครองของเตหะรานล่มสลายจากภายใน โดยหลีกเลี่ยงการส่งทหารราบลงพื้นที่ (No boots on the ground)
แต่ในความเป็นจริง…การใช้กำลังทหารอย่างโจ่งแจ้งกลับกลายเป็น “ตัวเร่งปฏิกิริยา” ที่ทำให้ชาวชีอะห์หลอมรวมกันแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น สหรัฐฯ กลับตกอยู่ในสภาวะ “สายป่านสั้น” เนื่องจากคลังอาวุธนำวิถีขั้นสูงและระบบป้องกันภัยทางอากาศ เช่น Patriot ร่อยหรอลงอย่างหนักจากการอุ้มยูเครนและอิสราเอลก่อนหน้านี้ เมื่อต้องเผชิญกับยุทธวิธีลากยาวของอิหร่าน วอชิงตันจึงตกอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
ผู้สนใจโปรดดู https://youtu.be/w3F5HY8K5vM?si=0qTWZ37931e5XzVs
สอง…พลวัตของสงครามอสมมาตร (Asymmetrical Warfare) และยุทธศาสตร์เพื่อความอยู่รอด
ในมุมมองของนักวิชาการอย่าง ศ.เจียง เสวี่ยฉิน อิหร่านรู้ดีว่าตนไม่สามารถต่อกรกับสหรัฐฯ ในสงครามตามแบบ Conventional Warfare ได้
เตหะรานจึงปรับกระบวนทัศน์จาก “การมุ่งชนะ” สู่ “ยุทธศาสตร์เพื่อความอยู่รอด” (Survival Strategy Matrix) โดยเดินหมาก 4 ประการ ได้แก่ (ก) ปลุกกระแสชาตินิยมเพื่อรวมคนในชาติ (ข) กระชับพันธมิตรเครือข่ายอักษะต่อต้าน (Axis of Resistance) (ค) ดึงมหาอำนาจขั้วตรงข้ามอย่างจีนและรัสเซียเข้ามาเป็นเกราะคุ้มกันและช่วงชิงความชอบธรรมในเวทีโลก (Win global opinion) โดยใช้ประเด็นสิทธิมนุษยชนในกาซาเป็นเครื่องมือ และ (ง) บ่อนทำลายความชอบธรรมและตอกลิ่มความแตกแยกในหมู่พันธมิตรตะวันตก
…อิหร่านได้ลากให้สหรัฐฯ ติดหล่มและสูญเสียความชอบธรรมในสายตาประชาคมโลก
ผู้สนใจโปรดดูhttps://youtu.be/H84gSk3a7ok?si=FOI8DMEiTjYZcpYW
สาม…วิกฤติโลจิสติกส์ทางทหาร และการสิ้นสุดของระเบียบโลกขั้วเดียว (The End of Unipolar Hegemony)
พ.อ. ดักลาส แม็กเกรเกอร์ ได้ขมวดปมทั้งหมดให้เห็นถึงภาพใหญ่ทางภูมิเศรษฐศาสตร์ (Geoeconomics) เขาชี้ว่า ระบบป้องกันภัยราคาแพงระยับของอิสราเอล (Iron Dome) กำลังถูกทะลวงด้วยโดรนราคาถูกของอิหร่าน สิ่งนี้สะท้อนถึงจุดสิ้นสุดของความได้เปรียบทางเทคโนโลยี (Technological edge) ของชาติตะวันตก
ที่สำคัญกว่านั้น การที่อิหร่านเปิดฉากโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและปิดช่องแคบฮอร์มุซ คือ การเล็งเป้าไปที่ “หัวใจ” ของระบบเศรษฐกิจโลก ผลที่ตามมาคือ “วิกฤตเงินเฟ้อ” ราคาน้ำมันที่พุ่งทะยาน และการเร่งกระบวนการลดการพึ่งพาดอลลาร์ (De-dollarization)
น่าสนใจว่า ในท้ายที่สุด แม็กเกรเกอร์ฟันธงว่า บทสรุปของสงครามครั้งนี้จะไม่ใช่ระบอบเตหะรานที่ล่มสลาย แต่กลับเป็นการสิ้นสุดอิทธิพลทางทหารของสหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างถาวร (The End of the Old Middle East)
ผู้สนใจโปรดดู https://youtu.be/yd_uJiRcl0Q?si=CMs0SiEOiaj256Mq
การตัดสินใจของวอชิงตันและเทลอาวีฟในครั้งนี้ เปรียบเสมือนการเดินหมากที่ขาดการมองข้ามช็อต (Lack of Endgame Strategy) การใช้ Hard Power โดยปราศจากความเข้าใจในบริบททางประวัติศาสตร์และพลวัตอำนาจที่กำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่โลกพหุขั้ว (Multipolar World) กำลังย้อนกลับมาทำลายผู้ริเริ่มสงครามเอง
…….
ท่ามกลางสถานการณ์ฝุ่นตลบ… คำถามสำคัญที่นักวิเคราะห์ทั่วโลกกำลังจับตาคือ “อิหร่านจะเอาคืนอย่างไร?” และ “ไพ่ตาย” (Trump Card) ใบไหนที่ทรงพลังพอจะเขย่าขวัญมหาอำนาจตะวันตกได้
ผู้เขียนขออนุญาตนำท่านกลับไปทบทวนรากฐานที่สำคัญที่สุดของการเมืองระหว่างประเทศ นั่นคือ “ภูมิรัฐศาสตร์” ผ่านมุมมองของ Tim Marshall นักวิเคราะห์ชื่อดัง ผู้เขียนหนังสือ Prisoners of Geography และ The Power of Geography ที่ชี้ให้เห็นว่า ไม่ว่าเทคโนโลยีจะก้าวล้ำเพียงใด มนุษย์ก็ยังคงเป็น “นักโทษของภูมิศาสตร์” อยู่วันยังค่ำ
สงครามครั้งนี้ทำให้เรานึกถึงชื่อช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ที่เป็นเส้นเลือดใหญ่ของเศรษฐกิจโลก (The Global Energy Bottleneck)
ในหนังสือ Prisoners of Geography… Marshall ได้ฉายภาพให้เห็นถึงความสำคัญของ “ช่องแคบฮอร์มุซ” ในฐานะจุดสกัด (Choke point) ที่เปราะบางที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
น้ำมันดิบราวหนึ่งในห้า หรือประมาณ 20% ของความต้องการโลกต้องเดินทางผ่านลำน้ำสายนี้
หากช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดการจราจรแม้เพียงชั่วคราว สิ่งที่จะตามมาทันที คือ วิกฤติราคาพลังงาน และภาวะเงินเฟ้อที่จะพุ่งทะยานไปทั่วโลก
บริเวณช่องแคบนี้ อิหร่านตระหนักดีถึงข้อจำกัดด้านกำลังรบตามแบบปกติ หรือ Conventional Warfare เมื่อต้องเผชิญหน้ากับกองเรือสหรัฐอเมริกา ซึ่ง Marshall วิเคราะห์ไว้ใน The Power of Geography ว่า “ภูมิศาสตร์” ได้มอบข้อได้เปรียบมหาศาลให้อิหร่าน
ชายฝั่งทางตอนเหนือของช่องแคบฮอร์มุซที่ทอดยาวเป็นภูเขาและหน้าผาซับซ้อน กลายเป็นปราการธรรมชาติที่ยอดเยี่ยมในการซ่อนฐานยิงขีปนาวุธต่อต้านเรือ ปืนใหญ่ และเรดาร์
อิหร่านใช้จุดเด่นนี้ผสานกับยุทธวิธี “สงครามอสมมาตร” (Asymmetric Warfare) เช่น ปฏิบัติการฝูงเรือเร็วผิวน้ำ (Swarming) การวางทุ่นระเบิด และการใช้อาวุธปล่อยนำวิถีจากชายฝั่ง เพื่อใช้เป็น “ไพ่ขู่” ต่อรองกับโลกตะวันตก
อย่างไรก็ตาม Marshall ชี้ให้เห็นตรรกะสำคัญประการหนึ่งว่า การขู่ปิดช่องแคบฮอร์มุซนั้นแท้จริงแล้วอาจเป็น “ดาบสองคม” (Two-edged sword)
จริงอยู่ที่การปิดช่องแคบสร้างความเจ็บปวดให้เศรษฐกิจโลก แต่อิหร่านเองย่อมได้รับผลกระทบอย่างแสนสาหัสเช่นกัน เพราะประเทศต้องพึ่งพาช่องทางนี้ในการส่งออกน้ำมัน (โดยเฉพาะไปยังลูกค้ารายใหญ่อย่างจีน)
ยิ่งไปกว่านั้น การปิดกั้นเส้นทางเดินเรือสากลนับเป็นการข้าม “เส้นสีแดง” ที่จะเปิดช่องให้สหรัฐฯ และพันธมิตรใช้ความชอบธรรมในการตอบโต้ทางทหารอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งนั่นหมายถึงสงครามที่อาจลุกลามจนเกินควบคุม
Marshall ชี้ให้เห็นว่า แม้ช่องแคบฮอร์มุซมีความกว้างในจุดที่แคบที่สุดราว 34 กิโลเมตร แต่ร่องน้ำลึก (Shipping lane) ที่เรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่สามารถสัญจรได้จริงนั้นแคบมาก โดยกว้างเพียงทิศทางละประมาณ 2 ไมล์ทะเล และมีเขตกันชนตรงกลาง
…ยิ่งไปกว่านั้น ร่องน้ำลึกเพื่อการพาณิชย์หลักนี้ แท้จริงแล้วอยู่ในเขตน่านน้ำของประเทศโอมาน ไม่ใช่อิหร่าน ทว่าด้วยระยะทางที่ใกล้มาก อาวุธจากชายฝั่งอิหร่านจึงสามารถครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดได้อย่างง่ายดาย)
หลังการสูญเสียอยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน แบบกะทันหันยิ่งทำให้วิกฤตการณ์ที่กำลังก่อตัวขึ้นนี้เป็นบททดสอบครั้งสำคัญของผู้นำรักษาการและสภาผู้เชี่ยวชาญของอิหร่าน
…ท่ามกลางแรงกดดันมหาศาลทั้งจากภายในและภายนอก ต่อการตัดสินใจใช้ “ไพ่ตาย” อย่างช่องแคบฮอร์มุซ
ทำให้เราต้องรับมือกับความผันผวนของตลาดพลังงานและสินทรัพย์ต่างๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะเมื่อภูมิศาสตร์กลายเป็นอาวุธ ผลกระทบย่อมสะเทือนถึงเราทุกคน
หมายเหตุ : ผู้สนใจโปรดดูบทวิเคราะห์ของ Chanel News Asia เมื่อปีที่แล้ว เกี่ยวกับสมมติฐานการปิดช่องแคบฮอร์มุซ
What is the Strait of Hormuz, and could Iran block it? – CNA https://share.google/Ls7cttx9wTNdaR3jX



