
อินโดนีเซียเริ่มบังคับใช้มาตรการตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม 2569 ส่งผลให้กลายเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่สั่งห้ามไม่ให้เด็กมีบัญชีผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียบน YouTube, TikTok, Facebook, Instagram, Threads, X, Bigo Live และ Roblox
เมื่อวันเสาร์ที่ 28 มีนาคม 2569 อินโดนีเซียได้เริ่มบังคับใช้กฎระเบียบใหม่ของรัฐบาล ซึ่งได้รับอนุมัติเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา โดยสั่งห้ามเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปี เข้าถึงแพลตฟอร์มดิจิทัลที่อาจทำให้เสี่ยงต่อการเผชิญกับสื่อลามกอนาจาร การกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์ (Cyberbullying) การหลอกลวงออนไลน์ และอาการเสพติดโซเชียลมีเดีย
การดำเนินการในครั้งนี้ทำให้ประเทศอินโดนีเซียกลายเป็นชาติแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่สั่งห้ามเด็กจากการมีบัญชีใช้งานในแพลตฟอร์มต่าง ๆ ได้แก่ YouTube, TikTok, Facebook, Instagram, Threads, X, Bigo Live และ Roblox
มาตรการนี้ดำเนินการตามรอยประเทศออสเตรเลีย ซึ่งได้บังคับใช้กฎหมายสั่งห้ามเด็กใช้โซเชียลมีเดียเป็นครั้งแรกของโลกเมื่อปีที่ผ่านมา เพื่อสนับสนุนให้สถาบันครอบครัวดึงอำนาจกลับคืนมาจากยักษ์ใหญ่ทางเทคโนโลยี และเพื่อปกป้องเยาวชนในความดูแล จากรายงานของ CNA
อินโดนีเซียระบุว่าการบังคับใช้มาตรการจำกัดดังกล่าวจะเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป จนกว่าทุกแพลตฟอร์มจะปฏิบัติตามข้อกำหนดอย่างครบถ้วน
ในการแถลงข่าวเมื่อคืนวันศุกร์ นางเมทยา ฮาฟิด (Meutya Hafid) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสื่อสารและดิจิทัลของอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า แพลตฟอร์ม X ได้ให้คำมั่นที่จะเริ่มระบุตัวตนและระงับการใช้งานบัญชีที่เป็นของเยาวชนตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคมเป็นต้นไป ในขณะที่ Roblox ได้แจ้งต่อรัฐบาลถึงแผนการที่จะเปิดใช้งาน “โหมดออฟไลน์” สำหรับผู้ใช้งานที่มีอายุต่ำกว่า 13 ปี
“X ได้ประกาศว่าจะบังคับใช้เกณฑ์อายุผู้ใช้งานขั้นต่ำที่ 16 ปีในอินโดนีเซีย โดยได้เผยแพร่ข้อมูลนี้บนศูนย์ช่วยเหลือของแพลตฟอร์มแล้ว” นางเมทยา ฮาฟิด กล่าวตามรายงานของสำนักข่าว Jakarta Globe
แพลตฟอร์ม X ของอีลอน มัสก์ (หรือเดิมคือ Twitter) ได้ระบุในหน้าข้อมูลความปลอดภัยออนไลน์ของอินโดนีเซียว่า อายุขั้นต่ำที่กำหนดสำหรับผู้ใช้งานในประเทศคือ 16 ปี พร้อมระบุว่า “นี่ไม่ใช่ทางเลือกของเรา แต่เป็นสิ่งที่กฎหมายอินโดนีเซียกำหนดไว้”
อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีเมทยาไม่ได้ระบุแน่ชัดว่า “โหมดออฟไลน์” ของ Roblox สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี จะเริ่มใช้งานจริงเมื่อใด
“ขณะนี้ยังอยู่ในระหว่างการหารือ เพื่อระงับการเข้าถึงระบบออนไลน์สำหรับผู้ใช้งาน (Roblox) ที่มีอายุต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด” รัฐมนตรีเมทยากล่าว “เรายังคงเรียกร้องให้ (Roblox) ปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างครอบคลุม”
สำนักข่าว Jakarta Globe รายงานว่า ในการแถลงข่าวครั้งนี้ นางเมทยาไม่ได้ให้รายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับเทคโนโลยีการตรวจสอบอายุ (Age Verification) โดยระบุว่าในขณะนี้รัฐบาลกำลังมุ่งเน้นไปที่การยกระดับความร่วมมือของแพลตฟอร์มต่าง ๆ ให้ปฏิบัติตามกฎหมายเป็นหลัก
ในการประกาศกฎระเบียบใหม่เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา นางเมทยากล่าวว่ากฎเกณฑ์นี้จะครอบคลุมเด็กประมาณ 70 ล้านคน ในอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีประชากรทั้งหมดประมาณ 280 ล้านคน
นางเมทยากล่าวว่า แพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีความเสี่ยงสูงถูกพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ เช่น ความง่ายที่เด็กจะเผชิญกับคนแปลกหน้า ผู้ล่าที่แฝงตัวมาทางออนไลน์ (Predators) และเนื้อหาที่เป็นอันตรายโดยทั่วไป รวมถึงระดับความเสี่ยงต่อการถูกล่วงละเมิด และการหลอกลวงด้านความปลอดภัยของข้อมูล
อย่างไรก็ตาม เธอยอมรับว่าการบังคับใช้กฎระเบียบใหม่นี้ แม้จะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไปตามแผนที่วางไว้ จะเป็นเรื่องที่ยากลำบาก ทั้งการทำให้แพลตฟอร์มดิจิทัลปฏิบัติตามกฎ รวมถึงการกำหนดให้แพลตฟอร์มเหล่านั้นรายงานผลการระงับบัญชีผู้ใช้งานที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปี ล้วนเป็นสิ่งที่ทำได้ยากทั้งสิ้น
“แน่นอนว่านี่คืองานที่ท้าทาย แต่เราจำเป็นต้องดำเนินมาตรการเพื่อปกป้องเด็กๆ ของเรา” นางเมทยากล่าว “มันไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ถึงอย่างไรเราก็ต้องผลักดันเรื่องนี้ให้สำเร็จลุล่วงไปให้ได้”
ทางด้าน เมาอรา มุนเท (Maura Munthe) เยาวชนวัย 13 ปี ซึ่งใช้เวลาเล่นโซเชียลมีเดียรวมถึงเล่นเกมบน Roblox กับเพื่อนๆ ประมาณ 4 ชั่วโมงต่อวัน กล่าวว่าเธอรู้สึก “ก้ำกึ่งแบบ 50-50” กับนโยบายใหม่ของรัฐบาลนี้ แต่โดยส่วนใหญ่แล้วเธอก็เห็นด้วยกับมาตรการดังกล่าว
เมาอราบอกว่า เพื่อนๆ ที่โรงเรียนต่างกังวลว่าพวกเขาจะพลาดความสนุกและความบันเทิงที่เคยเข้าถึงได้ในตอนนี้ “ในโทรศัพท์ของฉันยังมีเกมอื่นๆ อีกเยอะ ไม่ได้มีแค่เกมออนไลน์” เธอกล่าว “ฉันคงจะเปลี่ยนไปเล่นเกมคนเดียวมากขึ้น หรือไม่ก็ออกไปเที่ยวเล่นกับเพื่อนๆ แทน”
ทางด้าน เลนี สินูรายา (Leni Sinuraya) คุณแม่วัย 47 ปีของเมาอรา กล่าวว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเธอไว้ใจให้ลูกสาวใช้โทรศัพท์อย่างมีวิจารณญาณ ทั้งในเวลาเรียนและเวลาเล่นเกมออนไลน์ อย่างไรก็ตาม เธอยังคงมองว่าการดำเนินการของรัฐบาลในครั้งนี้เป็นเรื่องดีสำหรับเด็กทุกคนในอินโดนีเซีย
เธอกล่าวว่า ทุกวันนี้พ่อแม่ควบคุมไม่ได้แล้ว และแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียได้เข้ามาครอบแทน “เดี๋ยวนี้เวลาเราเห็นเด็กๆ นั่งในร้านอาหาร พวกเขาจะมีโทรศัพท์วางอยู่ตรงหน้าเสมอ เห็นได้ชัดว่าพวกเขาเสพติดมันมาก” สินูรายากล่าว “เด็กๆ จะไม่ยอมกินข้าวถ้าไม่ได้เล่นโทรศัพท์ และจะอาละวาดทันทีถ้าไม่ได้สิ่งที่ต้องการ”
“เวลารับประทานอาหารควรจะเป็นเวลาที่เราได้พูดคุยกับคนรอบข้าง” เธอกล่าวเสริม
ดีนา ฮาร์ยานา (Diena Haryana) ผู้ก่อตั้งมูลนิธิ Semai Jiwa Amini หรือที่รู้จักในชื่อ SEJIWA ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่ทำงานด้านความปลอดภัยและการคุ้มครองเด็กบนโลกออนไลน์ ณ กรุงจาการ์ตา เมืองหลวงของอินโดนีเซีย ระบุว่า ผลการศึกษาหลายฉบับแสดงให้เห็นว่า การใช้โซเชียลมีเดียของเด็กสามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิต และเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดความวิตกกังวลรวมถึงภาวะซึมเศร้าได้
อย่างไรก็ตาม เธอกล่าวว่าแพลตฟอร์มดิจิทัลก็มีข้อดีและเปิดโลกแห่งการเรียนรู้ที่กว้างขวางเช่นกัน มูลนิธิของเธอจึงพยายามผลักดันให้พ่อแม่และชุมชนร่วมมือกันในการให้คำแนะนำและดูแลบุตรหลานในโลกออนไลน์
“เราต้องไม่ลืมว่า เด็กๆ จำเป็นต้องเรียนรู้ที่จะใช้เทคโนโลยีดิจิทัลนี้ในเวลาที่เหมาะสม ในวัยที่เหมาะสม และภายใต้การให้คำแนะนำที่ถูกต้องด้วยเช่นกัน” เธอกล่าว



