
เข้าสู่โค้ง 1 เดือนสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง แต่ละพรรคการเมืองยิ่งเร่งเครื่องเรียกคะแนนนิยม และหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญคือการใช้ ‘ผู้ช่วยหาเสียง’ ซึ่งเปรียบเสมือนแม่เหล็กดึงมวลชน
ท่าทีและการเคลื่อนไหวของ 4 พรรคการเมืองหลัก (พรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาชน และพรรคประชาธิปัตย์) เข้มข้นมากขึ้นผ่านการเดินสายทั่วประเทศ และใช้ผู้ช่วยหาเสียงอย่างมีนัยสำคัญ
- พรรคประชาชน มีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, นายปิยบุตร แสงกนกกุล นอกจากนี้ ยังมีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ช่วยหาเสียงคู่ขนานที่ต่างประเทศ
- พรรคเพื่อไทย มีนายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ, นายนวรัตน์ อยู่บำรุง
- พรรคภูมิใจไทย มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส, นางศุภจี สุธรรมพันธุ์
- พรรคประชาธิปัตย์ เน้นการใช้ผู้สมัครและคนในพรรคเป็นหลัก
โดยระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 นิยามผู้ช่วยหาเสียงว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ได้รับการว่าจ้างจากผู้สมัคร หรือพรรคการเมือง ให้เข้าร่วมกิจกรรมในการโฆษณาหาเสียงเลือกตั้ง ตลอดระยะเวลาหรือช่วงระยะเวลาหนึ่ง และเป็นบุคคลที่ได้แจ้งรายละเอียด หน้าที่และค่าตอบแทนต่อสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด
‘ไทยพับลิก้า’ รวบรวมข้อมูลจากพรรค แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี แกนนำ รวมถึงตัวละครสำคัญของแต่ละพรรค ตั้งแต่การลงพื้นที่หาเสียง ปราศรัย การพูดคุยหารือ-รับฟังหน่วยงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือเอกชนออกสื่อ และเวทีประชันวิสัยทัศน์-ดีเบต ตลอดจนการเคลื่อนไหวทางการเมือง ตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม 2569 ดังนี้…
ภูมิใจไทย: แบ่งโซนพื้นที่ ส่ง ‘เอกนัฏ’ แม่ทัพ กทม. ‘อนุทิน’ เริ่มช่วยหาเสียง – ‘พิพัฒน์’ ทัวร์ใต้
ความเคลื่อนไหวของพรรคภูมิใจไทย โดยเฉพาะนายอนุทิน อาจดูก้ำกึ่งระหว่างปฏิบัติราชการและหาเสียงโดยตรง เนื่องจากตำแหน่งรักษาการที่หลายครั้งยากจะสรุปข้อมูลได้ว่าเป็นการหาเสียงนอกเวลาราชการหรือไม่ ตัวอย่างเช่น ในวันที่ 1 ม.ค. มีข่าวว่านายอนุทิน ควงภริยา พร้อมนายเนวิน ชิดชอบ ร่วมพิธียกยอดฉัตร 9 ชั้น ทั้ง 364 ต้นรอบพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 1 จ.บุรีรัมย์ และวันที่ 2 ม.ค. นายอนุทินลงพื้นที่ปราสาทคนา จ.สุรินทร์ ให้กำลังใจกำลังพลปีใหม่ที่ไม่ได้กลับบ้าน และวันที่ 10 ม.ค. นายอนุทินร่วมรับประทานอาหารกับครอบครัววีรชนจำนวน 21 ครอบครัว รวม 43 คน และเปิดทำเนียบต้อนรับวันเด็ก นอกจากนี้ยังมีผู้ช่วยหาเสียงที่ควบตำแหน่งในรัฐบาลคือ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส และนางศุภจี สุธรรมพันธ์ ซึ่งออกมาให้ข่าวและช่วยหาเสียงบ้างประปราย
อย่างไรก็ตาม กรณีที่เห็นชัดว่าปฏิบัติหน้าที่ในนามรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็น การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) หรือการแถลงในนามตำแหน่ง ครม. จะไม่ถูกนับในการสำรวจครั้งนี้
พรรคภูมิใจไทยแตกต่างจากพรรคอื่นในเรื่องการมอบหมายให้แกนนำดูแลพื้นที่หาเสียงต่างๆ โดยใช้คำว่า ‘แม่ทัพ’ อย่างนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ และนางสาวศุภมาส อิศรภักดี เป็นแม่ทัพพื้นที่กรุงเทพมหานคร ส่วนนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ เป็นแม่ทัพพื้นที่ภาคใต้
โดยทั้ง กทม. และภาคใต้ โดยเฉพาะสามจังหวัดชายแดน เป็นพื้นที่ที่แกนนำพรรคเริ่มหาเสียงอย่างจริงจัง
พื้นที่ กทม. มีการเคลื่อนไหวสำคัญคือการปราศรัยย่อยเวทีแรกของพื้นที่ในวันที่ 2 ม.ค. โดยนายเอกนัฏ ลงพื้นที่หาเสียงเขต 11 สายไหม ช่วยนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้สมัคร สส.กทม.พรรคภูมิใจไทย และเวทีปราศรัยย่อยวันที่ 10 ม.ค. ที่เขต 5 ห้วยขวาง-วังทองหลาง นอกจากนี้ เว็บไซต์ของพรรคภูมิใจไทย รายงานข่าวเมื่อวันที่ 8 ม.ค. ว่านายอนุทินช่วยลงพื้นที่หาเสียง (ครั้งแรก) ที่ชุมชนบึงพระราม 9 โดยนายอนุทินหาเสียงโดยการชูนโยบายคนละครึ่งพลัส
ในช่วงเวลานี้ พรรคยังเปิดบ้านต้อนรับเครือข่ายสลัม – คนไร้บ้าน เพื่อรับฟังข้อเสนอด้านที่อยู่อาศัยอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม ท่าทีของพรรคก็ดูจะตอบรับเวทีจากสื่อมวลชนมากขึ้น โดยมีอย่างน้อย 2 เวทีที่ภูมิใจไทยเข้าร่วม คือ (1) เวที “Ladies in Politics พลังสู่การเปลี่ยนแปลง” จัดโดยมติชน – ผู้เข้าร่วมคือ รัชดา ธนาดิเรก สส.บัญชีรายชื่อ วันที่ 8 ม.ค. และ (2) รายการ End Game จัดโดย The Standard –นายอนุทินให้สัมภาษณ์ วันที่ 10 ม.ค.
ส่วนพื้นที่ภาคใต้ นายพิพัฒน์ ดูเหมือนจะอยู่ใต้ยาวตลอด 1 สัปดาห์ เริ่มตั้งแต่ 3 ม.ค. ลงไปหาเสียงที่จังหวัดปัตตานีและยะลา อำเภอเมืองยะลา และอำเภอเบตง ต่อมา 5 ม.ค นายพิพัฒน์ เปิดตัวแคมเปญเลือกตั้งครั้งใหญ่ประจำปี 2569 ปล่อยวิดีโอแคมเปญภายใต้แนวคิด “ขอโอกาสทวงคืน 30 ปีที่เสียไป” ประกาศบทบาทผู้นำการเลือกตั้งภาคใต้ ตามด้วย 10 ธ.ค. นายพิพัฒน์ยังออนทัวร์ต่อที่จังหวัดนราธิวาสและปัตตานี พร้อมให้ข่าวกับสื่อมวลชนว่ากระแสตอบรับคึกคักและมั่นใจปักธงยกจังหวัด
ประชาธิปัตย์: ปักธงใต้-แคนดิเดตมุ่งหาเสียง กทม.-เปิดนโยบายพรรคหลังสุด ?
ขณะเดียวกันพื้นที่ภาคใต้ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นของพรรคสีฟ้า ก็นับเป็นหมุดหมายสำคัญที่นายอภิสิทธิ์ ลงพื้นที่หาเสียงเป็นลำดับแรกๆ โดยวันที่ 3 ม.ค. ทั้งนายอภิสิทธิ์และนายกรณ์ ไปอยู่ที่หาดใหญ่ (จ.สงขลา) และเปิดตัว 9 ผู้สมัครผสมผสานประสบการณ์และพลังรุ่นใหม่ ชูแคมเปญ “ไทยหายจน ด้วยคนทำเป็น” ที่ศูนย์ประสานงานพรรคประชาธิปัตย์ จ.สงขลา จากนั้นทั้งสองก็เดินสายช่วยหาเสียที่สงขลา ก่อนจะบินกลับกรุงเทพฯ ประมาณ 3 – 4 วัน และไปช่วยหาเสียงอีกครั้งที่จังหวัดนครศรีธรรมราช
กลยุทธ์ของพรรคประชาธิปัตย์ดูจะเน้นไปที่การหาเสียงในกรุงเทพและปริมณฑลเป็นหลัก พบว่ามีอย่างน้อย 5 วันที่แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคลงพื้นที่หาเสียง ได้แก่
- 3 ม.ค. นางการดี ช่วยหาเสียงที่กรุงเทพ ณ มัสยิดอั้ลยุซรอ
- 4 ม.ค. นายอภิสิทธิ์ ช่วยหาเสียงที่กรุงเทพฯ ถึง 5 เขต ประกอบด้วย เขตบางขุนศรี เขตบางพลัด เขตบางกะปิ เขตบางคอแหลม และเขตยานนาวา
- 5 ม.ค. สามแคนดิเดต ช่วยหาเสียงที่กรุงเทพฯ เขตดินแดง
- 6 ม.ค. นายอภิสิทธิ์ ช่วยหาเสียงกรุงเทพฯ เขตทุ่งครุ และเขตดินแดง
- 8 ม.ค. นายอภิสิทธิ์ และนายสกลธี ภัททิยกุล สส.บัญชีรายชื่อ ช่วยหาเสียงที่กรุงเทพฯ เยาวราช และนายอภิสิทธิ์ ลงพื้นที่เยี่ยมโรงเรียนขยายโอกาส จังหวัดนนทบุรี
- 10 ม.ค. นายอภิสิทธิ์ ช่วยหาเสียงที่กรุงเทพฯ เขตหลักสี่ บริเวณตลาด อ.ต.ก. และตลาดบองมาร์เช่ จากนั้นทั้งนายอภิสิทธิ์และนายกรณ์ ไปร่วมงานพิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติ
ประชาธิปัตย์ยังมีตัวละครสำคัญคือ นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เป็น สส.บัญชีรายชื่อของพรรค ลงพื้นที่หาเสียงที่จังหวัดนครปฐมและสุพรรณบุรี โดยนายชวนหาเสียงด้วย message “การเมืองสุจริต”
เวทีและรายการของสื่อมวลชน มีอย่างน้อย 6 รายการที่พรรคเข้าร่วม ได้แก่ (1) รายการถกไม่เถียง จัดโดย GMM25 – นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ วันที่ 5 ม.ค. (2) รายการเรื่องใหญ่รายวัน “ดีเบต ‘เทพเศรษฐกิจ’ ใครแก้ ใครแค่พูด ?” จัดโดยช่อง One31 – นายกรณ์ ร่วมดีเบต วันที่ 7 ม.ค. (3) เวที “Ladies in Politics พลังสู่การเปลี่ยนแปลง” จัดโดยมติชน – ผู้เข้าร่วมคือนางสาววิเวียน จุลมนต์ วันที่ 8 ม.ค. (4) รายการไทยรัฐนิวส์รูม ห้องข่าวการเมือง จัดโดย ThairathTV – นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ วันที่ 8 ม.ค.(5) รายการเรื่องนี้ต้องเคลียร์ จัดโดย TOP News – นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ วันที่ 9 ม.ค. และ (6) รายการเรื่องใหญ่รายวัน “ฟ้าจะฟื้น? ‘มาร์ค’ หวนคืนประชาธิปัตย์” จัดโดยช่อง One31 – นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ วันที่ 9 ม.ค.
ทั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์เพิ่งเปิด 27 นโยบายในตีมไทยหายจน (หายจนใจ) ผ่านเฟสบุ๊คพรรคในวันที่ 7 ม.ค. ซึ่งถือว่าเปิดนโยบายตามหลังพรรคอื่นๆ และเปิดตัวเพลง “นโยบายประชาธิปัตย์” ผ่านเฟสบุ๊คพรรคในวันที่ 9 ม.ค.
เพื่อไทย: คะแนนนำ ‘ปราศรัย’ คู่ขนานเดินสายหารือพบปะ
ช่วงต้นปี แคนดิเดตนายกฯ เบอร์ 1 อย่างดร.ยศชนัน จากพรรคเพื่อไทย พ่วงด้วยเบอร์ 2 อย่างนายจุลพันธ์ ก็ขยันหาเสียงที่กรุงเทพและปริมณฑล และภาคกลาง นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ภาคเหนือที่ได้ไปร่วมด้วย
- 1 ม.ค.ดร.ยศชนัน ช่วยหาเสียงที่กรุงเทพฯ เขตบางเขน ตลาดยิ่งเจริญ
- 2 ม.ค. ดร.ยศชนัน วิ่งที่สวนลุมพินี เขตปทุมวัน ชูขนส่งสาธารณะแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5
- 3 ม.ค. นายจุลพันธ์ ช่วยหาเสียงที่กรุงเทพฯ เขตบางคอแหลมและยานนาวา
- 4 ม.ค. นายจุลพันธ์ ช่วยหาเสียงที่กรุงเทพฯ เขตมีนบุรี ตลาดเมืองมีน
- 5 ม.ค. ดร.ยศชนัน และนายสุริยะ ช่วยหาเสียงที่กรุงเทพฯ เขตคลองเตยและวัฒนา ชุมชนคลองเตย พร้อมเข้าเยี่ยมนางประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ ผู้ก่อตั้งมูลนิธิดวงประทีป
- 7 ม.ค. ดร.ยศชนัน ช่วยหาเสียงที่กรุงเทพฯ เขตทุ่งครุ
- 8 ม.ค. นายจุลพันธ์ ช่วยหาเสียงที่กรุงเทพฯ เขตดอนเมืองและหลักสี่
- 9 ม.ค. ดร.ยศชนัน ช่วยหาเสียงที่เชียงใหม่ อำเภอสารถี อำเภอจอมทอง อำเภอสันกำแพง
- 10 ม.ค. ดร.ยศชนัน ช่วยหาเสียงที่เชียงใหม่ กาดหลวง
เว็บไซต์ของพรรคยังมีรายงานข่าวเรื่องการพบปะพูดคุยกับหน่วยงานและกลุ่มคนภายนอก เพื่อรับฟังข้อเสนอต่างๆ ดังนี้
- 5 ม.ค. ดร.ยศชนัน รับฟังปัญหาจากกลุ่มเกษตรกรชาวนาประมาณ 400 คน จากพื้นที่จังหวัดปทุมธานี นนทบุรี และพระนครศรีอยุธยา
- 6 ม.ค. ดร.ยศชนัน หารือร่วมสมาคมการประมงสมุทรสาคร และต้อนรับตัวแทนจากสหพันธ์การขนส่งทางบกและสมาคมขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย และหารือกับคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย
- 7 ม.ค. พรรคหารือกับสมาคมอีสปอร์ตเพื่อการศึกษา
- 8 ม.ค. ดร.ยศชนัน เยี่ยมชมศูนย์ปฏิบัติการ ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2
- 10 ม.ค. ที่จังหวัดเชียงใหม่ ดร.ยศชนัน และนายสุริยะ เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากตัวแทนกลุ่ม LGBTQIA+, กลุ่มคนทำงานสร้างสรรค์, สายงานวัฒนธรรม และภาคธุรกิจ ที่เชียงใหม่ และหารือกับสตาร์ทอัพในจังหวัด
ไฮไลท์ของพรรคเพื่อไทยคือการจัดเวทีปราศรัยใหญ่ถึง 2 เวที เวทีปราศรัยย่อยอีก 4 เวที ครอบคลุมพื้นที่ 6 จังหวัด ซึ่งการปราศรัยเหล่านี้แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคล้วนมีส่วนเกี่ยวข้อง ตลอดจนผู้ช่วยหาเสียงของพรรคด้วย
เริ่มที่ปราศรัยใหญ่ กทม. จัดในวันที่ 8 ม.ค. ณ ศาลาว่าการกรุงเทพ ซึ่งมีการเปิดตัวผู้สมัคร สส.กทม. ทุกเขต โดยลำดับการปราศรัยมีตั้งแต่แกนนำ ผู้ช่วยหาเสียง ก่อนปิดท้ายด้วย ดร.ยศชนัน จากนั้น 9 ม.ค.พรรคก็จัดปราศรัยใหญ่อีกครั้งที่จังหวัดลำพูน
ส่วนเวทีปราศรัยอื่นๆ มีทั้งในจังหวัดร้อยเอ็ด วันที่ 5 ม.ค. จังหวัดกาฬสินธุ์และขอนแก่น วันที่ 6 ม.ค.จังหวัดเชียงใหม่ (โรงเรียนพร้าววิทยาคม อำเภอพร้าว) วันที่ 10 ม.ค.
เวทีและรายการของสื่อมวลชน มีอย่างน้อย 3 รายการที่พรรคเข้าร่วม ได้แก่ (1) รายการเรื่องใหญ่รายวัน “ดีเบต ‘เทพเศรษฐกิจ’ ใครแก้ ใครแค่พูด ?” จัดโดยช่อง One31 – นายจุลพันธ์ ร่วมดีเบต วันที่ 7 ม.ค.(2) รายการ “เกาะติดเลือกตั้ง ’69 และการออกเสียงประชามติ” ช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์ – ดร.ยศชนันให้สัมภาษณ์ วันที่ 7 ม.ค. และ (3) เวที “Ladies in Politics พลังสู่การเปลี่ยนแปลง” จัดโดยมติชน – ผู้เข้าร่วมคือนางสาวลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ วันที่ 8 ม.ค.
ประชาชน: ทัวร์หาเสียง 14 จังหวัด 1 กทม. – ‘พิธา’ หาเสียงต่างประเทศ
พรรคประชาชน คืออีกหนึ่งพรรคที่หาเสียงแบบขึ้นเหนือล่องใต้ ส่งแคนดิเดตนายกฯ และผู้ช่วยหาเสียงออนทัวร์ทั่วประเทศ รวมแล้ว 14 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ สระบุรี นครราชสีมา ลำปาง ลำพูน ขอนแก่น สมุทรปราการ ระยอง อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ ชลบุรี สกลนคร และบุรีรัมย์ และอีกหนึ่งเมืองหลวงคือกรุงเทพฯ
- 1 ม.ค. นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ช่วยหาเสียงที่เชียงใหม่
- 2 ม.ค. นายณัฐพงษ์ ช่วยหาเสียงที่สระบุรีและนครราชสีมา และนายธนาธร ช่วยหาเสียงที่ลำปาง
- 3 ม.ค. นายธนาธร ช่วยหาเสียงที่ลำพูน และนายณัฐพงษ์ ช่วยหาเสียงที่ขอนแก่น
- 4 ม.ค. นายธนาธร ช่วยหาเสียงที่สมุทรปราการ
- 5 ม.ค. นายวีระยุทธ ช่วยหาเสียงที่กรุงเทพฯ
- 6 ม.ค. นายณัฐพงษ์ ช่วยหาเสียงที่ระยอง และนายธนาธร ช่วยหาเสียงที่อุบลราชธานี
- 7 ม.ค. นายธนาธร ช่วยหาเสียงที่ศรีสะเกษและสุรินทร์ และนายณัฐพงษ์ ช่วยหาเสียงที่ชลบุรี
- 8 ม.ค. นายปิยบุตร แสงกนกกุล ช่วยหาเสียงที่สกลนคร และนายธนาธร ช่วยหาเสียงที่บุรีรัมย์
- 9 ม.ค. ศิริกัญญา ช่วยหาเสียงที่กรุงเทพฯ และนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ประเดิมทัวร์สหรัฐอเมริกาที่เมืองแอลเอ
- 10 ม.ค. นายปิยบุตร ช่วยหาเสียงที่อุบลราชธานี
ในช่วงนี้พรรคประชาชนยังมีการปราศรัยใหญ่ 2 จังหวัด ซึ่งนายณัฐพงษ์เป็นผู้ปราศรัยเอง คือ ปราศรัยที่ขอนแก่น “เลือกตั้งเทื่อเดียว เปลี่ยนอนาคตขอนแก่น” วันที่ 3 ม.ค. และปราศรัยที่อุดรธานี “วาระประชาชนคนอุดรฯ” วันที่ 4 ม.ค.
เวทีและรายการของสื่อมวลชน มีอย่างน้อย 2 รายการที่พรรคเข้าร่วม ได้แก่ (1) รายการเรื่องใหญ่รายวัน “ดีเบต ‘เทพเศรษฐกิจ’ ใครแก้ ใครแค่พูด ?” จัดโดยช่อง One31 – นายวีระยุทธ ร่วมดีเบต วันที่ 7 ม.ค.และ (2) เวที “Ladies in Politics พลังสู่การเปลี่ยนแปลง” จัดโดยมติชน – ผู้เข้าร่วมคือศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ วันที่ 8 ม.ค.
นอกจากนี้ ในวันที่ 10 ม.ค. พรรคประชาชนยังเปิดบ้านต้อนรับและรับฟังความคิดเห็นคนในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ และนายณัฐพงษ์ ล้อมวงคุยนโยบายวันเด็ก ประกาศภารกิจรัฐบาลด้วยการสร้างการศึกษาที่มีความหมาย ที่สวนเบญจสิริ กรุงเทพฯ
อ่านเพิ่มเติม Election Roundup (1): เกมการเมือง 4 พรรค หลังยุบสภา-สิ้นปี 68 ใครเดินหมากอย่างไร ?
แต่ละพรรคใช้กลไกและสร้างแรงกระเพื่อมทางการเมืองที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ที่สำคัญคือการขยายฐานเสียงและพื้นที่ให้ได้กว้างที่สุด โดยสรุปได้ดังนี้
- ภูมิใจไทย: วางโครงสร้างหาเสียงแบบแบ่งโซน ใช้ระบบแม่ทัพคุมพื้นที่ กทม. และภาคใต้ ผสานบทบาทแกนนำพรรคกับผู้ช่วยหาเสียง ควบคู่การเข้าร่วมเวทีสื่อ เพื่อรักษาฐานเดิมและขยายพื้นที่เป้าหมาย
- ประชาธิปัตย์: ปักหลักภาคใต้ซึ่งเป็นฐานดั้งเดิม พร้อมรุก กทม. ผ่านการลงพื้นที่ถี่ของแคนดิเดตและอดีตผู้นำพรรค ใช้ภาพลักษณ์การเมืองสุจริตและนโยบายแก้จนเป็นจุดขาย แม้จังหวะการเปิดนโยบายจะช้ากว่าคู่แข่ง
- เพื่อไทย: ใช้ความได้เปรียบจากคะแนนนำ เดินเกมคู่ขนานทั้งเวทีปราศรัยใหญ่–ย่อยและการพบปะกลุ่มผลประโยชน์หลากหลาย ภายใต้บทบาทแคนดิเดตนายกฯ ที่ลงพื้นที่ต่อเนื่อง เน้นตอกย้ำภาพพรรคที่พร้อมทำงาน
- พรรคประชาชน: เลือกยุทธศาสตร์ออนทัวร์เข้มข้น ครอบคลุมพื้นที่กว้างทั้งภูมิภาคและกรุงเทพฯ ใช้ประโยชน์จากผู้ช่วยหาเสียงที่เป็นผู้นำเชิงสัญลักษณ์ รวมถึงการขยายสนามหาเสียงไปต่างประเทศ



