
ภาพของสถานีบริการ PTT Station, Café Amazon หรือธุรกิจค้าปลีกอื่น ๆ คือธุรกิจที่คนรู้จักและจดจำ OR หรือ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) ทว่า OR ยังมี “ธุรกิจน้ำมันอากาศยาน” หรือการเติมน้ำมันให้กับสายการบินทั้งในประเทศและต่างประเทศ ด้วยความเชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับโลก เทคโนโลยีที่ทันสมัย และความปลอดภัยในทุกขั้นตอน ตั้งแต่น้ำมันหยดแรกจนถึงวินาทีที่น้ำมันไหลเข้าสู่ถังเชื้อเพลิงใต้ปีกเครื่องบิน
สำนักข่าวออนไลน์ไทยพับลิก้า เปิดโมเดลธุรกิจน้ำมันอากาศยานของ OR เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงการดำเนินธุรกิจอย่างไร้รอยต่อและครอบคลุมในทุกการเดินทางตั้งแต่ถนนถึงน่านฟ้า ในฐานะผู้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน
SAF เชื้อเพลิงแห่งอนาคตของการบินโลก
เมื่ออุตสาหกรรมการบินทั่วโลกมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ทำให้เชื้อเพลิงแบบดั้งเดิมไม่สามารถตอบโจทย์ในระยะยาวได้ ‘น้ำมันอากาศยานแบบยั่งยืน หรือ SAF (Sustainable Aviation Fuel)’ จึงกลายเป็นหัวใจสำคัญของอนาคตการบิน เพราะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่าน้ำมันอากาศยานแบบปกติ โดยผลิตจากของเสียจากอุตสาหกรรมหรือวัตถุดิบเหลือใช้ เช่น น้ำมันทำอาหารใช้แล้ว ทำให้การบินในอนาคตมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
OR จำหน่ายและให้บริการน้ำมันอากาศยานได้อย่างมีเสถียรภาพ ด้วยต้นทุนการผลิตที่แข่งขันได้ รวมถึงสามารถควบคุมคุณภาพได้ในทุกขั้นตอน
หลังจากโควิด-19 ภาพรวมธุรกิจน้ำมันอากาศยานของ OR มีแนวโน้มที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในส่วนของสนามบินหลัก เนื่องจากปริมาณความต้องการใช้น้ำมันอากาศยานกลับมาเพิ่มขึ้น และใกล้เคียงระดับก่อนเกิดวิกฤติ
ด้วยความเป็น “บริษัทน้ำมันขนาดใหญ่” ทำให้สายการบินในประเทศ ทั้งสายการบินแห่งชาติและสายการบินอื่นๆ มั่นใจในคุณภาพน้ำมัน และเสถียรภาพในการส่งมอบน้ำมันในทุกช่วงเวลานอกจากนี้การมีเครือข่ายการจัดส่งที่มีประสิทธิภาพครอบคลุมทุกสนามบินในประเทศ เป็นสิ่งที่ OR ได้เปรียบคู่แข่งในประเทศ สำหรับในต่างประเทศ OR เน้นการสร้างเครือข่ายพันธมิตร (Network-based Strategy) โดยร่วมมือกับบริษัทน้ำมันแห่งชาติหรือผู้ให้บริการรายใหญ่ในแต่ละประเทศ เพื่อ “สร้างเครือข่ายที่สามารถส่งมอบน้ำมันเครื่องบินได้อย่างมีคุณภาพ จนเกิดเป็นความมั่นใจในระดับโลก”
ทั้งนี้ ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา OR มุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการรักษ์โลกผ่านอุตสาหกรรมการบิน โดยได้ต่อยอดการให้บริการน้ำมันอากาศยานแบบยั่งยืน หรือ Sustainable Aviation Fuel (SAF) โดยมีโครงการศึกษาในทุกกระบวนการทำงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่การลงทุนเพื่อผลิต และการทดลองร่วมกับสายการบินในการให้บริการเติมน้ำมัน SAF ในหลายเที่ยวบิน โดยในทุกกระบวนการได้ผ่านการรับรอง และตรวจสอบตามมาตรฐานสากล โดยเฉพาะ JIG Standard
ภายใต้ JIG Standard พนักงานทุกคนต้องผ่านการอบรมอย่างเข้มข้น อัพเดตความรู้เป็นประจำ และต้องมีระบบตรวจสอบทั้งจากภายในและจากลูกค้าสายการบิน เพื่อยืนยันว่าทุกปฏิบัติการเป็นไปตามมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก
ในการประเมินมาตรฐานน้ำมันอากาศยาน จะมีบุคลากรที่มีหน้าที่ในการตรวจสอบเรียกว่า JIG Inspector โดยในอาเซียนมีผู้ตรวจสอบที่ได้รับการรับรองจำนวนน้อยคน ในจำนวนนี้มี 3 คนเป็นพนักงาน OR ซึ่งบ่งบอกถึงศักยภาพของบุคลากรไทยในระดับโลก รวมถึงความน่าเชื่อถือที่ OR สร้างขึ้นในอุตสาหกรรมการบินสากล
ขั้นตอนเติมเชื้อเพลิง ณ สถานีเติมน้ำมันอากาศยานภูเก็ต
ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ สถานีเติมน้ำมันอากาศยานภูเก็ตที่รับน้ำมันจากรถน้ำมันที่เดินทางจากคลังน้ำมันสุราษฎร์ธานี โดยน้ำมันที่รับเข้าจะต้องผ่านการตรวจสอบ ในห้องปฏิบัติการของ OR ที่ได้รับการรับรองในระดับสากล ก่อนที่จะส่งผ่านรถน้ำมันที่ถูกควบคุมให้รับเฉพาะน้ำมันเครื่องบิน เพื่อป้องกันการปนเปื้อน มายังสถานีเติมน้ำมันอากาศยานภูเก็ต
ก่อนการเติมขึ้นเครื่องบิน เจ้าหน้าที่ต้องตรวจคุณภาพอีกครั้งหนึ่ง และในระหว่างการเติมไม่ว่าจะผ่านท่อใต้ดิน (Hydrant System) หรือผ่านรถ Refueller จะมีกระบวนการตรวจสอบทั้งคุณภาพและความปลอดภัย ขณะเติม หากพบสิ่งผิดปกติ เจ้าหน้าที่จะหยุดการเติมน้ำมันโดยทันที และจัดการสถานการณ์ตามขั้นตอนที่ผ่านการอบรมและฝึกฝนมาอย่างเข้มข้น
เห็นได้ว่าไม่ใช่แค่จอดรถเติมน้ำมันเครื่องบิน ต่อท่อ จ่ายน้ำมัน แต่ทุกกระบวนการคือองค์ความรู้ที่ต้องอาศัยความชำนาญ ในการปฏิบัติตามหลักการทางวิศวกรรม และมาตรฐานสากล เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด

สุดท้ายนี้เมื่อโลกกำลังมุ่งสู่ทิศทางพลังงานสะอาด น้ำมันเครื่องบินแบบยั่งยืน หรือ SAF จะเป็นส่วนสำคัญของอุตสาหกรรมการบิน และด้วยการเตรียมพร้อมของ OR ทั้งด้านมาตรฐาน คุณภาพ บุคลากร โครงสร้างพื้นฐาน และความร่วมมือกับสายการบิน จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้ไทยก้าวสู่อุตสาหกรรมการบินที่ยั่งยืนในอนาคตได้อย่างมีศักยภาพ



