จิตเกษม พรประพันธ์, สุเมธ พฤกษ์ฤดี และดวงทิพย์ ศิริกาญจนารักษ์*

“สินค้านำเข้าผ่านด่านเร่งด่วน” คำนี้บางท่านอาจไม่คุ้นหูมากนัก แต่เชื่อว่าท่านผู้อ่านต้องเคยสั่งของจากต่างประเทศผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์แล้วได้รับของภายใน 3 วัน 7 วัน นั่นแหละครับคือความหมายของคำนี้ ซึ่ง 90% เป็นสินค้าที่มีราคาต่ำกว่า 1,500 บาท (CIF : ราคาสินค้ารวมค่าขนส่งและค่าประกันภัยถึงท่าเรือปลายทาง) การสั่งของผ่านช่องทางนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่วันนี้มันง่ายแค่ปลายนิ้วคลิก และมีทางเลือกมากกว่าที่เคย
บทความนี้จะเล่าถึงที่มาที่ไปของการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของสินค้านำเข้าผ่านด่านเร่งด่วน ผลกระทบทั้งด้านบวกและลบที่อาจมีต่อผู้บริโภคและผู้ผลิต ตลอดจนแนวนโยบายเพื่อรักษาผลประโยชน์ของผู้บริโภคภายในประเทศด้วยการประกันการแข่งขันที่เท่าเทียม (ensure a level playing field) ให้กับผู้ประกอบการทั้งภายในและนอกประเทศ ไม่เปิดทางให้ผู้ประกอบการต่างชาติใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายเอาเปรียบผู้ประกอบการไทย
ปัจจุบันแม้สินค้านำเข้าผ่านด่านเร่งด่วนจะมีสัดส่วนเพียง 3.3% ของมูลค่าการนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคทั้งหมดของไทย แต่ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมากลับโตถึง 83% เมื่อเทียบกับก่อนโควิด-19 โดยเฉพาะสินค้าจากจีนที่คนไทยนิยมสั่งซื้อเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และยังมีแนวโน้มเร่งตัวต่อเนื่อง ใน 3 กลุ่มสินค้า ได้แก่ เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย พลาสติก และเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่ถูกขนส่งเข้ามาทางด่านชายแดนมุกดาหารและนครพนม (รูป 1) มาจากแรงผลักดันใหญ่ๆ 3 ปัจจัยด้วยกัน

1) สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน (ที่เริ่มตั้งแต่ปี 2561 ในช่วงทรัมป์สมัยแรกต่อเนื่องมาถึงปัจจุบันยังไม่มีวี่แววที่จะจบ) สงครามภาษีและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์เขย่าโครงสร้างการค้าทั่วโลก จีนในฐานะโรงงานของโลกต้องเร่งปรับตัว หาตลาดใหม่เพื่อระบายสินค้าที่ผลิตไว้ ซึ่งอาเซียนกลายเป็นเป้าหมายหนึ่งที่สำคัญ ด้วยความใกล้ชิดทางภูมิศาสตร์
2) พฤติกรรมการใช้จ่ายของคนไทยเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด จากรายงาน Digital 2025 โดย We Are Social และ Meltwater พบว่า คนไทยใช้เวลาเฉลี่ยบนอินเทอร์เน็ตผ่านมือถือมากถึง 5 ชั่วโมงต่อวัน ติดอันดับ Top 5 ของโลก และที่น่าสนใจคือ คนไทยยังครองแชมป์โลกด้านการชอปออนไลน์บ่อยที่สุด ด้วยสัดส่วนสูงถึง 69.2% พูดง่าย ๆ คือ ถ้ามีคนไทย 100 คน จะมีถึง 69 คนที่ชอปออนไลน์ทุกสัปดาห์ นี่คือสัญญาณสำคัญที่สะท้อนว่า “การซื้อของออนไลน์” ไม่ใช่แค่ทางเลือกอีกต่อไป แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของคนไทยไปแล้ว
3) เส้นทางโลจิสติกส์ไทย-จีนทางบก ที่เร็ว ถูกลง ใกล้แหล่งผลิต เมื่อเทียบกับช่องทางเดิมที่ขนส่งทางอากาศผ่านด่านสุวรรณภูมิเป็นหลัก เส้นทางบกใหม่ตามถนน R9 และ R12 ที่เชื่อมไปยังเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง (กวางสี) ซึ่งเป็นจุดผ่านแดนทางบกที่ใหญ่ที่สุดระหว่างจีนกับอาเซียน ใช้เวลาขนส่งเพียง 2-3 วัน (รูป 2) นอกจากนี้ ยังใกล้แหล่งผลิตสำคัญของจีน โดยเฉพาะฝั่งตะวันออก ที่รัฐบาลจีนกำหนดให้เป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมหลักตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ เช่น อุตสาหกรรมเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มของจีนประมาณ 70% ผลิตในมณฑลกวางตุ้ง เจ้อเจียง เจียงซู ซานตง และฝูเจี้ยน (รูป 3)


การเข้ามาของสินค้าเร่งด่วน สร้างผลกระทบทั้งทางบวกและทางลบต่อเศรษฐกิจไทย สำหรับผู้บริโภค ด้านบวกคือ มีส่วนช่วยทำให้ผู้บริโภค ซื้อสินค้าได้ถูกลงและมีความหลากหลายมากขึ้น เช่น กรณีเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มที่ผู้บริโภคไทยนิยมสั่งซื้อผ่านช่องทางนี้จากจีนมากที่สุด มีส่วนช่วยทำให้เงินเฟ้อในหมวดเสื้อผ้าของไทยลดลงเป็นลำดับ จากเฉลี่ยช่วงปี 2558-62 ที่ 0.3% เหลือติดลบ 0.1% ตั้งแต่ช่วงโควิด-19 ถึงปี 2567 ขณะที่เงินเฟ้อรวมทุกหมวดสินค้ากลับเพิ่มขึ้นจาก 0.3% เป็น 1.6% ในช่วงเวลาเดียวกันนอกจากนี้ ยังมีสินค้าที่ช่วยตอบโจทย์ชีวิตที่สมัยใหม่ที่เพิ่มความสะดวกสบาย ทุ่นแรง และร่นระยะเวลางานบ้านจำเจ ในราคาถูกดังตัวอย่างสินค้าจากแพลตฟอร์มต่างชาติที่มีทั้งเครื่องเพิ่มความชื้นในอากาศ ที่ชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์ เครื่องเติมลมยางอัตโนมัติ นาฬิกาเพื่อสุขภาพ และเครื่องปั่นน้ำผลไม้ในราคาหลักร้อย
ด้านลบสำหรับผู้บริโภค ก็มีคำถามสำคัญเรื่องสุขอนามัยและความปลอดภัยของสินค้า เนื่องจากสินค้าบางรายการอาจไม่ได้ผ่านการรับรองมาตรฐานตามข้อกำหนดของทางการไทย ประเด็นดังกล่าวมีการร้องเรียนจากผู้บริโภค โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ตรวจสอบเบื้องต้น พบว่า สินค้าส่วนใหญ่บนแพลตฟอร์มไม่ได้แสดงเครื่องหมายมาตรฐานสินค้า ทำให้ผู้บริโภคไม่มั่นใจ โดยปัจจุบันมีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาสินค้าไม่ได้คุณภาพมาตรฐานและชำรุดบกพร่องที่สภาผู้บริโภคกว่า 500 เรื่อง ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังดำเนินการในส่วนนี้ อาทิ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ได้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบอายัดสินค้าที่อยู่ในหมวดสินค้าควบคุมของ สมอ. 144 รายงาน โดยระหว่าง เดือน ก.ย. 66 ถึง ก.ค. 67 สามารถยึดสินค้าไม่ผ่านคุณภาพนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านมูลค่าประมาณ 93 ล้านบาท และกำลังเพิ่มรายการสินค้าควบคุมอีก 52 ราย ครอบคลุมสินค้าที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน อาทิ ภาชนะและเครื่องใช้สแตนเลส กระทะ ตะหลิว ถุงพลาสติกสำหรับบรรจุอาหาร ฯลฯ
สำหรับผู้ผลิต ยากที่จะเห็นด้านบวก ผู้ผลิตในไทยต้องเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น โดยเฉพาะสินค้า 3 หมวดหลักที่กล่าวมาขั้นต้น ได้แก่ หมวดเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย โดยเฉพาะ fast fashion, ของใช้พลาสติก และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เป็นพวก gadget ราคาถูกที่ต้องเผชิญ สินค้าจากจีนที่ได้เปรียบทั้งด้าน speed (มีสินค้าออกใหม่ตลอดเวลา) scope (มีสินค้าให้เลือกหลากหลายมากพอที่จะรองรับความต้องการเฉพาะเจาะจงของลูกค้าแต่ละคน) และ scale (ผลิตสินค้าได้ด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่าคู่แข่ง) ทำให้สินค้าที่ผลิตในไทยแม้มีราคาใกล้เคียงกันก็ยากที่จะแข่งขันกับ speed และ scope ของสินค้าจีน ไม่ต้องพูดถึงกรณีที่สินค้าจีนราคาถูกกว่า
การแข่งขันจากจีนยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะหมวดเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ที่ผู้ผลิตในประเทศต้องเผชิญการแข่งขันจากแบรนด์แพลตฟอร์มออนไลน์ดังด้าน fast fashion ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากทั่วโลกและในไทย จนล่าสุดมีการเปิดสาขาในกรุงเทพ ยิ่งสร้างแรงกดดันต่อสินค้า fast fashion ทั้งแบรนด์ไทยและต่างชาติ เห็นได้จากดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมในหมวดเสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่มของไทยที่วิ่งสวนทางกับการเติบโตของมูลค่าการนำเข้าผ่านด่านเร่งด่วนของสินค้าหมวดเดียวกัน (ดังรูป 4) แต่ขณะเดียวกัน แบรนด์ดังกล่าวก็ถูกตั้งข้อสังเกตจากหน่วยงานภาครัฐและ NGO ในหลายประเทศ ทั้งด้านความปลอดภัย ที่ถูกตรวจพบสารปนเปื้อนเกินมาตรฐาน และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากโมเดลธุรกิจแบบ fast fashion โดยตรง กล่าวคือ โมเดลที่กระตุ้นให้บริโภคความจำเป็นด้วยราคาที่ถูก แต่อายุการใช้งานสั้นจึงสร้างขยะเพิ่มขึ้น


ส่วนสินค้าหมวดของใช้พลาสติก รายงานอุตสาหกรรมพลาสติกของวิจัยกรุงศรีฯ ระบุว่า กลุ่มผู้ผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติกในครัวเรือนของไทย มีแนวโน้มได้รับผลกระทบจากเข้ามาแข่งขันของสินค้าจากจีน ที่มีต้นทุนต่ำกว่าผู้ประกอบการไทย ทำให้กำไรลดลงในปี 2567-2569 ขณะที่สินค้าหลักหมวดสุดท้ายคือ เครื่องใช้ไฟฟ้าที่เป็นพวก gadget ราคาถูก คาดว่าไม่มีผู้ประกอบการไทยผลิตสินค้าพวกนี้

การเติบโตของการค้าระหว่างประเทศผ่านช่องทางนี้ ไม่ควรเป็นแค่การเติบโตของตัวเลข แต่ควรเป็นการเติบโตที่สมดุลและยั่งยืน ที่ทุกฝ่ายในระบบเศรษฐกิจสามารถได้รับประโยชน์ร่วมกัน การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของสินค้าราคาต่ำกว่า 1,500 บาท เป็นสัญญาณที่ชัดว่าการแข่งขันจากต่างประเทศได้ขยายตัวมาสู่ฐานพีระมิดของเศรษฐกิจไทยแล้ว การแข่งขันดังกล่าวทำให้ผู้บริโภคไทยได้ประโยชน์ โดยขยายฐานครัวเรือนที่เข้าถึง gadget และสินค้าอุปโภคบริโภคที่ตอบไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ให้กว้างขึ้น ดังนั้น การดำเนินการใดๆ ของภาครัฐไม่ควรกีดกันการแข่งขันดังกล่าวที่สร้างประโยชน์ให้ผู้บริโภค แต่สิ่งที่ภาครัฐควรดำเนินการคือ สร้างสนามแข่งขันที่เท่าเทียม (a level playing field) ได้แก่
(1) การเก็บภาษีสินค้านำเข้าในอัตราเดียวกับสินค้าไทยและตรวจสอบความถูกต้องของพิกัดอัตราภาษีอย่างเข้มงวด ในช่วงที่ผ่านมาทางการไทยได้ออกมาตรการเพื่อรักษาสมดุลระหว่างการเปิดเสรีกับการคุ้มครองเศรษฐกิจในประเทศ เช่น กำหนดให้แพลตฟอร์ม e-commerce ต่างชาติที่จดทะเบียนในไทย จัดเก็บ VAT 7% ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2568 แต่ก็มีสิ่งที่สามารถทำได้เพิ่มเติม เช่น มาเลเซียได้เก็บภาษีบริการดิจิทัลจากผู้ให้บริการต่างชาติ นอกจากนั้น องค์กรระหว่างประเทศ ได้แก่ OECD และ UNCTAD ได้แนะนำให้ประเทศต่างๆ ทบทวนกฎหมายการแข่งขันทางการค้าให้ครอบคลุมถึงแพลตฟอร์ม e-commerce เพื่อป้องกันไม่ให้ใช้อำนาจเหนือตลาดเอาเปรียบผู้บริโภคและคู่แข่ง
(2) การบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยความปลอดภัยกับสินค้านำเข้าทุกประเภท เช่น บังคับว่าอาหารและยาต้องได้ อย. หรือได้มาตรฐานเทียบเท่าที่กำหนดโดยทางการไทย มาตรฐาน มอก. ฯลฯ ดังตัวอย่างของอินโดนีเซียที่ออกกฎหมายบังคับให้ผู้ประกอบการต่างชาติที่มีปริมาณธุรกรรมเกินกำหนดต้องตั้งสำนักงานในประเทศ เพื่ออยู่ภายใต้กฎหมายควบคุมคุณภาพสินค้า และมาตรฐานเดียวกับสินค้าภายในประเทศ
ปลายเดือนก่อน ทีมศึกษาได้ลงพื้นที่สำรวจย่านสำเพ็ง ได้คุยกับพ่อค้าแม่ค้าทั้งไทยและจีน ทุกคนพูดตรงกันว่า “สำเพ็งวันนี้ไม่เหมือนเดิม หากอยากอยู่รอด ต้องปรับตัว” เพราะเผชิญกับการไหลเข้ามาของสินค้าจากต่างประเทศมากขึ้น เช่น สินค้าจากจีน อย่างเสื้อผ้าเด็ก ของเล่น เครื่องประดับ รวมทั้งการลงทุนเปิดร้านค้าในสำเพ็งของชาวจีนเพื่อแข่งกับร้านค้าไทย ระบบ POS ภาษาจีน ตามร้านค้าที่ทีมงานได้สำรวจเป็นเครื่องยืนยันถึงการเข้ามาของนักธุรกิจชาวจีนอย่างดี แม้การเข้ามาดังกล่าวจะมีผลดีต่อผู้บริโภคในด้านราคาสินค้าและความหลากหลายของสินค้า แต่ก็สร้างแรงกดดันให้กับผู้ประกอบการไทยไม่น้อย ทำให้ต้องปรับตัว บางรายหันไปขายออนไลน์ บางรายเจาะตลาดเฉพาะทาง เช่น ยาดมสมุนไพรไทย ซึ่งเป็นที่นิยมของชาวต่างชาติหลายคน โดยเฉพาะชาวเอเชีย โดยอาศัยการบริการฉันมิตรและความจริงใจ ที่เป็นเสน่ห์ของคนไทยจนลูกค้าบอกต่อ สำเพ็งวันนี้จึงไม่ใช่แค่ตลาดค้าส่ง แต่คือสนามแห่งการดิ้นรนและความหวัง ที่ผู้ประกอบการใช้แรงกดดันในการขับเคลื่อนไปสู่โอกาสใหม่
หมายเหตุ : ทีมงานผู้เขียนขอขอบคุณ คุณก้องภพ ภู่สุวรรณ ผู้ให้ความรู้ด้านภูมิประเทศของจีน รวมทั้งผู้บริหารและเพื่อนพนักงาน ส่วนเศรษฐกิจการเงินภูมิภาค 1-3 ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สำหรับคำแนะนำและข้อมูลเชิงพื้นที่ในภาคอีสาน ที่ช่วยให้บทความนี้มีความสมบูรณ์มากขึ้น
หมายเหตุ : “บทความนี้เป็นข้อคิดเห็นส่วนบุคคล ซึ่งไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับข้อคิดเห็นของหน่วยงานที่สังกัด”



