ThaiPublica > เกาะกระแส > EGCO Group กางแผนธุรกิจ ปี 68 ทุ่มกว่า 3 หมื่นล้านบาท ลุยธุรกิจไฟฟ้าทั้งในและตปท.ด้วยกลยุทธ์ “Triple P”

EGCO Group กางแผนธุรกิจ ปี 68 ทุ่มกว่า 3 หมื่นล้านบาท ลุยธุรกิจไฟฟ้าทั้งในและตปท.ด้วยกลยุทธ์ “Triple P”

19 กุมภาพันธ์ 2025


EGCO Group กางแผนธุรกิจ ปี 68 ทุ่มงบลงทุนกว่า 3 หมื่นล้านบาท ลุยสร้างการเติบโตธุรกิจไฟฟ้าทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเพิ่มกำไรและความมั่งคั่ง ด้วยกลยุทธ์ “Triple P”

ดร.จิราพร ศิริคำ กรรมการผู้จัดการใหญ่ EGCO Group

บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO Group กางแผนการดำเนินงานปี 2568 ทุ่มงบลงทุน 30,000 ล้านบาท ลุยขยายธุรกิจไฟฟ้าและธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่องทั้งในและต่างประเทศ มุ่งสร้างรายได้และกำไรให้เติบโตอย่างรวดเร็ว ภายใต้การขับเคลื่อนด้วยกลยุทธ์ “Triple P” โดยเฉพาะการบริหารพอร์ตโฟลิโอให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยนโยบาย Asset Recycling เพื่อนำรายได้ไปแสวงหาโอกาสการลงทุนใหม่ ที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มและการเติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะยาว ทั้งโรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซธรรมชาติและโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะในประเทศที่ EGCO Group มีฐานธุรกิจและพันธมิตรอยู่แล้ว พร้อมเดินหน้าปักหมุดต่อยอดการลงทุนในสหรัฐอเมริกา และสานต่อการลงทุนภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง

ดร.จิราพร ศิริคำ กรรมการผู้จัดการใหญ่ EGCO Group กล่าวว่า ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมพลังงาน การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนนโยบายของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา (นายโดนัลด์ ทรัมป์) ที่คาดว่าจะส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทย การกีดกันทางการค้าที่รุนแรงขึ้น ทำให้นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกในปี 2568 จะเติบโตในระดับที่ไม่มากนัก แต่อย่างไรก็ตาม นโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์ ที่ให้เพิ่มการผลิตก๊าซธรรมชาติและน้ำมันในประเทศ จะช่วยให้มีซัพพลายเข้าสู่ตลาดมากขึ้น ทำให้ส่งผลดีต่อราคาค่าเชื้อเพลิงโลกที่จะลดลง นอกจากนี้สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) คาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2568 จะขยายตัวประมาณ2.3% – 3.3% ซึ่งดีกว่าปีที่แล้วเล็กน้อย โดยจากสถานการณ์ที่เป็นทั้งความท้าทายและเป็นทั้งโอกาสดังกล่าว ทำให้ในปี 2568 EGCO Group ปรับทิศทางและกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ ระยะ 3 ปี (ปี 2568-2570) โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อเพิ่มความสามารถในการสร้างรายได้และผลกำไรอย่างต่อเนื่อง และได้มีการปรับเปลี่ยนองค์กรในทุกมิติ เพื่อรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต ด้วยกลยุทธ์ “Triple P” ได้แก่

  • Profitability and Performance Energizing เพิ่มความสามารถในการสร้างรายได้และผลกำไรให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งรักษาเสถียรภาพทางการเงิน เพื่อดูแลอัตราส่วนหนี้สิน (Debt to EBITDA) และรักษาอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating) ของบริษัท ตลอดจนให้ความสำคัญกับการดูแลผู้ถือหุ้นด้วยนโยบายการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ
  • Power and Energy-related Focus มุ่งเน้นลงทุนในธุรกิจไฟฟ้า ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของ EGCO Group ทั้งโรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ ซึ่งมีความสำคัญต่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้าในยุคเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน และโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน เพื่อเป้าหมาย Net Zero Carbon ผ่านการลงทุนทั้งรูปแบบการควบรวมและซื้อกิจการ (Mergers and Acquisitions – M&A) และการลงทุนพัฒนาโครงการใหม่ (Greenfield) ตลอดจนแสวงหาโอกาสการลงทุนในธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่อง โดยต่อยอดและเน้นการลงทุนในประเทศที่มีฐานธุรกิจอยู่แล้ว 8 ประเทศ ทั้งในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก และอเมริกาเหนือ โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกาและในไทย เพราะเป็นตลาดที่มีโอกาสและมีศักยภาพสูง ด้วยงบลงทุนปีละ 30,000 ล้านบาท
  • Portfolio and People Management บริหารจัดการพอร์ตโฟลิโอให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยมุ่งเน้นการบริหารสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ (Asset Recycling) เพื่อนำรายได้ไปแสวงหาโอกาสการลงทุนใหม่ และให้ความสำคัญกับการสร้างความเป็นเลิศในกระบวนการดำเนินงาน (Operational Excellence) พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กรและพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ใหม่ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะยาว ดังเห็นได้จาก การที่ EGCO Group ขายหุ้นในโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ RISEC สหรัฐอเมริกา และโรงไฟฟ้าพลังงานลม Boco Rock ออสเตรเลีย คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 7,000 ล้านบาท เมื่อเดือนมกราคม 2568 ที่ผ่านมา โดยบริษัทจะนำเงินไปใช้ลงทุนในโครงการใหม่ที่มีศักยภาพการเติบโตสูงในอนาคตต่อไป
  • สำหรับแผนการดำเนินงานและความก้าวหน้าของโครงการลงทุนต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ ในปี 2568 ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของรายได้และกำไรของ EGCO Group อย่างต่อเนื่อง ประกอบด้วย

  • การรับรู้รายได้เต็มปีจากการเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ของโรงไฟฟ้า EGCO Cogeneration ส่วนขยาย กำลังผลิต 74 เมกะวัตต์ จ.ระยอง
  • การรับรู้รายได้เต็มปีจากการเข้าซื้อหุ้นในกลุ่มโรงไฟฟ้า Compass กำลังผลิตรวม 1,304 เมกะวัตต์ ในสหรัฐอเมริกา
  • การรับรู้รายได้เต็มปีเป็นปีแรกจากการจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบครบสมบูรณ์ของโรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่ง Yunlin กำลังผลิตรวม 640 เมกะวัตต์ ในไต้หวัน
  • การรับรู้รายได้จากการขายโครงการพลังงานหมุนเวียนและการทยอยจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบของ APEX ที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง 6 โครงการ กำลังผลิตรวม 841 เมกะวัตต์ ในสหรัฐอเมริกา
  • การเจรจาสัญญาซื้อขายไฟฟ้าใหม่ของโรงไฟฟ้า Quezon ในฟิลิปปินส์ (หลังจากสิ้นสุดสัญญาซื้อขายไฟฟ้าฉบับปัจจุบันกับ Meralco ในเดือนพฤษภาคม 2568) กำลังผลิตรวม 400 เมกะวัตต์ ซึ่งคาดว่าจะสามารถลงนามสัญญา ซื้อขายไฟฟ้าใหม่ได้ภายในไตรมาสที่ 2 ของปี 2568
  • EGCO Group มีความพร้อมสำหรับการลงทุนพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในประเทศ RE Biglot รอบที่ 2 ในรูปแบบ Feed-in Tarff (FiT) ปี 2565-2573 สำหรับกลุ่มไม่มีต้นทุนเชื้อเพลิงในส่วนพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน ซึ่ง EGCO Group ได้รับการคัดเลือกก่อนหน้านี้แล้ว จำนวน 11 โครงการ กำลังผลิตติดตั้งรวม 448 เมกะวัตต์
  • สำหรับโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในต่างประเทศ EGCO Group ได้ลงทุนผ่าน APEX ผู้พัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียนขนาดใหญ่ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นโครงการเรือธง (Flagship) ที่จะผลักดันให้ EGCO Group บรรลุเป้าหมายการเพิ่ม RE เป็น 30% ในปี 2573 โดย APEX มีแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าจาก RE กว่า 56,000 เมกะวัตต์ จนถึงตอนนี้พัฒนาได้ราว 2,000 เมกะวัตต์ นอกจากนั้น ยังเป็นที่สนใจของนักลงทุนในประเทศต่าง ๆ รวมถึงประเทศไทยที่มีความต้องการเพิ่ม RE ใน Portfolio อีกด้วย
  • ในขณะที่การแสวงหาโอกาสการลงทุนใหม่ในรูปแบบ M&A ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้สามารถรับรู้รายได้ทันที ปัจจุบัน EGCO Group มีโครงการที่อยู่ระหว่างการเจรจาประมาณ 4-5 โครงการ รวมกำลังผลิตมากกว่า 1,000 เมกะวัตต์ ทั้งโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ และโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน ในประเทศที่มีฐานธุรกิจและมีพันธมิตรอยู่แล้ว ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนของการเจรจาและได้ข้อสรุป ประมาณไตรมาสที่ 2 ของปี 2568
  • สำหรับธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่อง ในกลุ่มธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค ที่ดำเนินการผ่านบริษัท พีที จันทรา ดายา อินเวสตาสิ (PT Chandra Daya Investasi หรือ CDI) ในอินโดนีเซีย มีความก้าวหน้าในการดำเนินงานที่ชัดเจน โดยอยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการโซลาร์เซลล์บนทุ่นลอยน้ำ (Floating Solar Farm) ในอ่างเก็บน้ำของธุรกิจผลิตและบำบัดน้ำครบวงจร กำลังผลิต 32 เมกะวัตต์ ซึ่งมีแผนจะก่อสร้างแล้วเสร็จและเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ในปี 2570 นอกจากนี้ CDI ยังมีแผนพัฒนาและขยายธุรกิจโลจิสติกส์เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ด้วยการซื้อเรือเดินสมุทรขนาดใหญ่ (Vessels) สำหรับขนส่งน้ำมัน ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีและก๊าซธรรมชาติเพิ่มเติม
  • “EGCO Group เชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่ากลยุทธ์ “Triple P” จะตอบโจทย์การสร้างรายได้และกำไรอย่างต่อเนื่อง และส่งผลต่อการเติบโตขององค์กรอย่างยั่งยืนในทุกมิติ ด้วยการสร้างความสมดุลระหว่างโอกาสทางธุรกิจ ผลการดำเนินงานที่เป็นเลิศ (Operational Excellence) และการบรรลุเป้าหมายเป็นองค์กรที่มุ่งสู่ Net Zero Carbon ภายใต้การกำกับดูแลที่ดี ควบคู่กับการดำเนินงานที่จะดูแลสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม (ESG) ประกอบกับจุดแข็งของ EGCO Group ที่มีความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมไฟฟ้าและการบริหารโครงการทั้งในและต่างประเทศมาอย่างยาวนาน รวมทั้งมีพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Partners) ที่เข้มแข็งและมีประสบการณ์ ตลอดจนมีความคุ้นเคยกับพื้นที่ในการพัฒนาโครงการ ที่จะช่วยส่งเสริม ขีดความสามารถในการแข่งขันได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังจะเป็นขุมกำลังในการผลักดันการสร้างรายได้และการเพิ่มกำไรของ EGCO Group อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี EGCO Group มุ่งมั่นตั้งใจในการดำเนินธุรกิจ และให้ความสำคัญกับการดูแลผู้ถือหุ้นด้วยนโยบายการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ” ดร.จิราพร กล่าว

    ……

    EGCO Group unveils 2025 business plan with 30-billion-baht investment and “Triple P” strategy to grow power business and generate more income

    Electricity Generating Public Company Limited or EGCO Group has announced its 2025 business plan, featuring a 30-billion-baht investment aimed at expanding its power and energy-related businesses both domestically and internationally. This investment is expected to drive rapid growth in both revenue and profit. Central to the plan is the "Triple P" strategy, witha particular focus on efficient portfolio management through asset recycling policy. This approach will help EGCO Group identify new investment opportunities that generate higher value andsupport long-term growth. Key areas of focus will include investments in natural gas-fired and renewable energy power plants, particularly in regions where the company already operates and has established partnerships. The US will be a key market for investment, while domestic projects will also continue to progress.

    Dr. Jiraporn Sirikum, President of EGCO Group, said that several factors are impacting the energy industry this year. These include the energy transition, climate change, the policies of the new US President, which may slow global and Thai economic growth, and the escalating trade barriers. These factors have led analysts to predict that the global economy in 2025 will grow at a modest rate. However, President Trump's policy to increase domestic production of natural gas and oil is expected to supply the market with more resources, positively impacting global fuel prices by lowering them. Additionally, the National Economic and Social Development Council (NESDC) projected the Thai economy to grow by 2.3-3.3% in 2025, which is slightly better than the previous year. Given these challenges and opportunities, EGCO Group has adjusted its business direction and strategy for the three-year period (2025-2027), with the primary goal of continuously increasing revenue and profit. The company has been restructured in all dimensions to support sustainable growth in the future, with the “Triple P” strategy, which includes:

  • Profitability and Performance Energizing: Continuously increasing revenue and profit generation capabilities while maintaining financial stability to manage debt to EBITDA ratios and preserve company credit ratings, as well as prioritizing shareholder returns through consistent dividend payment policy.
  • Power and Energy-related Focus: EGCO Group will prioritize investments in the power sector as its core business. This will include natural gas-fired power plants, which are crucial for energy security during the energy transition, as well as renewable energy plants, with an aim to achieve Net Zero carbon emissions. The company will explore both mergers and acquisitions (M&A) and greenfield investments. The strategy also involves seeking energy-related business opportunities. The company’s business expansion focuses on the eight countries it already operates in throughout Asia Pacific and North America, especially in the US and Thailand, with an annual investment budget of 30 billion baht.
  • Portfolio and People Management: To optimize its portfolio, EGCO Group will focus on asset recycling to generate additional income, enabling value-added investments and long-term growth. The company will also emphasize operational excellence, leveraging digital technology to support organizational restructuring and enhance employees' skills to support future growth opportunities. As part of this strategy, EGCO Group sold the RISEC natural gas-fired power plant in the US and the Boco Rock wind farm in Australia – worth a combined 7 billion baht in January 2025. The proceeds from these sales will be reinvested in new projects with higher growth potential.
  • In 2025, the progress of the operating plan and investment projects, both in Thailand and overseas, which are key factors supporting income and profit growth, are as follows:

  • Full-year income recognition from the commercial operations of the 74-megawatt EGCO Cogeneration SPP Replacement power plant in Rayong.
  • Full-year income recognition from the acquisition of the 1,304-megawatt Compass Portfolio
    in the USA.
  • Full-year income recognition for the first time after the 640-megawatt Yunlin offshore wind farm in Taiwan has fully transmitted power to the grid.
  • Revenue recognition from renewable energy project sales and gradual commercial operations of APEX in the USA, with six projects under construction totaling 841 megawatts.
  • Ongoing negotiations for a new power supply agreement (PSA) for the Quezon power plant in the Philippines with a total power capacity of 400 megawatts (after the end of the current power purchase agreement with Meralco in May 2025). The new PSA is expected to be signed within Q2/2025.
  • EGCO Group is ready to invest in the development of domestic renewable power plants under the second-round bidding of the RE Biglot Feed-in Tariff for 2023-2030, in the “no fuel cost” category, specifically for ground-mounted solar farms. EGCO Group has already been selected for 11 projects, totaling 448 megawatts.
  • For overseas renewable power plant investment, EGCO Group has invested through APEX, a developer of large-scale renewable energy projects in the US. This flagship project will drive EGCO Group toward achieving its goal of increasing RE up to 30% by 2030. APEX plans to develop over 56,000 megawatts of RE capacity, with approximately 2,000 megawatts already developed. In addition, it has attracted the interest of investors from various countries, including Thailand, which is also looking to increase RE in its portfolio.
  • For new investment opportunities, EGCO Group is negotiating mergers and acquisitions(M&A) for 4-5 projects, totaling over 1,000 megawatts, to achieve immediate income recognition. These projects include both natural gas-fired and renewable power plants in countries where EGCO Group operates or has partnerships. The negotiations are expected to be finalized and concluded by Q2/2025.
  • Energy-related businesses: The infrastructure and utility business group operated by PT Chandra Daya Investasi (CDI) in Indonesia has made significant progress. CDI is currently building a 32-megawatt floating solar farm in a water reservoir for a comprehensive water production and treatment business, which is scheduled for completion and commercial operation by 2027. Additionally, CDI plans to expand its logistics business to support the petrochemicals business growth by acquiring more vessels for oil, petrochemical and natural gas transport.
  • “EGCO Group believes that our “Triple P” strategy will steer the company toward sustainable profitability resulting in the company’s sustainable growth in all aspects. It will enable us to
    achieve a balance between business opportunities, operational excellence, and the ability to reach our goal of achieving Net Zero carbon emissions. Considering EGCO Group’s expertise in the power industry and project management in Thailand and overseas, our strong strategic partners with extensive experience, and our in-depth understanding of the areas where projects are developed, we believe these factors will enhance our competitiveness and continuously drive income growth. Moreover, EGCO Group places importance in shareholders as they are crucial to our business operations through consistent dividend payment policy,” said Dr. Jiraporn.