ThaiPublica > ประเด็นร้อน > Research Reports > EIC > EIC Consumer survey 2566 : ผ่าปัญหาหนี้ครัวเรือน โจทย์ใหญ่ของภาครัฐ-ประชาชน-เอกชน

EIC Consumer survey 2566 : ผ่าปัญหาหนี้ครัวเรือน โจทย์ใหญ่ของภาครัฐ-ประชาชน-เอกชน

10 พฤษภาคม 2023


ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (SCB EIC) สำรวจความเห็นผู้บริโภคไทยในแบบสำรวจ “SCB EIC Consumer survey 2566” เกี่ยวกับผลกระทบจากวิกฤติโควิดต่อรายได้ รายจ่าย รวมถึงภาระหนี้ในระบบและหนี้นอกระบบ การสำรวจครั้งนี้มีผู้ตอบแบบสำรวจเสร็จสมบูรณ์ทั้งสิ้น 4,733 คน จัดทำในช่วงวันที่ 20 มกราคม ถึง 2 กุมภาพันธ์ 2566 โดยผลสำรวจสะท้อนปัญหาและแนวโน้มหนี้ครัวเรือน ตลอดจนนำไปสู่นัยต่อทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง สรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้

1. แม้เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวต่อเนื่องแต่ผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังประสบปัญหารายได้ไม่พอรายจ่าย แสดงให้เห็นความเปราะบางที่ยังหลงเหลือจากวิกฤติโควิด แม้ผู้บริโภคส่วนใหญ่มีมุมมองต่อการฟื้นตัวของรายได้ที่ดีขึ้นในระยะข้างหน้าตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ แต่มองว่าการฟื้นตัวของรายได้จะเป็นไปอย่างช้า ๆ และยังไม่กลับไปเท่าระดับก่อนวิกฤติในระยะเวลาอันใกล้ อีกทั้งที่ผ่านมาต้องเผชิญรายจ่ายที่เพิ่มขึ้นจากค่าครองชีพที่เร่งตัว ผู้ตอบแบบสอบถาม 82% มีปัญหารายได้โตไม่ทันรายจ่าย โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย (ไม่เกิน 15,000บาทต่อเดือน) ที่ประสบปัญหานี้มากถึง 89% ส่งผลโดยตรงต่อการออม ซึ่งมีเพียง 7% ของกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่สามารถเก็บออมได้ทุกเดือน

ทั้งนี้ SCB EIC ประเมินว่าหนี้ครัวเรือนไทยจะมีแนวโน้มลดลงไม่เร็วนักในระยะต่อไปจากปัญหาความไม่สมดุลระหว่างรายได้และรายจ่าย รวมถึงปัญหาการออมท่ามกลางเงินเฟ้อสูงและดอกเบี้ยสูง โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย

2. หนี้ครัวเรือนและหนี้นอกระบบ เป็นความเสี่ยงสำคัญของครัวเรือนไทยก่อนเกิดวิกฤติโควิดพบว่ามีสัดส่วนผู้ตอบแบบสอบถามที่เป็นหนี้ 63% โดยเกือบครึ่งหนึ่ง หรือ 31% เป็นหนี้นอกระบบและมีแนวโน้มจะก่อหนี้เพิ่มขึ้นต่อเนื่องสำหรับผู้ตอบแบบสอบถามที่มีหนี้เพิ่มขึ้นตั้งแต่เกิดวิกฤติโควิด แต่ไม่เคยมีหนี้มาก่อนพบว่ามีสัดส่วนราว 40% (กลุ่มหนี้หน้าใหม่) กลุ่มที่เหลือสัดส่วนราว 60% เป็นผู้ที่มีหนี้อยู่ก่อนแล้วและมีภาระหนี้เพิ่มขึ้นตั้งแต่เกิดวิกฤติโควิด นอกจากนี้ยังพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามที่มีหนี้ในปัจจุบันมีแนวโน้มจะกู้ยืมเพิ่มขึ้นในอนาคตโดยเฉพาะผู้มีหนี้นอกระบบที่ต้องการกู้เพิ่มขึ้น จากทั้งแหล่งในและนอกระบบ

ขณะที่ผู้มีหนี้ในระบบมีแนวโน้มก่อหนี้นอกระบบมากขึ้นอีกข้อสังเกตหนึ่งที่น่าสนใจพบว่าวัตถุประสงค์การกู้เงินที่ผ่านมาตั้งแต่เกิดวิกฤติโควิดส่วนใหญ่เพื่อใช้จ่ายค่าอาหารและสินค้าจำเป็น แต่ในระยะ 6 เดือนข้างหน้าผู้มีหนี้ส่วนใหญ่มีแนวโน้มจะกู้ยืมเพื่อชำระหนี้เดิมเป็นหลักสะท้อนความเปราะบางด้านภาระหนี้ของครัวเรือนที่อาจรุนแรงขึ้นกดดันการนำเงินออมออกมาใช้จ่ายเพื่อการบริโภคในระยะต่อไป

3. ทักษะทางการเงินมีความสัมพันธ์กับการเป็นหนี้ของครัวเรือน SCB EIC สำรวจและคำนวณคะแนนทักษะทางการเงินของผู้ตอบแบบสอบถามจาก 3 องค์ประกอบ คือ ความรู้ทางการเงิน พฤติกรรมทางการเงิน และทัศนคติทางการเงิน พบว่าผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ มีคะแนนทัศนคติทางเงินในระดับไม่สูงนัก โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีหนี้นอกระบบ ซึ่งส่วนมากมีคะแนนความรู้ทางการเงินที่ดี แต่อาจมีความจำเป็นฉุกเฉิน ทำให้คะแนนพฤติกรรมหรือทัศนคติทางการเงินออกมาไม่ค่อยดีนัก (เช่น ไม่คิดก่อนใช้เงิน ไม่วางแผนการเงิน) ทำให้จำเป็นต้องกู้หนี้นอกระบบ นอกจากนี้ ยังพบว่ากลุ่มที่มีหนี้นอกระบบมีคะแนนทักษะทางการเงินความเข้าใจเกี่ยวกับหนี้นอกระบบและระดับรายได้โดยเฉลี่ยต่ำกว่ากลุ่มอื่นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติสะท้อนข้อจำกัดในการเข้าถึงแหล่งเงินกู้ในระบบของคนกลุ่มนี้

4. ผลสำรวจหนี้ครัวเรือนผ่านมุมมองผู้บริโภคของ SCB EIC ชี้ว่าปัญหาหนี้ครัวเรือนไทยยังน่ากังวลและควรได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง
ปัญหานี้นับเป็นความท้าทายสำคัญของเศรษฐกิจไทย แต่สามารถทยอยแก้ไขให้ดีขึ้นได้ หากทุกภาคส่วนร่วมมือกันและต้องใช้เวลาภาพรวม

ผลสำรวจของ SCB EIC ครั้งนี้มีนัยต่อภาครัฐ ภาคธุรกิจและภาคครัวเรือนดังนี้ ภาครัฐจำเป็นต้องให้ความช่วยเหลือเชิงนโยบายและให้ความรู้ทักษะทางการเงินทุกมิติอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะทัศนคติทางการเงินและความเข้าใจเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ รวมถึงหยุดวงจรหนี้นอกระบบอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพราะมีประชาชนจำนวนมากที่พึ่งพิงหนี้นอกระบบอยู่ ภาคธุรกิจจำเป็นต้องติดตามกฎระเบียบและนโยบายแก้หนี้ครัวเรือนของภาครัฐอย่างใกล้ชิด เนื่องจากภาครัฐมีแนวโน้มจะเข้ามาแก้ปัญหานี้อย่างจริงจังมากขึ้น อีกทั้งควรเตรียมความพร้อมไว้ หากปัญหาหนี้ครัวเรือนรุนแรงขึ้น จนอาจกระทบกำลังซื้อภาคครัวเรือน ควรผ่อนชำระหนี้ให้มากกว่าการจ่ายขั้นต่ำ ลดการก่อหนี้ใหม่ที่ไม่จำเป็น ปลูกฝังวินัยการออมเพื่อรองรับวิกฤติที่อาจเกิดขึ้นได้อีก และปรับทักษะให้สอดคล้องกับโลกหลังวิกฤติโควิดเพื่อเพิ่มความมั่นคงของกระแสรายได้

อ่านบทวิเคราะห์ฉบับเต็มได้ที่…https://www.scbeic.com/th/detail/product/household-debt-100523