เอชเอสบีซี ส่งสัญญาณ 50 ปี อาเซียน เข้าสู่ยุคแห่งการขยายตัวด้านการพัฒนาและการลงทุน

มร.สจ๊วต เทต ผู้อำนวยการบริหาร ธุรกิจพาณิชย์ธนกิจ ธนาคารเอชเอสบีซี ประจำภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก

อาเซียนฉลองการก่อตั้งครบรอบ 50 ปี ด้วยการที่หลายชาติสมาชิกที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดประกาศพันธะสัญญาจะทุ่มลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเป็นสองเท่า มูลค่าถึงกว่า 700,000 ล้านเหรียญสหรัฐภายในระยะเวลา 5 ปี ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการค้า การท่องเที่ยว และการพัฒนาเพื่อผลักดันไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนในอีกหลายทศวรรษข้างหน้า

มร.สจ๊วต เทต ผู้อำนวยการบริหาร ธุรกิจพาณิชย์ธนกิจ ธนาคารเอชเอสบีซี ประจำภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก กล่าวว่า “การฉลองครบรอบ 50 ปีของการก่อตั้งอาเซียนเป็นจุดเริ่มต้นที่มีศักยภาพสำหรับศักราชใหม่ของการขยายตัวด้านการพัฒนาและการลงทุน”

รายงานประจำปีของ World Economic Forum Global Competitiveness ระบุว่า แผนการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐบาลจนกระทั่งถึงปี 2563 เป็นการมุ่งเน้นลงทุนในโครงการริเริ่มด้านคมนาคมขนส่งต่าง ๆ เป็นหลัก อันเป็นการวางกรอบเป้าหมายที่ชัดเจนในการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งเป็นปัจจัยกำหนดที่สำคัญของขีดความสามารถในการแข่งขัน

มร.เทต กล่าวว่า “การมุ่งเน้นสร้างเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงระหว่างกันให้ดีขึ้นเพื่อช่วยเกื้อหนุนการค้าและการลงทุนมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด โดยจะช่วยเพิ่มโอกาสสูงสุดทางการค้าและการลงทุนภายในอาเซียนด้วยกันเอง และโอกาสอันเกิดจากแผนการ Belt and Road ของจีน ซึ่งมีความสำคัญต่อเป้าหมายที่วางไว้ว่าจะเพิ่มการค้าแบบทวิภาคีระหว่างจีนและอาเซียนเป็นสองเท่า มูลค่า 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2563”

มร.เคลวิน แทน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย กล่าวว่า “ประเทศไทยมีความต้องการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานมากเป็นอันดับสองในอาเซียน โดยในช่วงปี 2559-2563 มีแผนใช้จ่ายเพื่อการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานมูลค่า 120,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งรวมถึงเมกะโปรเจกต์ 56 โครงการ มูลค่า 70,000 ล้านเหรียญสหรัฐ จากมาตรการเร่งรัดการลงทุนมากมายของภาครัฐที่ต้องการยกระดับศักยภาพการแข่งขันของประเทศในระยะยาว และผลักดันให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ขณะนี้ไทยกลายเป็นผู้นำในการเดินหน้าโครงการด้านคมนาคมขนส่ง การพัฒนาโครงข่ายรถไฟของประเทศจะเป็นโครงการสำคัญที่ผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางของอาเซียนในการเชื่อมต่อเส้นทางรถไฟทางคู่กับประเทศเพื่อนบ้าน”

กลุ่มเศรษฐกิจในประเทศอาเซียน ประกอบด้วย 10 ประเทศ ได้แก่ บรูไน กัมพูชา ลาว อินโดนีเซีย มาเลเซีย เมียนมา ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม ซึ่งมีประชากรรวมกันทั้งสิ้นราว 625 ล้านคน และมีจีดีพีปีปัจจุบันรวมกันราว 2.8 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ

หากมองอาเซียนในฐานะที่เป็นตลาดเดียว เศรษฐกิจในกลุ่มประเทศอาเซียนในขณะนี้ติด 1 ใน 7 อันดับเศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของโลก และมีโอกาสก้าวขึ้นมาเป็นเศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลกภายในปี 2030