“คมนาคม” จัดรถไฟ-รถเมล์-เรือ-สายการบิน อำนวยความสะดวกประชาชน ร่วมถวายความอาลัย “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ”

พสกนิกรชาวไทยเข้าแถวถวายน้ำสรงพระบรมฉายาลักษณ์ พระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ณ ศาลาสหทัยสมาคม พระบรมมหาราชวัง
พสกนิกรชาวไทยร่วมถวายน้ำสรงพระบรมฉายาลักษณ์ พระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ณ ศาลาสหทัยสมาคม พระบรมมหาราชวัง

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานประชุมการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่เดินทางมาร่วมถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2559 ณ ห้องประชุมกระทรวงคมนาคม โดยมีนายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายชาติชาย ทิพย์สุนาวี ปลัดกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยผู้บริหารและหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม เข้าร่วมประชุม ทั้งนี้ ก่อนการประชุม นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ ได้ขอให้ผู้เข้าร่วมประชุมยืนถวายความอาลัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศสู่สวรรคาลัย

ภายหลังการประชุม นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมได้จัดเตรียมระบบขนส่งเพื่ออำนวยความสะดวกการเดินทางของประชาชนที่มาร่วมถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ระหว่างวันที่ 14-16 ตุลาคม 2559 ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ดังนี้

1. กรมการขนส่งทางบก (ขบ.)

1.1 ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ตรวจการทั้งหมด จำนวน 15 ชุด (75 คน) ณ จุดเชื่อมต่อต่างๆ เช่น BTS อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ, สยาม, วงเวียนใหญ่ และบริเวณจุดเชื่อมต่อบริเวณรอบโรงพยาบาลศิริราชและสนามหลวง เพื่อตรวจจับรถสาธารณะป้องกันการเอาเปรียบผู้โดยสาร

1.2 ได้จัดเตรียมบริเวณกรมการขนส่งทางบก เพื่อเป็นจุดรองรับรถโดยสาร บขส. ที่จะเข้ามาจากต่างจังหวัด พร้อมทั้งได้ประสานสหกรณ์แท็กซี่ เพื่ออำนวยความสะดวกจัดคิวรับผู้โดยสารเดินทางต่อไปยังจุดต่างๆ

1.3 ประสานสมาคมรถโดยสารรับจ้างไม่ประจำทางให้ทราบถึงจุดจอดต่างๆ บริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง พร้อมและอาจเข้ามาใช้จุดจอดใน ขบ. เพื่อส่งประชาชนจากต่างจังหวัด

1.4 ประชาสัมพันธ์ช่องทางต่างๆ เตือนรถโดยสารสาธารณะที่ฉวยโอกาสเอาเปรียบผู้โดยสาร ลงโทษหนักทุกกรณี

1.5 ประสานให้สำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศ
1) อำนวยความสะดวกและความปลอดภัยแก่ผู้ใช้บริการตามสถานีขนส่งผู้โดยสารทั่วประเทศ
2) ประสานสถานีขนส่งผู้โดยสารทุกแห่ง ให้ดูแลความปลอดภัยโดยรอบอย่างเข้มข้นตลอด 24 ชั่วโมง
3) ประสานรถโดยสารไม่ประจำทางในจังหวัดให้จัดเตรียมรถเสริมในกรณีที่รถโดยสารประจำทางไม่เพียงพอต่อความต้องการ

1.6 เพิ่มจำนวนพนักงานประจำศูนย์รับเรื่องร้องเรียน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง ให้เพียงพอต่อการบริการสอบถามข้อมูลและรับเรื่องร้องเรียนของประชาชน

2. กรมเจ้าท่า (จท.)

กรมเจ้าท่า ขอความร่วมมือผู้ประกอบการเรือโดยสารสาธารณะ จัดเตรียมเรือโดยสารเพิ่มเติม (เรือเสริม) ให้บริการ ดังนี้

2.1 เรือโดยสารสาธารณะ (เรือเสริม) จำนวน 3 ลำ ของบริษัท เรือด่วนเจ้าพระยา จำกัด ให้บริการรับส่งประชาชนโดยไม่เก็บค่าโดยสาร ตั้งแต่เวลา 10.00-21.00 น. โดยมีเส้นทางเดินเรือระหว่างท่าเรือสาทร-ท่าเรือพรานนก และท่าเรือพรานนก-ท่าเรือนนทบุรี สำหรับเรือโดยสารด่วนเจ้าพระยาที่ให้บริการตามปกติ ได้มีการเพิ่มจำนวนการให้บริการเป็น 55 ลำ ออกให้บริการทุก 10 นาที และขยายเวลาให้บริการถึงเวลา 21.00 น.

2.2 เรือโดยสารข้ามฟาก เรือทรัพย์ธนนคร 1 ของห้างหุ้นส่วนจำกัด ทรัพย์ธนนคร และเรือข้ามฟากนำโชคชัย 10 เรือข้ามฟากโพธิ์อรุณ 15 ให้บริการรับส่งประชาชนโดยไม่เก็บค่าโดยสาร ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป โดยมีเส้นทางเดินเรือระหว่าง ท่าเรือพรานนก-ท่าช้าง รวมทั้งจัดเจ้าหน้าที่รักษาการณ์ เรือตรวจการณ์ ปฏิบัติหน้าที่ในการดูแลรักษาความปลอดภัยแก่ประชาชนที่ใช้บริการเรือและท่าเรือโดยสารสาธารณะที่มีการใช้งานจำนวนมาก และจัดพนักงานขนส่งประจำท่าเทียบเรือสาธารณะที่มีประชาชนใช้บริการจำนวนมาก เพื่ออำนวยความสะดวก ดูแลความปลอดภัยในการขึ้น-ลงเรือ พร้อมทั้งให้คำแนะนำในการเดินทาง นอกจากนี้ กรมเจ้าท่าได้นำเรือเจ้าท่า 37 ออกให้บริการประชาชนเพิ่มเติมในเส้นทางที่มีจำนวนประชาชนใช้บริการโดยสารหนาแน่น เพื่อให้เกิดความสะดวกและปลอดภัยในการร่วมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ และร่วมพิธีเคลื่อนพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ “พ่อหลวง” ของปวงชนชาวไทย

หากพบเหตุไม่ปลอดภัยหรือประสบเหตุทางน้ำ สามารถขอความช่วยเหลือจากเรือตรวจการณ์ กรมเจ้าท่า โดยใช้สัญญาณเสียงหรือแสง หรือทางโทรศัพท์หมายเลข 0-2639-4782, 0-2233-1311-8 ต่อ 353 หรือสายด่วนกรมเจ้าท่า 1199 ตลอด 24 ชั่วโมง

3. การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.)

การรถไฟแห่งประเทศไทย อำนวยความสะดวกด้านการเดินทางให้กับประชาชนที่จะเดินทางเข้าร่วมพระราชพิธีพระบรมศพ โดยจัดเพิ่มตู้โดยสารพ่วงในขบวนรถไฟฟรี รถไฟเชิงพาณิชย์ทั่วประเทศ และเพิ่มขบวนรถฟรีเสริมเที่ยวพิเศษสายชานเมือง-ทางไกล อีก 18 ขบวน เริ่มตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม รองรับการเดินทางได้เพิ่มจากปกติอีกวันละ 1.5-2 หมื่นคนต่อวัน พร้อมมอบนโยบายให้เจ้าหน้าที่การรถไฟฯ คณะแพทย์และพยาบาลโรงพยาบาลบูรฉัตร (โรงพยาบาลรถไฟ) และขอความร่วมมือไปยังตำรวจรถไฟ อำนวยความสะดวกการเดินทางประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง โดยได้เพิ่มจำนวนตู้รถโดยสารพ่วงเพิ่มในขบวนรถไฟในเส้นทางปกติ พร้อมจัดขบวนรถเสริมพิเศษ “รถไฟฟรี” รองรับการเดินทางของประชาชนตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม เป็นต้นไป สำหรับรายละเอียดการเพิ่มจำนวนตู้โดยสารและเพิ่มขบวนรถไฟเสริมพิเศษ มีดังนี้

– ขบวนรถไฟฟรี สายชานเมืองกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ได้เพิ่มจำนวนตู้โดยสารพ่วงไป-กลับทุกเส้นทาง จำนวน 64 ขบวนต่อวัน ขณะเดียวกัน ได้เพิ่มขบวนรถไฟฟรีเสริมพิเศษสายชานเมืองสำหรับพระราชพิธีฯ ครั้งนี้อีก 12 ขบวนต่อวัน แบ่งเป็น เส้นทางกรุงเทพฯ-นครปฐม ไป-กลับ จำนวน 4 ขบวนต่อวัน เส้นทางกรุงเทพฯ-อยุธยา ไป-กลับ จำนวน 4 ขบวนต่อวัน และเส้นทางกรุงเทพฯ-ฉะเชิงเทรา ไป-กลับ จำนวน 4 ขบวนต่อวัน

– เส้นทางระยะไกล ร.ฟ.ท. ได้เพิ่มจำนวนตู้รถโดยสารพ่วงในขบวนรถเร็ว ขบวนรถด่วนทุกเส้นทาง ทั้งรถไฟฟรีเพื่อสังคมและรถไฟเชิงพาณิชย์ ซึ่งเปิดให้บริการจำนวน 68 ขบวนต่อวัน รวมทั้งจัดเพิ่มขบวนรถเสริมพิเศษรถไฟฟรีในเส้นทางระยะไกลสำหรับพระราชพิธีฯ ครั้งนี้อีกจำนวน 6 ขบวนต่อวัน ได้แก่ เส้นทางสุรินทร์-กรุงเทพฯ ไป-กลับ จำนวน 2 ขบวนต่อวัน ขอนแก่น-กรุงเทพฯ ไป-กลับ จำนวน 2 ขบวนต่อวัน และเส้นทางพิษณุโลก-กรุงเทพฯ ไป-กลับ จำนวน 2 ขบวนต่อวัน

การเพิ่มจำนวนตู้โดยสารและรถขบวนเสริมพิเศษครั้งนี้จะทำให้ ร.ฟ.ท. มีขบวนรถไฟเชิงพาณิชย์ และขบวนรถไฟฟรีเปิดให้บริการทั่วประเทศเพิ่มขึ้นจากวันละ 132 ขบวน เป็น 150 ขบวน ครอบคลุมเส้นทางทั้งระยะไกลและระยะสั้นรอบชานเมืองทั่วประเทศ รองรับการเดินทางของประชาชนเพิ่มขึ้นจากปกติอีกไม่ต่ำกว่า 15,000-20,000 คนต่อวัน

นอกจากนั้น ร.ฟ.ท. ได้สั่งการให้นายสถานีรถไฟทั่วประเทศประสานกับทางจังหวัด เพื่อขอทราบความต้องการของประชาชน สำหรับจัดขบวนรถรองรับให้เพียงพอต่อการเดินทางของประชาชนที่จะเดินทางมากรุงเทพฯ หากพื้นที่ใดมีประชาชนต้องการเดินทางจำนวนมาก และมีขบวนรถไฟไม่เพียงพอ ร.ฟ.ท. พร้อมพิจารณาเพิ่มขบวนรถพิเศษทันที รวมถึงให้เจ้าหน้าที่การรถไฟฯ นายสถานี ตำรวจรถไฟทั่วประเทศ หน่วยแพทย์และพยาบาลของการรถไฟฯ จัดเตรียมการอำนวยความสะดวกภายในสถานีรถไฟและภายในขบวนรถ เพื่อรองรับการเดินทางของประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง โดยประชาชนสามารถจองตั๋วได้

4. องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.)

ขสมก. เพิ่มจำนวนรถ เที่ยววิ่ง การเปลี่ยนกะพนักงานประจำรถ ทั้งกะเช้า กะบ่าย และกะสว่าง ให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน ที่จะเดินทางไปร่วมถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร น้อมเกล้าน้อมกระหม่อม ส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ระหว่างวันที่ 14-16 ตุลาคม 2559 ตั้งแต่เวลา 05.00-24.00 น. โดยรถโดยสารของ ขสมก. ที่ผ่านบริเวณวัดพระแก้ว สนามหลวง และบริเวณใกล้เคียง ได้แก่ สาย 1, 2, 3, 12, 15, 25, 32, 42, 47, 53, 59, 60, 68, 70, 79, 80, 82, 91, 203, 503, 508, 509, 511, 516 และ สาย 556 โดยรถโดยสารธรรมดาให้บริการฟรีทั้งหมด ยกเว้นรถโดยสารปรับอากาศเก็บค่าโดยสารในอัตราปกติ ทั้งนี้ ขสมก. ได้จัดรถโดยสาร Shuttel Bus อำนวยความสะดวกแต่ละจุด ปลายทางสนามหลวง ให้บริการฟรี รวม 32 เส้นทาง ดังนี้

1) เส้นทางหมอชิต 2-สนามหลวง
2) เส้นทางสายใต้ใหม่-สนามหลวง
3) เส้นทางหัวลำโพง-สนามหลวง
4) เส้นทางเอกมัย-สนามหลวง
5) เส้นทางอนุสาวรีย์ชัย-สนามหลวง
6) เส้นทางวงเวียนใหญ่-สนามหลวง
7) เส้นทางบางใหญ่ (Central Westgate)-สนามหลวง

นอกจากนี้ ขสมก. ได้จัดรถเอกชนร่วมบริการ ได้แก่ สาย 6, 9, 30, 33, 39, 43, 44, 48, 64, 123, 507, และ สาย 524 รวม 12 เส้นทาง เดินรถตามเส้นทางปกติ

5. บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.)

บขส. จัดรถเสริมทุกเส้นทางเพิ่มขึ้นร้อยละ 25 จากเที่ยววิ่งปกติ เช่น เส้นทางภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (จตุจักร) ได้จัดเที่ยววิ่งรถโดยสารจากปกติ 6,833 เที่ยววิ่ง เพิ่ม 1,711 เที่ยววิ่ง รวม 8,544 เที่ยววิ่ง รองรับผู้โดยสารได้ 191,367 คน, เส้นทางภาคตะวันออกที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (เอกมัย) ได้จัดเที่ยววิ่งรถโดยสารจากปกติ 2,237 เที่ยววิ่ง เพิ่ม 560 เที่ยววิ่ง รวม 2,797 เที่ยววิ่ง รองรับผู้โดยสารได้ 52,667 คน ส่วนเส้นทางภาคใต้ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (ถนนบรมราชชนนี) ได้จัดเที่ยววิ่งรถโดยสารจากปกติ 3,850 เที่ยววิ่ง เพิ่ม 962 เที่ยววิ่ง รวม 4,812 เที่ยววิ่ง รองรับผู้โดยสารได้ 94,439 คน นอกจากนี้ บขส. ได้จัดพื้นที่บริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (ปิ่นเกล้า) เป็นจุดจอดสำหรับรถตู้และรถโดยสารไม่ประจำทาง (รถ 30) ที่เดินทางมาจากต่างหวัด เพื่อร่วมพระราชพิธีพระบรมศพ โดยไม่คิดค่าบริการ ซึ่งพื้นที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (ปิ่นเกล้า) สามารถจอดรถได้ประมาณ 130 คัน และได้มอบให้นายสถานีเดินรถทั่วประเทศประสานกับทางจังหวัด สำรวจความต้องการของประชาชนในการเดินทางเข้าร่วมพระราชพิธีฯ เพื่อจัดเตรียมรถโดยสารรองรับประชาชนให้เพียงพอตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดย บขส. ได้ตั้งศูนย์อำนวยการความสะดวกในการเดินทางของประชาชน โทรศัพท์ 0-2936-2963 หรือ Call Center 1490 เรียก บขส. ตลอด 24 ชั่วโมง

นอกจากนี้ บขส. จะงดการเผยแพร่สื่อบันเทิงบนรถ และจะเปิดโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย เพื่อแสดงความไว้อาลัยเป็นเวลา 30 วัน ตั้งแต่วันที่ 14 ต.ค. 2559 เป็นต้นไป

6. บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) (บกท.)

บกท. จัดทำแผนและมาตรการเพื่ออำนวยความสะดวกประชาชน ดังนี้

6.1 การยกเว้นค่าธรรมเนียมกรณีเปลี่ยนวันเดินทางและกรณีเปลี่ยนเส้นทาง
สำหรับบัตรโดยสารการบินไทยที่ออกผ่านสำนักงานขายการบินไทย ตัวแทนจำหน่ายฯ ของการบินไทย ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ รวมถึงบัตรโดยสารที่ออกผ่านเว็บไซต์ thaiairways.com ก่อน และ/หรือ ภายในวันที่ 14 ตุลาคม 2559 ซึ่งระบุวันเดินทางบนบัตรโดยสารไว้ ตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม – 31 ตุลาคม 2559 ดังนี้

1) กรณีเปลี่ยนวันเดินทางเข้าหรือออกจากกรุงเทพฯ สามารถเปลี่ยนวันเดินทางได้โดยการเดินทางใหม่ในเส้นทางเดิม จะต้องอยู่ภายในอายุบัตรโดยสาร และ/หรือ ภายใน 31 ตุลาคม 2559 เท่านั้น โดยไม่เสียค่าธรรมเนียม

2) กรณีเปลี่ยนเส้นทาง สามารถเปลี่ยนเส้นทางได้ โดยการเดินทางในเส้นทางใหม่จะต้องอยู่ภายในอายุบัตรโดยสาร และ/หรือ ภายใน 31 ตุลาคม 2559 เท่านั้น โดยไม่เสียค่าธรรมเนียม และคำนวณราคาในเส้นทางใหม่ เปรียบเทียบกับ ราคาบัตรโดยสารเดิม
• หากราคาบัตรโดยสารในเส้นทางใหม่ สูงกว่า ราคาบัตรโดยสารเดิม ผู้โดยสารต้องชำระส่วนต่างของราคา และภาษี (ถ้ามี) ที่เพิ่มขึ้น
• หากราคาบัตรโดยสารในเส้นทางใหม่ ต่ำกว่าราคาบัตรโดยสารเดิม และบัตรโดยสารนั้นๆ เป็นชนิดที่ขอคืนเงินค่าบัตรโดยสารได้ จะได้รับคืนเงินส่วนต่างนั้นเป็นเอกสารแทนเงินสด

6.2 การเตรียมความพร้อมในการต้อนรับ VVIP Flights

1) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
– เครื่องจอด VVIP ที่ Concourse G เท่านั้น
– การรักษาความปลอดภัยเป็นหน้าที่ของ ทอท. (ทั้งเครื่อง TG และ Charter Flight)
– การบินไทยให้ความร่วมมือประสานงาน ดังนี้
• ประสานกับการท่า (ทอท.) สำหรับที่จอด G5
• การจัดรถไฟฟ้ารับส่งภายในอาคาร
• สำรองห้องรับรองพิเศษทั้งของ ทอท. และของการบินไทย
• อำนวยความสะดวกด้านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง
• อำนวยความสะดวกด้านการพิธีศุลกากร

2) ที่ บน.6

– เครื่องบินสามารถจอดที่ บน.6 ได้ 2 หลุมจอดเท่านั้น คือ M28 และ M29 สำหรับเครื่องขนาดไม่ใหญ่กว่า A321/B737 ในกรณีที่ไม่มีเครื่องลำใหญ่เข้า-ออกที่ บน.6 จะจอดได้อีก 1 ลำ ที่หลุมจอด M30
– ที่ บน.6 มีการคุม slot อย่างเข้มข้น
– การรักษาความปลอดภัยเป็นหน้าที่ของ ทอท. และกระทรวงการต่างประเทศประสานไปทางทหารอากาศอีกชั้นหนึ่ง

3) ท่าอากาศยานอู่ตะเภา

สำหรับที่อู่ตะเภา เป็นการจอดสำหรับพักค้างคืนเท่านั้น ไม่มีการนำ VVIP หรือผู้โดยสารขึ้นลงที่ท่าอากาศยานอู่ตะเภา เนื่องจาก VVIP หรือผู้โดยสาร จะขึ้นลงที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หรือที่ บน.6 เท่านั้น สำหรับความปลอดภัยของเครื่องบิน ทางกระทรวงต่างประเทศจะประสานกับทางทหารเรือให้มีทหารเรือมาคุ้มกันความปลอดภัยของเครื่องบิน

หมายเหตุ: การกำกับดูแลเที่ยวบินไม่ว่าจะเป็นเครื่องบินของ TG หรือเที่ยวบินพิเศษ จะมีเจ้าหน้าที่ได้รับมอบหมายเป็นประจำคือ
• คุณธีระ บัวศรี ผู้จัดการกองควบคุมการบริการสถานีกรุงเทพฯ
• คุณธนพร ใจผ่องใส พนักงานอาวุโสกองบริการพิเศษ (LP)
• คุณประพนธ์ อธิพรชัยวัฒนา หัวหน้ากลุ่มงานบริการเที่ยวบินพิเศษ
– ทุกเที่ยวบินจะมีผู้จัดการการบริการสนามบิน (Airport Services Manager) คอยกำกับดูแลทุกเที่ยวบิน

6.3 มาตรการรักษาความปลอดภัย

บริษัทฯ ได้ปรับระดับการรักษาความปลอดภัยตามมาตรฐาน ICAO โดยระดับความปลอดภัยของเที่ยวบินการบินไทยจะเป็นไป SPECIAL SECURITY ARRANGEMENT ของบริษัทฯ

7. บริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด (บทม.)

สายการบินไทยสมายล์ จัดเตรียมเครื่องบินสำรองสำหรับเพิ่มเที่ยวบินพิเศษ เพื่อรองรับความต้องการเดินทางสำหรับประชาชน ยกเว้นค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนแปลงการเดินทางของบัตรโดยสารทุกประเภทเป็นเวลา 30 วัน สำหรับผู้โดยสารที่มีกำหนดเดินทางระหว่างวันที่ 14 ตุลาคม – 13 พฤศจิกายน 2559 และจัดเตรียมเครื่องบินสำรองสำหรับเพิ่มเที่ยวบินพิเศษภายในประเทศ โดยเที่ยวบินพิเศษที่เพิ่มขึ้นจะประกาศให้ทราบในโอกาสต่อไป สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าสายการบินไทยสมายล์ หรือ Smile Service Center หมายเลขโทรศัพท์ 0-2118 8888 หรือ 1181

8. การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.)

รฟม. จัดเตรียมรถโดยสารให้พร้อมบริการสำหรับรองรับการเดินทางของประชาชน

9. บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.)

รฟฟท. ได้เตรียมแผนอำนวยความสะดวกไว้รองรับการเดินทางของประชาชน ตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม 2559 เป็นต้นไป โดยเตรียมขบวนรถไฟฟ้าไว้คอยให้บริการจำนวน 5 ขบวน ตลอดระยะเวลาการให้บริการ และในช่วงเวลาเร่งด่วนเช้า (06.00-10.00 น). และช่วงเวลาเร่งด่วนเย็น (16.00-20.00 น.) บริษัทฯ ได้เสริมขบวนรถไฟอีก 2 ขบวน เพื่อให้บริการแก่ประชาชน และในช่วงเวลาที่มีผู้โดยต้องการใช้บริการเป็นจำนวนมาก นอกเหนือจากช่วงเวลาเร่งด่วน ศูนย์ควบคุมการเดินรถไฟฟ้า สามารถนำรถไฟฟ้าเสริม 2 ขบวน ขึ้นมาเตรียมพร้อมให้บริการในระบบรถไฟฟ้าได้ตลอด โดยรถไฟฟ้าเสริม 2 ขบวนนี้จะจอดรอให้บริการที่สถานีมักกะสันและสถานีสุวรรณภูมิ ทั้งนี้ รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ จะเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 06.00-24.00 น.

นอกจากนั้น รฟฟท. ได้ตั้งศูนย์ประสานงานเพื่ออำนวยความสะดวกและรองรับการใช้บริการของผู้โดยสารตลอดช่วงเวลาดังกล่าวอีกด้วย ซึ่งผู้โดยสารที่มีความประสงค์เดินทางไปยังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม สามารถโดยสารรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ มาลงที่สถานีพญาไท แล้วใช้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอสไปยังสถานีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และเดินทางด้วยรถโดยสารประจำทางสาย 59 และ 503 หรือเดินทางด้วย Shuttle Bus เส้นทางอนุสาวรีย์ชัยฯ-สนามหลวง ที่ทางองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพได้จัดเตรียมไว้ สำหรับในส่วนของด้านความปลอดภัยในระบบรถไฟฟ้า รฟฟท. เน้นย้ำมาตรการรักษาความปลอดภัย ความเข้มงวดด้านมาตรการรักษาความปลอดภัยสูงสุดในการให้บริการแก่ผู้โดยสารในระบบรถไฟฟ้า อันเป็นมาตรการที่บริษัทฯ ได้ดำเนินการมาโดยตลอด ซึ่งมีมาตรการต่าง ๆ ได้แก่

1) เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบสัมภาระผู้โดยสารบริเวณสถานีรถไฟฟ้าทุกสถานี

2) เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบบุคคลและวัตถุต้องสงสัยที่เข้าสู่ระบบรถไฟฟ้า

3) เตรียมกำลังพลชุดสุนัขตรวจวัตถุระเบิด (K9)

4) เพิ่มการตรวจใต้ท้องรถยนต์และท้ายรถยนต์ที่จะเข้ามาในลานจอดรถสถานีรถไฟฟ้ามักกะสัน