บอร์ดสลากฯ เตรียมล้างไพ่โควตาหวย แจง 5 ทางเลือก หลังผลสำรวจ ”คนขายตัวจริง” ถูกยี่ปั๊วเอาเปรียบ ขายส่งคู่ละ77 บาท เคาะ ก.ย. นี้

ผลจากการที่คณะอนุกรรมการบริหารจัดการสลากกินแบ่งรัฐบาลลงพื้นที่ สำรวจความคิดเห็นคนขายหวยตัวจริงในหลายจังหวัด อาทิ จังหวัดนครปฐม, สงขลา, อุดรธานี และนครราชสีมา พบปัญหาคนขายหวยตัวจริง ถูกยี่ปั๊ว-ซาปั๊วเอาเปรียบ บวกกำไรกันมา 3-4 ทอด ถึงมือคนขายหวยตัวจริง คู่ละ 76-77 บาท ขณะที่ราคาปลายทางถูกกำหนดเอาไว้ว่า ห้ามขายเกินคู่ละ 80 บาท แต่ “บอร์ดสลากอ้างคุมราคาหวย 80 บาท เพื่อคัดคนขายหวยตัวจริง แต่ไม่คุมราคาเสือนอนกิน “ยี่ปั๊ว-ซาปั๊ว” รายใหญ่”

เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2558 นายธนวรรธน์ พลวิชัย โฆษกคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดแถลงข่าวคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล อนุมัติกรอบ 5 แนวทางในการจัดสรรสลากให้ถึงมือผู้ค้ารายย่อย ณ ห้องประชุมชั้น 3 สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สนามบินน้ำ
เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2558 นายธนวรรธน์ พลวิชัย โฆษกคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดแถลงข่าวคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล อนุมัติกรอบ 5 แนวทางในการจัดสรรสลากให้ถึงมือผู้ค้ารายย่อย ณ ห้องประชุมชั้น 3 สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สนามบินน้ำ

สำหรับสาเหตุที่ทำให้คนขายหวยตัวจริงซึ่งมีอาชีพและรายได้หลักจากการขายหวยต้องไปรับสลากฯ จากยี่ปั๊ว-ซาปั๊วมาขาย เนื่องจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลจัดสรรโควตาให้น้อยเกินไป แต่ละงวดไม่เกิน 5 เล่มต่อราย แต่ละเดือนมีรายได้ไม่พอเลี้ยงครอบครัว จำเป็นต้องไปรับสลากฯ ราคาแพงจากยี่ปั๊ว-ซาปั๊วมาขายเสริม ดังนั้น เพื่อเป็นการแก้ปัญหาสลากเกินราคาอย่างยั่งยืนในระยะยาว เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2558 คณะอนุกรรมการบริหารจัดการสลากกินแบ่งรัฐบาล จึงนำสรุปผลการสำรวจปัญหาและความคิดเห็นจากผู้ค้าสลากตัวจริง พร้อมกับแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ส่งให้ที่ประชุมคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล (บอร์ดสลาก) พิจารณาในเบื้องต้น ก่อนที่จะคณะกรรมการสลากฯ จะพิจารณา “มาตรการแก้ปัญหาสลากเกินราคาอย่างยั่งยืนเฟส 2” ภายในเดือนกันยายน 2558 ตามนโยบายของ“พล.ต. อภิรัชต์ คงสมพงษ์” ประธานบอร์ดสลากฯ

พ.ท. หนุน ศันสนาคม กรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าวว่า จากการลงพื้นที่สำรวจความคิดเห็นผู้ค้าสลากตัวจริง 4 จังหวัด คณะอนุกรรมการบริหารจัดการสลากกินแบ่งรัฐบาล ได้นำข้อมูลทั้งหมดมาวิเคราะห์ และสรุปแนวทางการจัดสรรสลากฯ ให้ถึงมือผู้ค้าสลากรายย่อย 5 แนวทาง ดังนี้

แนวทางที่ 1 จัดสรรสลากฯ ให้ผู้ค้าสลากรายย่อยเดิม และผู้ค้าสลากรายใหม่ที่ยังไม่เคยได้รับการจัดสรรโควตาสลาก รายละ 5 เล่ม

แนวทางที่ 2 เพิ่มจำนวนสลากให้กับผู้ค้าสลากรายย่อยเป็น 10 เล่มต่อราย ตามข้อเรียกร้องของผู้ค้าสลากรายย่อยส่วนใหญ่

แนวทางที่ 3 จัดสรรตามความต้องการ (Demands) หรือ ตามกำลังซื้อของผู้ค้าสลากรายย่อย โดยไม่จำกัดปริมาณการจัดสรรสลากต่อราย

แนวทางที่ 4 จัดสรรตามความต้องการเหมือนแนวทางที่ 3 แต่จำกัดปริมาณการจัดสรรสลากต่อราย ไม่เกิน 50 เล่ม ทั้งนี้จากการวิเคราะห์ของคณะอนุกรรมการฯ พบว่าผู้ค้าสลากรายย่อยไม่ความสามารถในการขายสลากจริงไม่น่าเกิน 50 เล่มต่องวด หากจัดสรรสลากโดยไม่จำกัดปริมาณ อาจจะไม่มีสลากเหลือเพียงพอที่จะนำไปจัดสรรให้ผู้ค้าสลากรายย่อยที่มีจำนวน 39,000 ราย

แนวทางที่ 5 เพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายสลากผ่านเครื่องออนไลน์

“วันนี้ที่ประชุมบอร์ดสลากมีมติคณะอนุกรรมการฯ นำ 5 แนวทาง กลับไปศึกษารายละเอียด ถึงข้อดี ข้อเสีย และไปสู่ภาคปฏิบัติได้จริง โดยให้ยึดหลักการความโปร่งใส เป็นธรรม จัดสรรสลากให้ถึงมือผู้ค้าสลากตัวจริง และให้คณะอนุกรรมการฯ สรุปผลการศึกษาอย่างละเอียด เสนอต่อที่ประชุมบอร์ดสลากครั้งต่อไปในเดือนกันยายน 2558” พ.ท. หนุน กล่าว

นายธนวรรธน์ พลวิชัย(กลาง)โฆษกคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล และ พ.ท.หนุน ศันสนาคม กรรมการ สลากกกินแบ่งรัฐบาล(ขวา) แถลงข่าวคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล อนุมัติกรอบ 5 แนวทางในการจัดสรรสลากให้ถึงมือผู้ค้ารายย่อย ณ ห้องประชุมชั้น 3 สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สนามบินน้ำ
นายธนวรรธน์ พลวิชัย (กลาง) โฆษกคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล และ พ.ท. หนุน ศันสนาคม กรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล (ขวา) แถลงข่าวคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาลอนุมัติกรอบ 5 แนวทางในการจัดสรรสลากให้ถึงมือผู้ค้ารายย่อย ณ ห้องประชุมชั้น 3 สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สนามบินน้ำ

นายธนวรรธน์ พลวิชัย โฆษกคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าวว่า ข้อมูลที่ใช้ในการวิเคราะห์และสรุปแนวทางการแก้ไขปัญหาสลากเกินราคาครั้งนี้ มาจากผลการสำรวจของกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.), ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ, ผู้ตรวจราชการสำนักงานสลากฯ 9 เขต พบว่ามีผู้ค้าสลากรายย่อยเกือบ 40,000 ราย ปัจจุบันได้รับการจัดสรรโควตาสลากรายละ 5 เล่ม ไม่พอขาย จึงไปรับสลากจากยี่ปั๊ว-ซาปั๊วมาขายเพิ่มเติม โดยราคาขายส่งวันที่ 16 มิถุนายน 2558 อยู่ที่คู่ละ 72-72 บาท ล่าสุดราคาขายส่งถูกปรับขึ้นมาเป็นคู่ละ 77 บาท ทำให้ผู้ค้าสลากรายย่อยได้กำไรน้อย ไม่สามารถขายสลากคู่ละ 80 บาทได้ ทางผู้ค้าสลากรายย่อยเรียกร้องให้สำนักงานสลากฯ จัดสรรสลากให้ถึงมือผู้ค้าสลากโดยตรง และไม่ควรจัดสรรให้กับคนที่ไม่ได้ขายจริง

“คณะอนุกรรมการฯ จึงนำข้อมูลความคิดเห็นจากผู้ค้าสลากทั้งหมดมาสรุปแนวทางแก้ปัญหาเกินราคาได้ 5 แนวทาง โดยมีหลักการใหญ่ 2 แนวทาง คือ 1. ไม่จำกัดปริมาณการจัดสรรสลาก หรือ จัดสรรตามดีมานด์ และ 2. จำกัดดีมานด์ รายละไม่เกิน 5 เล่ม 10 เล่ม และ 50 เล่ม ขณะเดียวกัน ก็มีนักวิชาการเป็นห่วง เกรงว่าในอนาคตอาจจะมีปัญหาขายสลากเกินราคา จึงเสนอแนวทางที่ 5 เพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายผ่านเครื่องออนไลน์ และเพื่อให้ผลการศึกษาแนวทางการจัดสรรสลากทั้ง 5 วิธีมีความครบถ้วนสมบูรณ์ วันที่ 11 สิงหาคม 2558 คณะอนุกรรมการฯ จะเดินทางไปสำรวจความคิดเห็นผู้ค้าสลากรายย่อยที่จังหวัดเชียงใหม่เพิ่มเติม ถัดมาจะเชิญสื่อมวลชนร่วมเดินทางไปสำรวจความคิดเห็นผู้ค้าสลากรายย่อยกว่า 10,000 รายที่อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย, ศูนย์การค้าสลากไทย และตลาดสี่แยกคอวัวใน กทม. พร้อมกับทำประชาพิจารณ์สำรวจความคิดเห็นของประชาชนครั้งสุดท้ายสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ ก่อนสรุปมาตรการแก้ปัญหาสลากเกินราคาเฟส 2 เสนอให้ที่ประชุมบอร์ดอนุมัติเดือนกันยายน 2558” นายธนวรรธน์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า มาตรการแก้ปัญหาสลากเกินราคาเฟส 2 จะไม่จัดสรรสลากให้ผู้ค้าสลากรายใหญ่ใช่หรือไม่ นายธนวรรธน์ตอบว่า “ยังไม่ได้สรุปว่าจะไม่จัดสรรสลากให้ผู้ค้าสลากรายใหญ่ แนวทางหลักๆ จะมีการจัดสรรให้ผู้ค้าสลากรายละ 5 เล่ม, 10 เล่ม และ 50 เล่ม แต่ก็เป็นห่วงถ้าจัดสรรไม่อั้น ไม่จำกัดปริมาณ ก็จะไม่มีสลากเหลือเพียงพอที่จะจัดสรรให้ผู้ค้าสลากรายย่อย และผู้ที่ประสงค์อยากจะขายสลาก แต่ยังไม่เคยได้รับการจัดสรรโควตาเลย”

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าทำไมไม่ควบคุมราคาที่ยี่ปั๊ว-ซาปั๊วขายส่ง นายธนวรรธน์กล่าวว่า “1. ปัจจุบันเรายังไม่มีกฎหมายควบคุมราคาขายส่ง มีแต่กฎหมายกำหนดห้ามขายเกินคู่ละ 80 บาท 2. สำนักงานสลาก ขอความร่วมมือยี่ปั๊ว-ซาปั๊ว ให้บวกกำไรได้ไม่เกิน 2% หรือคู่ละ 1.60 บาท หรือขายส่งไม่เกินคู่ละ 72 บาท 3. สำนักงานสลากฯ ต่อสัญญาจำหน่ายสลากฯ ให้กับผู้ค้าสลากไม่เกิน 6 เดือน หากสำนักงานสลากฯ ตรวจสอบพบว่ายี่ปั๊ว-ซาปั๊วไม่ให้ความร่วมมือ ก็มีโอกาสที่จะไม่ได้รับการต่อสัญญาครั้งต่อไป เป็นเครื่องมือที่สำนักงานสลากฯ ใช้กำกับดูแลเรื่องราคา”

ผู้สื่อถามต่อว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่จะยกเลิกการจัดสรรสลากให้รายใหญ่ เพื่อนำสลากลอตใหญ่มากระจายให้ถึงมือผู้ค้าสลากตัวจริง นายธนวรรธน์กล่าวว่า “บอร์ดสลากชุดปัจจุบันมีความมุ่งมั่นที่จะแก้ปัญหาสลากเกินราคา และจัดสรรสลากให้ถึงมือผู้ค้าสลากตัวจริง พยายามศึกษาและหามาตรการในการจัดสรรสลากให้ถึงมือผู้ค้าสลากตัวจริงให้มากที่สุด โดยไม่นำสลากไปขายต่อหลายทอด หรือขจัดคนที่ไม่ได้ขายหวยจริงให้หมดไปให้ได้ นี่คือความตั้งใจของคณะอนุกรรมการฯ”

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า ช่องทางการจัดจำหน่ายสลากใหม่จะใช้ระบบการจัดสรรแบบโควตาเหมือนเดิม นายธนวรรธน์กล่าวว่า ยังไม่มีการสรุป วิธีการจัดสรรสลากมีทั้งรูปแบบของสัญญาแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายสลาก หรือที่เรียกว่าโควตา กับไม่มีการทำสัญญาแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายสลาก การจัดสรรไม่จำกัดจำนวนสลาก ก็ถือว่าไม่มีโควตา ตอนนี้ยังไม่ได้สรุป ขอศึกษาข้อดี ข้อเสีย และรายละเอียดก่อน


link

จากนั้นผู้สื่อข่าวได้สอบถาม พ.ท. หนุนเพิ่มเติมว่าจะอธิบายต่อสาธารณชนอย่างไร ถ้าหากสำนักงานสลากฯ เปิดเผยข้อมูลการจัดสรรสลาก ปรากฏว่าผู้ค้าสลากประเภทมูลนิธิ สมาคม นิติบุคคล ได้สลากรายละ 4-5 ล้านฉบับ ขณะที่ผู้ค้าสลากรายย่อยได้สลากไม่เกิน 50 เล่มต่อราย

พ.ท. หนุนตอบว่า “นี่ไง ตอนนี้เราจึงยังไม่สรุปว่าจะเลือกใช้แนวทางใด ทั้ง 5 แนวทางมีทั้งข้อดีและข้อเสียแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับปริมาณการจัดสรรต่อรายด้วย วันที่ 31 ธันวาคม 2558 เป็นวันสิ้นสุดสัญญา ถือว่ายกเลิกโควตาของผู้ค้าสลากรายเดิมทั้งหมด อย่าไปมองว่าเราจะต่อสัญญาให้ผู้ค้าสลากรายเดิม ซึ่งไม่ได้มีเฉพาะกลุ่ม 5 เสือเท่านั้น ยังมีมูลนิธิ สมาคม นิติบุคคล องค์กรคนพิการอีก เปรียบเทียบกับผู้ค้ารายย่อย มันแตกต่างกันตรงที่ส่วนลดที่ได้รับจากสำนักงานสลากฯ ดังนั้น การจัดสรรรอบใหม่นี้ถือเป็นการล้างไพ่ใหม่ ไม่ต่อสัญญาให้เจ้าเดิม แต่ปัญหาคือสลาก 5 เล่ม จะจัดสรรให้ใคร จากข้อมูลผลการสำรวจของ 4 หน่วยงาน พบว่ามีผู้ค้าสลากรายย่อยกว่า 39,000 ราย ขณะที่สลากมี 74 ล้านฉบับ หรือ 37 ล้านคู่ ตามหลักการที่บอร์ดสลากมอบหมาย คือ ให้เน้นผู้ค้าสลากรายย่อย หากจัดสรรให้รายย่อย 39,000 ราย รายละ 5 เล่ม เหลือสลากเท่าไหร่ ถ้า 10 เล่ม เหลือสลากเท่าไหร่ ถ้า 50 เล่มเหลือเท่าไหร่ และไม่จำกัดจำนวนสลากเลย อาจจะไม่มีสลากเหลือเพียงพอที่จะนำไปจัดสรร อย่าลืมว่ายังมีคนที่อยากจะขายสลาก แต่ไม่เคยมีโควตาสลากเลยอีกกลุ่มหนึ่ง”


link