ICAO ต่อเวลาถึงพ.ย.’58 “สหรัฐอเมริกา – อียู” จ่อคิวตรวจสอบมาตรฐานการบินไทยกลางปีนี้

ไทยเดินหน้าเจรจา ICAO ประสบผล ต่อลมหายใจให้สามารถแก้ไขปัญหาได้ถึงเดือนพฤศจิกายน 2558 ‘ประจิน’ เล็งรวมคณะกรรมการแก้ปม ICAO เป็นคณะกรรมการบูรณาการ ด้านสายการบินเตรียมรับมือต่างชาติออกมาตรการคุมเข้ม อเมริกา อียู จอคิวเช็คมาตรฐานการบินไทย 

พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2558 พลอากาศเอกประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล ว่าขณะนี้นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เดินทางไปพบ ประธานองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (The International Civil Aviation Organization- ICAO) ณ เมืองมอนทรีออล ประเทศแคนนาดา

โดยรมว.คมนาคม คาดว่าจากการเตรียมพร้อมในการชี้แจงจากไทยจะสามารถทำให้ ICAO เข้าใจได้ถึงความพยายามในการแก้ปัญหาของไทย และจากการคาดการณ์ในเบื้องต้นผลของการเจรจาเป็นไปได้ 3 แนวทางคือ ICAO จะยังคงสถานะให้การบินพลเรือนไทยโดยการไม่ประกาศใดๆ จนกว่าจะมีการพิจารณาแก้ไขปัญหาได้ชัดเจน แนวทางที่ 2 คือให้โอกาสไทยอีก 2-3 สัปดาห์ในการดำเนินการแก้ไข พร้อมให้คำแนะนำเพิ่มเติม และแนวทางที่ 3 คือ ICAO อาจทำการประการเผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณะในการลดมาตรฐานของไทย

“หากผลออกมาเป็นแนวทางที่ 3 เราได้เตรียมแผนสำรองโดยการให้สายการบินปรับแผนธุรกิจเพื่อรองรับเหตุการณ์ที่ต่างประเทศจะทำการระงับเที่ยวบินของไทย ซึ่งจะมีการเรียกกลุ่มผู้ประกอบการสายการบินอีกครั้งหนึ่ง”

พล.อ.อ.ประจินกล่าวต่อว่าขณะดียวกันจะมีการปรับคณะทำงานที่เข้ามาร่วมทำงานใหม่ทั้งหมดในการแก้ไขปัญหา เป็นคณะกรรมการบูรณาการเพียงชุดเดียวสำหรับการติดตามแก้ปัญหาต่อไป เนื่องจากการแก้ไขข้อบกพร่องที่มีนัยสำคัญต่อความปลอดภัย (Significant Safety Concerns: SSC) ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว รวมทั้งการทำกฎหมายได้จัดทำไปบางส่วน ส่วนการปรับโครงสร้างองค์กรอยู่ระหว่างดำเนินการ ถือว่าทุกอย่างคืบหน้าไปหมดแล้วจึงเห็นว่าควรควบรวมการทำงานทั้งหมดมาอยู่ที่คณะกรรมการชุดเดียวเพื่อให้ง่ายต่อการปฏิบัติงาน

ล่าสุด นายอาคมรายงานว่าการหารือเป็นไปด้วยดี ประธาน ICAO มีความพึงพอใจที่คณะทำงานไทยให้ความสำคัญ และเข้ามาชี้แจงความคืบหน้าในการแก้ปัญหา จึงจะไม่ประกาศมาตรการใดๆ เพิ่มบนเว็บไซต์ของ ICAO ตามเส้นตายวันที่ 18 มิถุนายนนี้ โดยจะให้โอกาสไทยแก้ไขปัญหาถึงเดือนพฤศจิกายน 2558

พร้อมกันนี้ ICAO ยังยินดีที่จะทำงานร่วมกับไทย เพื่อปลดล็อค SSC และช่วยแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน โดยอาจใช้ไทยเป็นกรณีเป็นตัวอย่างในการแก้ปัญหามาตรฐานการบินของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก

ด้านแหล่งข่าวจากคณะทำงาน กรมการบินพลเรือนให้ความเห็นว่าจากนี้ไปไทยต้องเร่งดำเนินการตามแผนเดิมที่วางไว้ โดยเฉพาะเรื่องการปรับปรุงกระบวนการออกใบรับรองผู้ดําเนินการเดินอากาศ (Air Operator Certificate : AOC) เพื่อยกระดับความปลอดภัยให้เข้มงวดตามมาตรฐานสากล ซึ่งประเทศต่างๆ อาจยังคงมาตรการคุมเข้มไทยในการให้สายการบินไทยเข้า-ออก เช่นเดิม

“แต่ไม่ว่าผลของ ICAO จะออกมาในแนวทางไหน สิ่งที่ไทย ‘ควร’ ทำคือ การดำเนินงานตามแผนอย่างต่อเนื่อง ดำเนินการตรวจสอบและออกในบรับรองให้สายการบินใหม่โดยเร็ว”แหล่งข่าวกล่าว

แหล่งข่าวกล่าวต่อว่าข่าวดีในครั้งนี้อาจช่วยให้หลายฝ่ายผ่อนคลายได้บ้าง แต่ไม่ควรลืมว่าไทยยังเหลืออีก 2 องค์กรสำคัญที่เป็นที่ไว้วางใจของนานาชาติ คือ องค์กรบริหารการบินแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา(Federal Aviation Administration : FAA) และองค์กรความร่วมมือด้านการบินในกลุ่มสหภาพยุโรป (European Aviation Safety Agency : EASA) ที่รอจ่อคิวเข้าตรวจมาตรฐานไทย โดยผลการตรวจจะออกมาอย่างไรนั้นขึ้นอยู่กับการดำเนินงานหลังจากนี้ว่าไทยมีความกระตือรือร้น และสามารถแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมมากเท่าใด

แหล่งข่าวกล่าวถึงกระบวนการของสหรัฐอเมริกาว่าหน่วยงานที่จะเข้ามาคือ องค์กรบริหารการบินแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา(Federal Aviation Administration : FAA) โดยจะทำการตรวจแบบที่ ICAO ตรวจสอบ ซึ่งไทยได้ลงนามไว้เมื่อปี 2548 ว่ายินยอมให้เขาเข้ามาตรวจสอบ ตามกำหนด FAA จะมาเดือนมิถุนายน 2558 แต่ขอเขาเลื่อนไปเป็นเดือนกรกฎาคม 2558

ทั้งนี้ทาง FAA มีการจัดประเภทเป็น 1-2 เช่นกัน หากตรวจพบข้อบกพร่องกรณี SSC จำนวนมาก FAA จะประกาศให้ไทยอยู่ในประเภทที่ 2 คือไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งประเทศที่ให้ความเชื่อมั่น FAA อาจมีปฏิกิริยาดังเช่น ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ที่ได้ดำนินการไปแล้วในช่วงที่ผ่านมา

ส่วนกลุ่มสหภาพยุโรป คือองค์กรความร่วมมือด้านการบินในกลุ่มสหภาพยุโรป (European Aviation Safety Agency : EASA) โดยเยอรมันเป็นผู้ประกาศว่าไม่ได้ให้ความสำคัญกับรายงานหรือการประกาศ(Announcements) ของ ICAO แต่เขามีกระบวนการพิจารณาของเขาเอง

“อันนี้ฟังดูเหมือนดี ว่าไม่เป็นไรที่ถูก ICAO จัดอันดับในประเภทที่ 2 เขาก็ยังให้ทุกอย่างเป็นปกติ เราก็วางใจ ปรากฏว่าในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาเขาก็ส่งหนังสือมาเชิญ บพ.ไปชี้แจงที่เยอรมัน ซึ่งได้เดินทางไปแล้วเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2558 เพื่อจะชี้แจงว่าได้ลงมือแก้ปัญหาอะไรแล้วบ้าง และมีแผนปฏิบัติการอะไรอย่างไรต่อไป”

หลังจากนั้น EASA จะทำเรื่องส่งให้ หน่วยงานที่เรียกว่า D.G. Move : Directorate General Mobility and Transportations  มีฐานะเทียบเท่ากับกระทรวงคมนาคมของ EU หากไทยมีรายงานความคืบหน้าที่ไม่น่าพอใจ EASA จะส่งเรื่องไปให้ D.G. Move พิจารณาอีกครั้งหนึ่ง ก่อนส่งเรื่องเข้าที่ประชุมสภาของสหภาพยุโรป เพื่อแบนการบินของประเทศไทย ส่วนกรณีที่เลวร้ายที่สุด คือเสนอเข้าที่การประชุมวันที่ 25 มิถุนายน 2558 ซึ่งจะเป็นรอบที่ EASA ประกาศผล โดยสามารถประกาศได้หลายแบบ อาจจะเป็นการแบนทั้งประเทศ หรือทำการแบนแต่ให้การยกเว้นบางสายการบินก็ได้

“ทั้งนี้อยู่ที่ว่ารัฐมนตรีที่เดินทางไปคุยที่มอนทรีโอได้เรื่องว่าอย่างไร และอีกประการหนึ่งคือ หากผลออกมาในการตรวจของ EASA และ FAA ผลออกมาดีก็อาจจะช่วยได้ ทาง ICAO อาจจะถูกกดดันแทน ซึ่งหน่วยงานตรวจสอบใหญ่ๆ ในโลกที่ได้รับการยอมรับ ก็มี 3 หน่วยงานนี้ หาก EASA และ FAA ประกาศแล้วประเทศไทยผ่าน ผลของ ICAO อาจจะไม่มีใครฟัง”

ล่าสุดแหล่งข่าวกล่าวเพิ่มเติมถึงผลการประชุม EASA กับ D.G. Move เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2558 ว่า จะยังไม่นำเรื่องการดำเนินมาตรการกับสายการบินของไทยเข้าสู่การประชุมของรัฐสภายุโรปเพื่อพิจารณาในเดือนมิถุนายน 2558 นี้ โดย D.G. Move มีความเห็นว่าจะต้องมีการเดินทางมาตรวจสอบประเทศไทยก่อน

“เป็นผลดีที่จะให้เขาเข้ามาตรวจสอบก่อน โดยคาดว่าในอีก 2-3 เดือน ทาง EASA จะเข้ามาทำการตรวจประเมินไทย ต่อจาก FAA ของอเมริกา ทั้งนี้หากประเทศไทยต้องถูกกลุ่มสหภาพยุโรปแบน แต่การแบนยังคงมีทางเลือก คือเขาอาจไม่แบนทุกสายการบิน เนื่องจากเขาให้โอกาสสายการบินต่างๆ ได้ทำการชี้แจงด้วย” แหล่งข่าวกล่าว

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวระบุว่า ความเคลื่อนไหวของ 3 องค์กร ได้แก่ ICAO, FAA และ EASA จะมีปฏิกริยาเชื่อมโยงกันในระดับหนึ่ง ซึ่งหากผล ICAO ออกมาเป็นคุณ EASA อาจมีการพิจารณาอีกครั้งเกี่ยวกับการเดินทางมาตรวจประเมินไทย

อ่านเพิ่มเติมวิเคราะห์ผลกระทบอุตสาหกรรมการบินไทย