ศาลไม่ให้ประกันตัว “ศุภชัย ศรีศุภอักษร” คดียักยอกทรัพย์สหกรณ์ฯ คลองจั่น

เกือบ 2 ปีของวิกฤตสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นที่สมาชิกและเจ้าหนี้ผู้ฝากเงินไม่สามารถเบิกถอนเงินได้ นำมาสู่การฟ้องร้องคดีกับนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานกรรมการดำเนินการ และพวกหลายคดี มีการติดตามเส้นทางเงิน พร้อมอายัดและยึดทรัพย์กลับคืนมา การต่อสู้เพื่อที่จะฟื้นฟูสหกรณ์จนในที่สุดศาลมีคำสั่งเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2558 ว่าให้ฟื้นฟูกิจการได้ แต่การดำเนินคดีต่างๆยังไม่สิ้นสุด

นายศุภชัย ศรีศุภอักษร
นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานคณะกรรมการดำเนินการ สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ให้สัมภาษณ์วันที่ 16 สิงหาคม 2556 ที่ดีเอสไอขณะมารับทราบข้อกล่าวหา

เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2558 เวลา 9.00 น.นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานกรรมการดำเนินการ สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น พร้อมนายวันชัย บุนนาค ทนาย เดินทางมาถึงสำนักคดีอาญาพิเศษ3 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) พบพนักงานสอบสวน เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาในตดียักยอกทรัพย์สหกรณ์ฯปี 2556 (คดีพิเศษเลขที่64/2557) วงเงินความเสียหาย 27ล้านบาท จากนั้นเวลา 11.00น.เจ้าพนักงานสอบสวนนำตัวนายศุภชัยมาที่ศาลอาญารัชดา เพื่อขอให้ศาลพิจารณาฝากขังผลัดแรก12วัน

ต่อมาเวลา 16.00 น .ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัวศุภชัย ศรีศุภอักษร โดยเหตุยกคำร้องปล่อยตัวชั่วคราว ศาลพิเคราะห์เห็นว่า ผู้ต้องหาอาศัยฐานะผู้บริหารของสหกรณ์ เป็นช่องทางในการฉ้อโกงประชาชน และยักยอกเงินของสหกรณ์

ประกอบกับมีการคัดค้านขอปล่อยตัวชั่วคราว เนื่องจากการกระทำของผู้ต้องหาที่ทำให้เกิดผลกระทบต่อระบบของสหกรณ์ซึ่งเป็นระบบออมทรัพย์ และมีผลต่อผู้เสียหายที่ฝากเงิน ประกอบกับมีผู้เสียหายจำนวน 2,160 คน มูลค่าความเสียหาย กว่า 5,300 ล้านบาท พนักงานสอบสวนลงความเห็นคัดค้านประกันตัว โดยระบุว่าพฤติกรรมของคดีเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชนจำนวนมากอย่างร้ายแรง หากได้รับการปล่อยตัว เชื่อได้ว่าผู้ต้องหาอาจหลบหนี จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว ศ่าลจึงยกคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว

ด้านนายวันชัย บุญนาค ทนายความ กล่าวว่าหลังจากที่ได้พิจารณาคำสั่งศาลแล้ว วันพรุ่งนี้คงต้องมายื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลที่ไม่อนุญาตปล่อยตัวผู้ต้องหาชั่วคราว โดยในวันนี้ตนได้ยื่นคำร้องขอให้ปล่อยตัวชั่วคราว โดยนำหลักทรัพย์ที่ดิน 2 แปลงมูลค่า 1.18 ล้านบาท พร้อมนำใบรับรองแพทย์ยืนยันว่านายศุภชัยป่วยมายื่นต่อศาลประกอบการพิจารณาด้วย แต่ศาลได้ยกคำร้อง

ส่วนพ.ต.ท. สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ ผู้บัญชาการสำนักคดีอาญาพิเศษ กล่าวว่าดีเอสไอได้นำตัวนายศุภชัยมาขออนุญาตศาลอาญาฝากขัง ผลัดแรก 12 วัน หลังจากผู้ต้องหารับทราบข้อกล่าวคดียักยอกทรัพย์สหกรณ์มูลค่า 27 ล้านบาท เมื่อปี 2556 โดยมีสมาชิกสหกรณ์ไปแจ้งความดำเนินคดีนายศุภชัยที่สน.ลาดพร้าว กล่าวหานายศุภชัยสั่งจ่ายเช็คเป็นค่าธรรมเนียมในการหาเงินฝากให้กับตนเอง 8 ครั้ง รวมมูลค่า 27 ล้านบาท ต่อมาสน.ลาดพร้าวได้โอนคดีนี้มาที่ดีเอสไอ คาดว่าจะสามารถสรุปสำนวนคดีส่งให้อัยการฟ้องศาลได้ประมาณกลางเดือนเมษายนนี้ ทางพนักงานสอบสวนจึงยื่นคำร้องขอคัดค้านการประกันตัวต่อศาลอาญา หากยังสรุปสำนวนคดีไม่ได้ ก็จะขออำนาจศาลฝากขังได้อีก 3 ครั้ง ครั้งละ 12 วัน ฝากขังสูงสุดไม่เกิน 48 วัน

ขณะที่นายธรรมนูญ อัตโชติ หัวหน้าชมรมฟื้นฟูสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นก้าวหน้า เปิดเผยว่าวตนได้รวบรวมรายชื่อสมากชิกสหกรณฯ 2,160 คน ที่ได้รับความเสียหายคิดเป็นเงิน 5,330.524 ล้านบาท โดยส่งตัวแทนผู้เสียหาย 200 คน มายื่นคำร้องคัดค้านการประกันตัวนายศุภชัยต่อศาลอาญา เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีที่มีมูลค่าสูงและกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพล ขณะที่ทรัพย์ที่ทางการอายัดส่วนใหญ่จะเป็นอสังหาริมทรัพย์ ส่วนเงินสดที่ยักยอกไปกว่า 10,000 ล้านบาท ยังไม่มีใครทราบว่านายศุภชัยนำไปไว้ที่ไหนบ้าง หากศาลให้ผู้ต้องหาประกันตัว เกรงว่าจะหลบหนีออกนอกประเทศหรืออาจจะไปข่มขู่พยานและทำลายหลักฐานได้

อนึ่งการดำเนินคดีอาญากับนายศุภชัย นอกจากคดีการร้องทุกข์กับดีเอสไอ เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2556 แล้ว สหกรณ์ฯคลองจั่นได้ร้องทุกข์ต่อดีเอสไอให้ดำเนินคดีกับนายศุภชัยอีก 2 คดี คือข้อหาปลอมแปลงเอกสารและใช้เอกสารปลอม ตกแต่งบัญชีงบดุล หมายเลขคดี 63/2557 และข้อหายักยอกเงินจำนวน 27 ล้านบาท ซึ่งนายศุภชัยได้ยักยอกไป ในช่วงที่เข้ามาบริหารสหกรณ์ในฐานะเป็นคณะกรรมการชุดที่ 29 หมายเลขคดี 64/2557 ซึ่งทั้งสองคดียังอยู่ในระหว่างการสอบสวนชองดีเอสไอ

โดยคดีปลอมแปลงเอกสารนั้นวันที่ 16 ธันวาคม 2557 เวลา 8.30 น. นายกิตติก้อง คณาจันทร์ ผู้อำนวยการศูนย์ปราบปราม คดีฟอกเงินและยาเสพติด กรมสอบสวนคดีพิเศษ เชิญนายศุภชัย ศรีศุภอักษร มารับทราบข้อกล่าวหาว่าตนกระทำความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 และ343 และเนื่องจากคดีนี้มีผู้เสียหายและทุนทรัพย์เป็นจำนวนมาก กรมสอบสวนคดีพิเศษไม่มีอำนาจควบคุมตัว เพราะผู้ต้องหาคดีนี้ไม่ใช่ผู้ถูกจับ จึงทำคำร้องต่อศาลอาญาขอฝากขังนายศุภชัย 12 วัน นับตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2557 ถึงวันที่ 27 ธันวาคม 2557 ในระหว่างที่รอสอบปากคำพยานอีก 30 ราย และตรวจสอบลายมือชื่อจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ หากปล่อยตัวผู้ต้องหาไปเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี หรือ เป็นการยากที่จะติดตามตัวมาดำเนินคดี

โดยคดีมีการฟ้องร้องหลังจากนายศุภชัย ศรีศุภอักษร ลงนามยอมรับสารภาพในชั้นศาลอาญา วันที่ 2 พฤษภาคม 2557 ว่า ได้มีการปลอมลายเซ็นน.ส.จารุชา ติรกิจสุนทร ในสัญญาเงินกู้ 5 ฉบับ วงเงิน 1,810 ล้านบาท เพื่อส่งให้กรมตรวจบัญชีสหกรณ์รับรองบัญชีงบดุลของสหกรณ์ฯ ทำให้น.ส.ณัชชา ตั้งเลิศวิชา และสมาชิกสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น 50 คน หลงเชื่อ นำเงินมาฝากสหกรณ์ฯกว่า 447 ล้านบาท เพราะคิดว่าสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นมีผลประกอบการดี วันที่ 22 สิงหาคม 2557 น.ส.ณัชชาและพวก จึงนำประเด็นนี้ไปร้องทุกข์กล่าวโทษนายศุภชัย ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ข้อหาฉ้อโกงประชาชน

แต่ในครั้งนั้นนายศุภชัย ได้ใช้สิทธิยื่นคำร้องต่อศาลอาญาขอให้ปล่อยตัวชั่วคราว โดยนายศุภชัยให้เพื่อนสนิท คือ นายธวัชชัย ไทยเขียว ใช้ตำแหน่งรองปลัดกระทรวงยุติธรรม สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม เงินเดือน 130,610 บาท ทำสัญญาประกันตัวนายศุภชัยกับศาลอาญา โดยสัญญาประกัน ระบุว่า “ในระหว่างการประกันตัว นายศุภชัยและนายธวัชชัยจะปฏิบัติตามคำสั่งศาล และมารายงานตัวทุกครั้งที่ได้รับหมายเรียกจากศาล หากไม่ปฏิบัติตามสัญญาดังกล่าว นายธวัชชัย ผู้ประกันตัวจะยอมชดใช้เงิน 1 ล้านบาทให้แก่ศาลจนครบ”

อ่านเพิ่มเติม

เส้นทางเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น