พังพินาศเพราะพิโรธ

วรากรณ์ สามโกเศศ
มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

Cho Hyun Ah  ที่มาภาพ : http://www.kualalumpurpost.net/wp-content/uploads/2015/01/Korean.jpg
Cho Hyun Ah ที่มาภาพ : http://www.kualalumpurpost.net/wp-content/uploads/2015/01/Korean.jpg

ในยุคนี้ ไม่น่าเชื่อว่าเพียงแค่ถั่วถุงเดียวสามารถทำให้ผู้คนโกรธแค้นจนต้องมีคนหลุดจากการเป็นผู้บริหารสำคัญของบริษัทใหญ่ระดับโลกและอาจต้องคดี ตลอดจนอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงสำคัญอีกหลายเรื่องในระดับประเทศได้

ไม่น่าเชื่อว่าคนมีการศึกษาดีขนาดจบปริญญาตรีจาก Cornell University School of Hotel Administration อันมีชื่อเสียง และจบ MBA จาก University of Southern California จะเป็นต้นเหตุแห่งเรื่องอื้อฉาวระดับโลกที่มาจากความไม่พอใจถั่วถุงเดียว

เรื่องไม่น่าเชื่อนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2014 บนเครื่องบินในแถวที่นั่งชั้นหนึ่งขณะที่เครื่องบิน Korean Air เที่ยวบินจาก New York ไป Inchon กำลังวิ่งแท็กซี่จะขึ้นนั้น Cho Hyun Ah หรืออีกชื่อว่า Heather Cho ก็แผดเสียงขึ้นดังมากด้วยความโกรธ พร้อมกับด่าทอชายหนุ่มผู้เป็นหัวหน้าพนักงานบริการอย่างรุนแรง แถมเอาแฟ้มพลาสติกตีด้วย เนื่องจากไม่พอใจที่เอาถั่วแมคคาเดเมียมาเสิร์ฟเป็นถุง โดยไม่เสิร์ฟมาในจานอย่างงดงาม

ไม่มีใครต้านเธอได้เมื่อเธอสั่งให้เครื่องบินวิ่งกลับไปที่ตัวตึกสนามบินเพื่อไล่พนักงานคนนี้ลงจากเครื่อง เหตุที่ไม่มีใครกล้าหือกับเธอก็เพราะเธอเป็นรองประธานกรรมการ Korean Air และประการสำคัญ พ่อของเธอ Cho Yang Ho อายุ 65 ปี เป็นประธานกรรมการ Korean Air

Korean Air เป็นบริษัทหนึ่งในหลายบริษัทของ Hanjin Group ซึ่งเป็นของครอบครัวเธอในกิจการธุรกิจที่เกี่ยวพันกับโรงแรม การท่องเที่ยว การบิน การหย่อนใจ ฯลฯ หากครอบครัวต้องการให้ใครอยู่ในตำแหน่งใดก็ทำกันได้อย่างสะดวก และเธอผู้อยู่ในวัยเพียง 40 ปี ก็ขึ้นมาเป็นใหญ่ตามเส้นทางนี้ โดยรับผิดชอบงานด้านการขายของบนเครื่องบิน กิจการ catering บริการบนเครื่องบิน ฯลฯ อย่างมีฝีมือพอตัว

เมื่อเที่ยวบินนี้ถึงเกาหลีก็เป็นเรื่องขึ้นมาทันที โทรทัศน์สัมภาษณ์หนุ่มผู้ถูกไล่ลงจากเครื่อง สื่อเล่นเรื่องนี้ต่อ พร้อมกับปฏิกิริยาที่รุนแรงในอินเทอร์เน็ตจากประชาชนที่ไม่พอใจการเบ่งและแสดงออกว่าใหญ่ค้ำฟ้า สื่อต่างประเทศก็เล่นกันใหญ่ในเชิงขบขันว่า “going nuts on nuts” (going nuts = บ้า เล่นคำกับ nuts หรือถั่วพอดี) “Nutgate” (ล้อ Watergate) ฯลฯ

การที่ประชาชนไม่พอใจการกระทำใหญ่โตนี้ของเธอก็เพราะไม่พอใจการเป็นกลุ่มธุรกิจใหญ่ของตระกูลเหล่านี้อยู่แล้ว (เรียกรวมกันว่า Chaebol) กลุ่มธุรกิจนี้ครอบงำการเมืองและเศรษฐกิจเกาหลีมายาวนาน อีกทั้งลูกหลานมีพฤติกรรมหยิ่งยะโส ร่ำรวย แสดงความใหญ่โตให้เห็นอยู่บ่อยๆ ไม่เห็นหัวลูกจ้าง สิ่งที่รับไม่ได้ก็คือการบังคับให้พนักงานคนนี้คุกเข่าต่อหน้าเธอ รับฟังคำด่าอย่างสาดเสียเทเสีย

 Cho Hyun Ah ที่มาภาพ : http://www2.pictures.zimbio.com/gi/Cho+Hyun+Ah+Cho+Hyun+ah+Appears+Prosecutors+zgqfQyixeZZl.jpg
Cho Hyun Ah ที่มาภาพ : http://www2.pictures.zimbio.com/gi/Cho+Hyun+Ah+Cho+Hyun+ah+Appears+Prosecutors+zgqfQyixeZZl.jpg

ในตอนแรกบริษัทยอมรับว่าเป็นการกระทำที่ “เกินไป” ในการให้เครื่องบินวิ่งกลับไปที่ตึกเพื่อไล่พนักงานลง ถึง Heather Cho จะออกมาขอโทษแต่ก็ไม่ได้พูดเรื่องลาออก แต่เมื่อปฏิกิริยาจากประชาชนหนักขึ้น พ่อของเธอจึงออกมาขอโทษและบอกว่าเลี้ยงลูกมาไม่ดี จะให้ลูกสาวลาออกจากทุกตำแหน่งในกลุ่ม เสียงก่นด่าของประชาชนจึงลดลงไป

เหตุที่ประธาน Korean Air ออกมาแนวนี้ เข้าใจว่าก็คงเป็นเพราะแรงบีบจากผู้ถือหุ้นร่วมของ Korean Air ซึ่งถือว่าเป็นสายการบินแห่งชาติ และผู้พ่อเกรงว่าจะมีผลกระทบต่อธุรกิจของครอบครัวโดยรวม โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาจกระทบต่อตำแหน่งประธานกรรมการ Pyeongchang Winter Olympics ในปี 2018 ที่เขาดำรงอยู่

ครอบครัวนี้คุ้นเคยกับความอื้อฉาวอยู่พอควรแล้ว Cho ผู้พ่อเคยถูกศาลตัดสินว่าหนีภาษีในปี 2000 ลูกชายคนหนึ่งถูกตำรวจสอบสวนในปี 2005 ว่าทำร้ายหญิงชรา และในปี 2012 ผู้พ่อก็ทะเลาะกับกลุ่มประชาสังคมที่วิจารณ์การบริหารมหาวิทยาลัย Inha ซึ่งเป็นของ Hanjin Group

Heather Cho เป็นภรรยาของศัลยแพทย์ตกแต่งชื่อดังของเกาหลี เธอถูกวิจารณ์ว่าจัดการให้ตัวเองไปอยู่ฮาวาย 2 เดือน ก่อนคลอดลูกแฝดชาย เพื่อให้ลูกได้สัญชาติอเมริกันจะได้ไม่ต้องเป็นทหารเป็นเวลา 2 ปี เหมือนคนเกาหลีทั่วไป

ผลกระทบจากการควบคุมอารมณ์ไม่ได้เพียงชั่วขณะของเธอมีผลกว้างไกลมากในโลกปัจจุบัน เธอหลุดจากการแข่งขันกับน้องชายและน้องสาวในการสืบทอดบัลลังก์ต่อจากพ่อ หลุดจากทุกตำแหน่งในทุกบริษัทของกลุ่ม กำลังถูกพิจารณาดำเนินคดีว่าเป็นสาเหตุทำให้การบินเป็นปัญหา (เครื่องบินอื่นถูกกระทบเพราะเสียเวลาวิ่งไปส่งเจ้าหน้าที่ลงจากเครื่อง ส่งเสียงดังสร้างความวุ่นวายบนเครื่องบิน) ทางการกำลังพิจารณาตัดเที่ยวบินของ Korean Air เพื่อเป็นการลงโทษที่ทำให้ผู้โดยสารต้องได้รับผลกระทบจากการกระทำที่ “เกินเหตุ” นี้

อีกประเด็นที่ถูกสอบสวนก็คือ คำกล่าวหาว่าผู้บริหารสายการบินได้กำชับให้เจ้าหน้าที่บนเครื่องให้การเท็จในเรื่องพฤติกรรมของเธอบนเครื่องบิน พูดสรุปง่ายๆ ว่าโดนหนักมาก และอัยการเกาหลีนั้นเป็นที่รู้กันดีว่าเอาจริงและดุขนาดเอาอดีตประธานาธิบดีถึงสองคนเข้าคุกข้อหาทุจริตมาแล้ว

การกระทำของ Heather Cho ไปเปิดประเด็นการครอบงำของกลุ่ม Chaebol ในด้านเศรษฐกิจและการเมือง มีข้อความทางอินเทอร์เน็ตจำนวนมากที่ไม่พอใจอิทธิพลของกลุ่ม และมีคำถามว่าเหตุใดกลุ่มธุรกิจหนึ่งจึงสามารถใช้ชื่อประเทศเป็นสายการบินได้ (มีคำแนะนำว่าควรใช้ Hanjin Air) อีกทั้งเป็นสายการบินแห่งชาติอีกด้วย ถ้าเรื่องนี้มีการสานต่อไปไกลก็อาจส่งผลให้มีการเปลี่ยนชื่อสายการบินและไม่ให้เป็นสายการบินแห่งชาติอีกต่อไปก็เป็นได้

มีคำถามว่า Heather Cho เป็นรองประธานกรรมการที่รับผิดชอบการให้บริการบนเครื่อง เมื่อเห็นการให้บริการแบบยื่นถุงให้บนเฟิสต์คลาสก็ย่อมที่จะตำหนิได้ แต่ที่เธอกระทำนั้นรุนแรงเกินการเป็นมนุษย์ไป นอกจากนี้ เธอเป็นเพียงผู้โดยสารคนหนึ่งและมิได้อยู่ในช่วงปฏิบัติภารกิจด้วย

ถ้าไม่มีอินเทอร์เน็ต ไม่มีคลิป (เหตุการณ์พระตบหน้าฝรั่งบนรถไฟ, นักท่องเที่ยวจีนสาดน้ำร้อนและด่าทอพนักงานอย่างรุนแรงบนสายการบินประหยัดของไทย, เหนียวไก่ทอด, ขับรถปาดหน้ากัน ฯลฯ คงไม่มีใครรู้ถ้าไม่มีกล้องที่บันทึกเหตุการณ์ไว้ได้โดยง่าย) ไม่มี social media ฯลฯ มนุษย์คงไม่ “เปล่าเปลือย” (vulnerable) อย่างที่เป็นกันอยู่ในปัจจุบันเป็นแน่

การต้องมีสติ การควบคุมอารมณ์ การระมัดระวังคำพูดและการกระทำของตนเองอยู่ตลอดเวลา เป็นบทเรียนที่ได้จากเหตุการณ์เล็กๆ ที่อาจนำไปสู่เรื่องต่างๆ ได้มากมาย ล่าสุด ถั่วแมคคาเดเมียขายดีเป็นเทน้ำเทท่าในเกาหลีเพราะคนเกาหลีรู้จักกันจริงจังก็จากเหตุการณ์นี้

คนใหญ่คนโตในปัจจุบันมีความเสี่ยงในการสูญเสียอำนาจอย่างรวดเร็วมากกว่ายุคใดที่ผ่านมา ทั้งนี้เพราะโลกไซเบอร์เป็นดาบที่คมกว่าอาวุธใดๆ ทั้งสิ้น

หมายเหตุ: ตีพิพม์ครั้งแรก คอลัมน์ “อาหารสมอง” นสพ.กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันอังคารที่ 23 ธ.ค. 2557