นักธุรกิจรีไซเคิลขยะ ติงปัญหาขยะของไทย บริหารจัดการ”แบบขยะ”

 นายสมไทย วงษ์เจริญ ประธานกรรมการโรงงานคัดแยกขยะเพื่อรีไซเคิลวงษ์พาณิชย์
นายสมไทย วงษ์เจริญ ประธานกรรมการโรงงานคัดแยกขยะเพื่อรีไซเคิลวงษ์พาณิชย์

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2557 ธนาคารไทยพาณิชย์จัดสัมมนา “เคล็ด (ไม่) ลับ…สู่ความสำเร็จ ปี 4” ในหัวข้อ “พลิกโอกาส… สร้างเศรษฐี” หนึ่งในนั้นมี ดร.สมไทย วงษ์เจริญ ประธานกรรมการ โรงงานคัดแยกขยะเพื่อรีไซเคิลวงษ์พาณิชย์ ซึ่งได้กล่าวถึงปัญหาขยะของไทยและธุรกิจขยะในงานสัมมนาว่า ประเทศไทยมีปัญหาขยะในหลายลำดับชั้นและหลายมิติ โดยแบ่งเป็น 4 ข้อ คือ

1. ไม่คัดแยกขยะตั้งแต่ในหมู่บ้าน หมู่บ้านที่ไม่แยกขยะ คือ หมู่บ้านที่ขาดวินัย ขาดจิตสาธารณะ ขาดจิตสำนึกแบบบูรณาการต่อความรับผิดชอบสังคมโดยการบริโภคแล้วทิ้งให้เป็นภารกิจของบ้านเมืองที่จะจัดการขยะ

ในขณะที่ทุกวันนี้ปัญหาขยะเป็นภารกิจที่เกินกว่าบ้านเมืองจะรับผิดชอบได้ ดังนั้นจึงเป็นภารกิจของทุกคนที่ต้องมีจิตสาธารณะและรับผิดชอบต่อสังคม โดยการคัดแยกขยะและรู้จักศูนย์รีไซเคิล รู้ราคาของขยะรีไซเคิล รู้ว่าขยะเป็นทองที่จะสร้างแรงจูงใจในการแก้ไขปัญหา

2. ไม่มีพื้นที่ทำบ่อทิ้งขยะในประเทศไทยอีกต่อไปแล้ว เนื่องจากมีปัญหาชาวบ้านต่อต้านการสร้างบ่อขยะ ไม่ต้องการให้รอบๆชุมชนมีบ่อขยะ ดังนั้นจึงเกิดปัญหาการทิ้งขยะผิดวิธี ปัญหาน้ำเสีย ปัญหามลพิษ ปัญหาการลักลอบทิ้งขยะ

3. การเก็บรวบรวมขยะเป็นปัญหาการเมือง หากพัฒนาให้เมืองใหญ่มีโรงงานคัดแยกขยะ ก็จะสามารถสร้างประโยชน์จากขยะได้ เพราะขยะกว่า 40,000 ชนิดสามารถรีไซเคิลได้ ขยะบางส่วนสามารถทำเชื้อเพลิงทดแทนให้แก่โรงงานผลิตกระแสไฟฟ้า โรงงานปูนซีเมนต์ โรงงานปูนขาว และโรงงานอื่นๆ ที่ต้องการพลังงานสีขาว เพื่อใช้ทดแทนถ่านหินลิกไนต์ที่ก่อให้เกิดมลพิษ ถ้าแปรของเสียให้เป็นของดี แปรปัญหาให้เป็นโอกาสอันสำคัญ

4. ภาคอุตสาหกรรมหลายแห่งเห็นแก่ตัวและเอาแต่ได้ จึงเกิดปัญหาการลักลอบทิ้งขยะ ดังนั้นจึงต้องสร้างวินัยการจัดการขยะให้กลุ่มอุตสาหกรรม โดยการคัดแยกขยะและสร้างประโยชน์จากขยะอย่างเป็นระบบ

ปัญหาทั้ง 4 ข้อนี้ หากทุกฝ่ายมีความคิดที่ลงตัวกันและรัฐบาลเห็นชอบนำปัญหาเหล่านี้ไปวิเคราะห์ ก็จะสามารถแก้ไขปัญหาได้

“คนไทยไม่รับผิดชอบต่อสังคม ในขณะที่สังคมโลกกำลังมองว่าผู้นำประเทศไทยมีวิสัยทัศน์หรือไม่ ทั้งความรับผิดชอบต่อสังคมโลก ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ความรับผิดชอบต่อแผ่นดิน แผ่นน้ำ ต้นน้ำลำธาร การรักษามนุษย์ และการรักษาบ้านหลังใหญ่ซึ่งก็คือโลกของเราให้สะอาดน่าอยู่ การเผาขยะในประเทศไทยต้องไม่มีอีกต่อไป การประกาศสงครามกับขยะน่าจะเป็นวาระแห่งชาติ ความคิดเห็นส่วนตัวนี้อาจจะเล็ก แต่ถ้าผู้ใหญ่ในสังคมเห็นความคิดนี้ นั่นคือ ในวันนี้ความคิดของคนใหญ่ยิ่งกว่าโลกแล้ว ในโลกนี้ไม่มีขยะแต่เป็นเพียงทรัพยากรที่วางไว้ผิดที่ ดังนั้นนักวิชาการน่าจะร่วมมือกันจัดการปัญหานี้ โดยมีบทบาทในการให้ความรู้และบริหารจัดการความรู้เรื่องขยะให้สังคม”นายสมไทยกล่าว

ขยะทุกชิ้นที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องวัสดุศาสตร์ที่ทุกคนต้องศึกษาและสนับสนุนงานวิจัยต่างๆ ของขยะแต่ละชนิด เช่น ค่าความร้อนในการหลอมละลาย คุณสมบัติของวัสดุแต่ละประเภท ฯลฯ เพราะองค์ประกอบของขยะเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญที่จะพัฒนาขยะชนิดต่างๆ ของประเทศไทย

สำหรับแหล่งที่มาของขยะที่เข้าสู่ธุรกิจของวงษ์พาณิชย์นั้น ก็คือวัตถุดิบต่างๆ ที่นำเข้ามาในภาคอุตสาหกรรม เพราะทุกอย่างเกี่ยวข้องกับเรื่องวัสดุศาสตร์ เรื่องมวลสาร เรื่องโลหะ เรื่องบรรจุภัณฑ์ ฯลฯ แล้วอุตสาหกรรมก็นำของเหล่านั้นผลิตออกไปเป็นสินค้าและบริการในตลาด ไม่ว่าจะเป็นเครื่องอุปโภคบริโภคให้กับประชาชน เช่นอุตสาหกรรมผลิตยาสระผม ประกอบด้วยยาสระผม บรรจุภัณฑ์ทั้งที่เป็นขวดและกล่องกระดาษลัง เมื่อสินค้าส่งออกไปขายยังร้านค้าปลีก วงษ์พาณิชย์ก็ไปรับซื้อกล่องกระดาษลังมาจากร้านค้า และรับซื้อขวดมาจากผู้บริโภค แล้วนำบรรจุภัณฑ์ไปหลอมสร้างบรรจุภัณฑ์ใหม่แล้วส่งให้อุตสาหกรรม

ปัจจุบันธุรกิจของวงษ์พาณิชย์กำลังมีขยะประเภทใหม่ๆ เข้ามา ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ การผลิตบรรจุภัณฑ์ เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ที่เริ่มมีมากขึ้นจากสมัยก่อน เรามองเห็นขยะเหล่านี้ มองเห็นการเดินทางของวัสดุชนิดต่างๆ ตั้งแต่ต้นน้ำ เช่น จากแผ่นเหล็กเรียบๆ กลายเป็นหม้อหุงข้าว เมื่อคนทิ้งหม้อหุงข้าว นั่นคือภารกิจของวงษ์พาณิชย์ที่จะติดตามเส้นทางการเดินทางของหม้อหุงข้าวนั้นให้เข้ามาอยู่ในโรงงาน ไม่ใช่ปนเปื้อนอยู่ในบ่อฝังกลบขยะ

“จากการสำรวจสินค้าที่มนุษย์บริโภคในชีวิตประจำวัน พบว่า สินค้า 48,541 ชนิดสามารถรีไซเคิลที่วงษ์พาณิชย์ได้” นายสมไทยกล่าว

นอกจากภาคอุตสาหกรรมแล้ว แหล่งที่มาของขยะในวงพาณิชย์ส่วนหนึ่งมาจากในชุมชน บ้านเรือน สถานที่ราชการ โรงเรียน สถานพยาบาล อาคารสำนักงาน ขยะทางอากาศและน้ำ เช่น เรือเดินทะเล เครื่องบินเก่า ขยะที่เกิดจากภัยสงคราม การประท้วงหรือภัยพิบัติ ซึ่งขยะทั้งหมดนี้เป็นภารกิจของวงษ์พาณิชย์และเป็นวัตถุดิบที่เขาสู่โรงงานรีไซเคิล

ปัจจุบันด้วยนโยบายและการรณรงค์สร้างความรู้ให้ประชาชน ทำให้ประชาชนนำขยะเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลมากขึ้น

สำหรับสินค้าทางโลกวิทยาศาสตร์ เช่น โทรศัพท์มือถือ โทรทัศน์ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า หม้อหุงข้าว ฯลฯ ทุกๆ อย่างที่กลายเป็นสินค้าล้าสมัยล้วนเป็นขยะทั้งสิ้น นี่คือแนวโน้มขยะแบบใหม่ที่กำลังเข้ามา ซึ่งวงษ์พาณิชย์กำลังรอต้อนรับโทรศัพท์มือถือกว่า 100 ล้านเครื่องทั่วประเทศไทย รวมถึงบรรจุภัณฑ์ต่างๆ เช่น จากกลุ่มยูนิลีเวอร์ที่มีสินค้ากว่า 1,200 ชนิด

“ขยะมีแต่เพิ่มขึ้นทั้งประเภทและปริมาณของขยะ จากประชากรที่เพิ่มขึ้น การบริโภคที่สูงขึ้น ในขณะที่ทรัพยากรกำลังจะหมดไป ดังนั้นโลกแห่งทรัพยากรหมุนเวียนจึงมีความจำเป็นมากขึ้น และความต้องการในตลาดรีไซเคิลกำลังเกิดขึ้นอย่างรุนแรง” นายสมไทยกล่าว

นอกจากนี้ยังกล่าวว่า ธุรกิจขยะรีไซเคิลนี้ไม่ได้มีแค่ของวงษ์พาณิชย์ แต่ยังมีเจ้าของรายอื่นๆ ด้วย ซึ่งวงษ์พาณิชย์ไม่ได้มองว่าบริษัทเหล่านั้นคือคู่แข่งของเรา เพราะเป็นเรื่องดีที่จะมีอีกหนึ่งแรงที่จะช่วยให้โลกสะอาดขึ้น มีสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น