จากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นเมื่อ 4 ปีก่อน ถึงวัดพระธรรมกาย-พระธัมมชโยในวันนี้

นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานดำเนินการ สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น เคยเป็นประธานกฐินวัดพระธรรมกายปี 2552 และร่วมเป็นไวยาวัจกร (ผู้ดูแลเงินของวัด) ต่อเนื่องหลายปี
นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานดำเนินการ สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น เคยเป็นประธานกฐินวัดพระธรรมกายปี 2552 และร่วมเป็นไวยาวัจกร (ผู้ดูแลเงินของวัด) ต่อเนื่องหลายปี

กว่าจะมาถึงวันประกาศใช้กฎหมายพิเศษ ม.44 ให้วัดพระธรรมกายเป็นพื้นที่ปฏิบัติการพิเศษ เพื่อปิดล้อมและตรวจค้น ตามหมายจับพระธัมมชโย จากที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้มีการสอบสวนดำเนินคดีอาญาพระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย กับบุคคลที่เกี่ยวข้อง ในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน สมคบกันฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจร ซึ่งเป็นเงินที่มาจากการทุจริตของอดีตผู้บริหารสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำนวนกว่า 1,400 ล้านบาท

แต่ 3 วันหลังประกาศใช้กฎหมายพิเศษ ม.44 ก็ยังคงไร้วี่แววพระธัมมชโยในวัดพระธรรมกาย

การออกหมายจับพระธัมมชโยในวันนี้ หากย้อนไปเมื่อ 4 ปีที่แล้ว “ไทยพับลิก้า” เปิดประเด็นข่าวสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นด้วยประเด็นเล็กๆ แค่ศึกแย่งชิงอำนาจบริหารของผู้บริหารสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น โดยฝ่ายหนึ่งมีนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานดำเนินการ ขณะนี้อีกฝ่ายหนึ่งเป็นอดีตกรรมการที่รวมกลุ่มเพื่อหวังเข้ามาตรวจสอบการบริหารงานของกลุ่มนายศุภชัย เพราะสมาชิกเริ่มสงสัยและถอนเงินฝากไม่ได้ แต่ไม่รู้ข้อเท็จจริงว่าเกิดอะไรขึ้น

“ไทยพับลิก้า” ได้เกาะติดและเจาะลึกข้อมูล เนื่องจากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นเป็น “สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน” ที่ใหญ่ที่สุด มีสมาชิกกว่า 50,000 คน มีสินทรัพย์กว่า 20,000 ล้านบาท จนในที่สุดพบหลักฐานที่ชี้ว่ากลุ่มนายศุภชัยและพวกได้มีการยักยอกเงิน เช่น การสั่งทดรองจ่ายเงินเข้าบัญชีตัวเอง การทำ บัญชีลูกหนี้ปลอม (สัญญากู้ยืมปลอม) รวมทั้งการบริจาคเงินให้กับวัดพระธรรมกายและพระธัมมชโย

ในประเด็นการปลอมแปลงเอกสารสัญญา ซึ่งต่อมานายศุภชัยได้กล่าวยอมรับว่าได้กระทำจริง จากคดีที่นางสาวจารุชา ติรกิจสุนทร ซึ่งเป็นหนึ่งในลูกหนี้ 27 รายได้เป็นโจทก์ฟ้องนายศุภชัย ศรีศุภอักษร จำเลยคดีดำที่ อ.3472/2556 ในข้อหาปลอมแปลงเอกสาร และล่าสุดเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2557 มีการไกล่เกลี่ยโดยนายศุภชัย ศรีศุภอักษร ได้ลงนามในหนังสือยอมรับว่าได้มีการปลอมแปลงเอกสารสัญญาเงินกู้ทั้งหมด 5 ฉบับ เป็นเงินจำนวน 1,810 ล้านบาท โดยนายศุภชัยจะลงประกาศโฆษณาในหน้าหนังสือพิมพ์เดลินิวส์หรือหนังสือพิมพ์รายวันฉบับอื่น และสำนักข่าวไทยพับลิก้า เป็นเวลาอย่างน้อย 7 วัน (กรณีไทยพับลิก้า ไม่ได้มีการตีพิมพ์แต่อย่างใด)

ส่วนการจ่ายเช็คให้วัดพระธรรมกายและพระธัมมชโยนั้น หลักฐานที่ตรวจสอบพบในตอนแรกเป็นการจ่ายเช็ค 16 ฉบับ เป็นเงินกว่า 814 ล้านบาท ของสหกรณ์ฯ คลองจั่นให้พระธัมมชโยและวัดพระธรรมกาย แต่ต่อมา จากการร้องเรียนของสมาชิกให้ดีเอสไอเข้ามาช่วยดำเนินการ ทำให้ตรวจสอบพบหลักฐานการโอนเงิน ของสหกรณ์ฯ คลองจั่นจ่ายเงินให้วัดพระธรรมกายและพระธัมมชโยรวมแล้วประมาณ 1,400 ล้านบาท

สหกรณ์บริจาคธรรมกาย-(ใหม่)

จากปมเหล่านี้ นำมาสู่การขยายผลในประเด็นต่างๆ เนื่องจากมีผู้เสียหายจำนวนมาก ในช่วงแรกต่างคนต่างฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย บางส่วนก็รวมกลุ่มกันเพื่อเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะกรมส่งเสริมสหกรณ์และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เสียงเหล่านี้ดังขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดหลายฝ่ายก็ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ และนำมาสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการสหกรณ์ฯ คลองจั่นในที่สุด ขณะที่การดำเนินคดีฟ้องร้องและการอายัดทรัพย์ต่างๆ ก็ดำเนินไป เพื่อติดตามทรัพย์สินคืนมาให้มากที่สุด

ปัจจุบัน ศาลได้ตัดสินจำคุกและไม่ให้ประกันตัวนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตผู้บริหารที่ยักยอกเงิน แต่คดีฟ้องร้องต่างๆ ยังคงดำเนินต่อไป

สำหรับกรณีวัดพระธรรมกายและพระธัมมชโยที่รับเงินสหกรณ์ฯ คลองจั่นไปนั้น ทางวัดได้ติดต่อเจรจาขอคืนเงินโดยแจ้งว่าทางศิษย์วัดพระธรรมกายได้รวบรวมเงินเพื่อ จ่ายคืนแก่สหกรณ์ฯ คลองจั่นในงวดแรก 618.78 ล้านบาท ต่อมาได้ขอจ่ายคืนอีก 370.78 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 1,055.56 ล้านบาท แม้ผู้บริหารใหม่ของสหกรณ์ฯ คลองจั่นไม่ดำเนินการฟ้องร้อง แต่มีคดีที่สมาชิกเสียหายได้ทำการฟ้อง จึงนำมาสู่คดีความที่พระธัมมชโยถูกออกหมายจับในที่สุด

สมาชิกและคณะกรรมการชุดที่ 30 แสดงความยินดีที่ได้เงินคืนจากวัดพระธรรมกาย 684.78 ล้านบาท
สมาชิกและคณะกรรมการชุดที่ 30 แสดงความยินดีที่ได้เงินคืนจากวัดพระธรรมกาย 684.78 ล้านบาท เมื่อเดือนมีนาคม 2558

สำหรับประเด็นการรับเช็คจากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น วัดพระธรรมกายเคยยอมรับในศาลว่าได้รับเช็คจากสหกรณ์ฯ คลองจั่นจริง คำยอมรับนี้มาจากจากกรณีสหกรณ์ออมทรัพย์โรงพยาบาลราชวิถี ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ฝากเงินกับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นกว่า 200 ล้านบาท ใช้สิทธิเรียกร้องแทนสหกรณ์ฯ คลองจั่น ฟ้องวัดพระธรรมกายและพระธัมมชโย จำเลยที่ 1 และ 2 โดยระบุว่าสหกรณ์ฯ คลองจั่นจ่ายเช็คให้แก่วัดพระธรรมกายและพระธัมมชโยโดยตรงกว่า 900 ล้านบาท ช่วงปี พ.ศ. 2552 ซึ่งขณะนั้นนายศุภชัย ศรีศุภอักษร ดำรงตำแหน่งประธานฯ ของสหกรณ์ฯ คลองจั่น

โดยเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2557 ที่ศาลจังหวัดธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี ศาลนัดไต่สวนคดี จำเลยที่ 1 และ 2 ให้การว่า จำเลยรับเงินบริจาคจากนายศุภชัยโดยสุจริต จำเลยไม่รู้จักกับนายศุภชัยเป็นการส่วนตัว อีกทั้งไม่ทราบที่มาของเงินว่าเป็นของสหกรณ์ฯ คลองจั่นที่นายศุภชัยบริหาร คิดว่าเป็นเงินส่วนตัว รู้เพียงนายศุภชัยเป็นผู้มีศรัทธาบริจาคทรัพย์สินเหมือนกับคนอื่นๆ ทั่วไป โดยวัดนำเงินดังกล่าวไปใช้ประโยชน์สาธารณะ เช่น สร้างศาสนสถาน หรือจัดโครงการเพื่อเผยแพร่พุทธศาสนาโดยวัดพระธรรมกาย นอกจากนี้ ยอมรับว่ารับเช็คจริงแต่มีเพียงแค่ 15 ใบจากที่โจทก์กล่าวหาว่ามี 16 ใบ

สำหรับความเชื่อมโยงระหว่างนายศุภชัยกับวัดพระธรรมกาย นายศุภชัยเคยเป็นประธานกฐินวัดพระธรรมกายปี 2552 และร่วมเป็นไวยาวัจกร (ผู้ดูแลเงินของวัด) ต่อเนื่องหลายปี อีกทั้งเป็นผู้ก่อตั้งและเป็นประธานของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนมงคลเศรษฐี ซึ่งตั้งอยู่ในอาณาเขตวัดพระธรรมกาย ปทุมธานี มีทรัพย์สินมากกว่า 4,000 ล้านบาท นับเป็นสหกรณ์ประเภทเครดิตยูเนียนที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศไทยรองจากสหกรณ์ฯ คลองจั่น

นี่คือเรื่องราวจากสหกรณ์ฯ คลองจั่นถึงพระธัมมชโย ที่กลายเป็นปมร้อน จนต้องออกม.44 มาเป็นเกราะเพื่อตามจับพระธัมมชโย ที่เริ่มต้นจากปมเล็กๆโดย”ไทยพับลิก้า”