อย่าปิดเลย บางกอก จะบอกให้

5 มกราคม 2014

“การปิดกั้นสิทธิและเสรีภาพของผู้อื่น ไม่มีทางทำให้ค่าของสิทธิและเสรีภาพของเราสูงขึ้น…”

คนที่กำลังคิดว่าจะออกไปปิดกรุงเทพฯ กับเขาด้วย ต้องถามตัวเองจริงๆ ว่าทำไมถึงอยากออกไป ผมเดาว่าคงเป็นหนึ่งในสามเหตุผลต่อไปนี้

1. เพื่อแสดงออกถึงความโกรธและไม่พอใจต่อรัฐบาลรักษาการปัจจุบัน ที่ได้ออกนโยบายแย่ๆ ออกมา ทั้งจำนำข้าวที่ใช้เงินไปมหาศาลและทุจริตอีกบานเบอะ แทบเล็ตที่เผางบประมาณไปแล้วหายเงียบ และนโยบายสร้างหนี้ทั้งหลาย นอกจากนี้ยังหักหลังประชาชนด้วยการออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับสอดไส้สุดซอย ลักหลับ คิดว่าสภาเป็นของฉันแบบไม่เกรงใจใคร พอถูกจับได้ไม่มีแม้แต่คำขอโทษให้ประชาชน เบื่อกับปัญหาคอร์รัปชันที่กินกันอย่างโจ๋งครึ่มในปัจจุบัน และอยากเห็นการปฏิรูปประเทศอย่างจริงจัง

2. เพื่อทำการปฏิวัติประชาชน เพื่อให้ได้มาซึ่งรัฏฐาธิปัตย์แบบที่เขาว่ากันในทีวี เราจะได้เป็นเจ้าของอธิปไตยจริงๆ กันเสียที

3. สร้างเงื่อนไขให้เกิดความรุนแรง นองเลือด และสงครามกลางเมือง

ถ้าเป็นข้อแรก ผมเห็นด้วยนะครับ ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ไม่พอใจเหมือนกัน แต่ผมขอบอกว่าเราชนะไปแล้วครับ มีการยุบสภาและประกาศให้มีการเลือกตั้งใหม่แล้ว และการเมืองไทยไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ผมเชื่อครับ ว่าพลังประชาชนที่ออกกันมามากขนาดนั้นเป็นพลังบริสุทธิ์ที่บอกไปยังนักการเมืองทั้งหลายว่าเขาทำอะไรแบบเดิมๆ แบบไม่เห็นหัวประชาชนไม่ได้แล้ว

กระแสการปฏิรูปที่กำลังมาแรงแบบฉุดไม่อยู่ในปัจจุบัน น่าจะถูกนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ ตอนนี้เราน่าจะมาคุยกันได้แล้วว่าจะปฏิรูปอะไร และปฏิรูปอย่างไร จะทำอย่างไรให้คอร์รัปชันหมดไปแทนที่จะเถียงกันเอาเป็นเอาตายเพียงแค่จะปฏิรูปก่อนหรือหลังการเลือกตั้ง

เรามีปัญหาเร่งด่วนและปัญหาระยะยาวที่ต้องแก้ไขอีกเยอะครับ อย่ามัวเสียเวลากับการสร้างความขัดแย้งและสร้างความแตกแยกให้ประเทศไทยเลย

ที่มาภาพ เฟซบุ๊ก Suthep Thaugsuban (สุเทพ เทือกสุบรรณ-1

ที่มาภาพ: เฟซบุ๊ก Suthep Thaugsuban (สุเทพ เทือกสุบรรณ)

ตอนนี้พรรคการเมืองทุกพรรคน่าจะทำตัวเป็นที่พึ่งของประชาชนด้วยการนำเสนอแนวทางการปฏิรูปประเทศให้ประชาชน และประชาชนทุกคนควรเป็นคนเลือกแนวทางการปฏิรูปประเทศด้วยการเลือกตั้ง

อย่าลืมนะครับว่า การเลือกตั้งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน ที่ประชาชนสามารถแสดงความเห็นของตนได้ หลายคนบอกว่าการเลือกตั้งคือหนทางขจัดความขัดแย้ง และแก้ไขความรุนแรงที่ดีที่สุด แม้ว่ามันจะไม่สมบูรณ์แบบก็ตาม (ดีกว่าการอ้างตัวเองว่ามีเสียงประชาชนมากกว่าอีกฝ่ายหรือเอาปืนออกมายิงกัน)

แม้ในปัจจุบันพรรคใหญ่บางพรรคจะไม่ลงเลือกตั้งและอาจจะเป็นพรรคที่ท่านอยากเลือก แต่เราก็ยังสามารถลงโทษพรรคที่เราไม่ชอบและทำตัวแย่ๆ ด้วยการลงคะแนนให้พรรคอื่น หรือโหวตโนไปเลยถ้าไม่รู้จะเลือกใคร ให้เขารู้ว่ามีคนไม่พอใจอยู่เยอะ และกดดันให้รัฐบาลหน้าจัดทำแนวทางการปฏิรูปอย่างจริงจังและจริงใจ ถ้าไม่ทำอย่างที่สัญญาไว้ เขาก็รู้ว่ามีพลังบริสุทธิ์ที่จะออกมาแสดงพลังได้เสมอ

ถ้าใครกลัวว่าจะมีการซื้อเสียง ก็ต้องช่วยกันรณรงค์เป็นหูเป็นตาสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเรื่องการเมืองให้ประชาชนทุกคนเข้าใจสิทธิและหน้าที่ของตนเอง ชี้ให้ประชาชนทุกคนเห็นถึงผลดีผลเสียของการใช้นโยบายแย่ๆ และโทษของการทุจริตคอร์รัปชัน

ผมเข้าใจความเป็นห่วงบ้านเมืองของทุกท่าน และอยากให้บ้านเมืองดีขึ้น ผมเห็นด้วยว่ากระบวนการประชาธิปไตยไทยยังห่างจากความสมบูรณ์แบบเยอะ แต่ผมว่าเราต้องช่วยกัน เราไม่สามารถทำให้บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตยมากขึ้นได้โดยการทิ้งความศรัทธาบนแนวทางประชาธิปไตยไป

สำคัญมากที่เราจะต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงบ้านเมืองภายใต้กรอบกติกาที่ทุกคนยอมรับได้ ไม่ใช่เปลี่ยนกติกากันอย่างใจชอบ จำได้ไหมครับ เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ปี 2535 ที่นำไปสู่การปฏิรูปการเมืองครั้งใหญ่ เสียงเรียกร้องให้มีนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งดังกระหึ่ม ทุกคนฮึกเหิมอยากให้มีการปฏิรูปบ้านเมือง ไม่ต่างอะไรกับตอนนี้ เรามาช่วยทำให้เกิดสิ่งดีๆ ในบ้านเมืองภายใต้กรอบกติกาที่ถูกต้องกันเถอะครับ

กระบวนการเรียนรู้เรื่องระบอบประชาธิปไตยเป็นกระบวนการที่ใช้เวลานานและมีต้นทุน ในต่างประเทศ การพัฒนาระบอบประชาธิปไตยกินเวลาเป็นร้อยปีและผ่านสงครามกลางเมืองหลายครั้ง

และอย่าลืมนะครับว่า เราไม่ได้อยู่ในบ้านเมืองนี้เพียงกลุ่มเดียว เรายังคงต้องฟังเสียงของคนทั้งประเทศ ไม่เช่นนั้นไม่มีทางที่เราจะอยู่กันได้อย่างสงบสุขแน่

ถ้าเราจะเปลี่ยนแปลงอะไร อย่างน้อยให้มีตัวแทนของหลายๆ ฝ่ายเข้าไปเป็นหูเป็นตาสักหน่อยดีหรือไม่ครับ ดีกว่าให้คนกลุ่มหนึ่งทำกันโดยไม่มีข้อรับรองว่าจะเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายหรือไม่

คิดกันดีๆ นะครับว่า เราอยากจะทิ้งบ้านเมืองไว้ให้ลูกหลานเราอย่างไร

ผมเห็นด้วยกับการแสดงพลังและจุดยืนทางการเมืองโดยสงบ ถ้าจะเป็นการปิดกรุงเทพฯ เพื่อแสดงจุดยืนที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลคงไม่เป็นปัญหาแน่

แต่ภาวะในปัจจุบันสุ่มเสี่ยงกับการพัฒนาเหตุการณ์ให้เลวร้ายขึ้น มีการเผชิญหน้าและสร้างเงื่อนไขให้เกิดความรุนแรง ที่อาจนำไปสู่การนองเลือดขึ้น ต้องคิดกันให้ดีนิดนึงนะครับ ปิดกรุงเทพฯ ไปหนึ่งวัน สามวัน เจ็ดวัน แล้วได้อะไรขึ้นมาครับ และเรากำลังปิดกั้นเสรีภาพของคนอื่น และทำร้ายบ้านของเราเองโดยไม่จำเป็นหรือไม่

ถ้าผมโน้มน้าวท่านไม่ได้ ก็ขอให้ท่านระวังตัวด้วยนะครับ หลีกเลี่ยงความรุนแรง และการยั่วยุทุกรูปแบบครับ ชัยชนะของประชาชนไม่จำเป็นต้องแลกมาด้วยชีวิตและคราบน้ำตาเสมอไปครับ

….

ถ้าเป็นข้อสอง ผมต้องถามกลับไปว่า ท่านเห็นด้วยกับการปฏิวัติรัฐประหารที่ใช้กำลังยึดเอาอำนาจรัฐฉีกรัฐธรรมนูญและนำไปสู่ระบอบเผด็จการแบบในอดีตหรือไม่

ถ้าท่านไม่เห็นด้วย แต่เชื่ออย่างที่เขาว่าไว้ว่าอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชน และประชาชนแค่ทวงอำนาจกลับภายใต้รัฐธรรมนูญนี้ ผมว่าท่านอาจจะกำลังเข้าใจผิด การที่กลุ่มบุคคลใดจะได้มาซึ่งรัฏฐาธิปัตย์ (การเป็นผู้เป็นใหญ่ในแผ่นดิน) ไม่สามารถทำได้ภายใต้รัฐธรรมนูญ และมาตรา 3 ของรัฐธรรมนูญบอกไว้ว่า

“อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นประมุขทรงใช้อำนาจนั้นทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้”

แปลว่าอำนาจของรัฏฐาธิปัตย์ หรืออำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชนทุกคน ไม่มีประชาชนคนไหนมีอำนาจสูงสุดโดยไม่ต้องฟังคำสั่งของผู้อื่น รัฐสภา รัฐบาล และศาล สามารถมีอำนาจในการปกครองเพราะความยินยอมของประชาชน

การได้มาซึ่งรัฏฐาธิปัตย์คือการยึดเอาอำนาจที่องค์พระมหากษัตริย์ใช้ผ่านทางรัฐสภา (การออกกฎหมาย) รัฐบาล (การใช้ทรัพยากรภาครัฐ) และศาล (การตัดสินคดีความ) มาเป็นของคนกลุ่มหนึ่ง เท่ากับต้องมีการฉีกรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเสียก่อน ไม่ต่างอะไรกับการปฏิวัติรัฐประหาร

การยึดอำนาจในอดีตจึงต้องมีการเอารถถังปิดกรมทหารฝ่ายต่อต้าน ยึดสื่อเพื่อไม่ให้ประชาชนออกมาต่อต้าน ยึดทำเนียบและหน่วยราชการเพื่อปิดศูนย์บัญชาการของรัฐบาล และพยายามให้รัฐบาลต่างประเทศรับรอง และเรียกปลัดกระทรวงต่างๆ เข้าพบ เพื่อใช้อำนาจสั่งการอำนาจภาครัฐ และมีการป้องกันการรวมตัวเพื่อต่อต้านทุกรูปแบบ (ห้ามออกนอกเคหสถานห้ามรวมตัวกันเกินห้าคน ฯลฯ)

การปฏิวัติประชาชนโดยสงบเกิดขึ้นไม่ได้ง่ายๆ และคงมีการต่อต้านจากฝ่ายอื่นอย่างมโหฬาร (เพราะมีคนอีก “เป็นล้านล้านคน” ที่ไม่เห็นด้วยเป็นแน่) แล้วเราจะห้ามไม่ให้เขาต่อต้านอย่างไร ในเมื่อเราเป็นคนยึดอำนาจมาจากเขา สงครามกลางเมืองเป็นสิ่งที่จะตามมาได้ง่ายๆ ท่านพร้อมจะยอมรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาจากนั้นหรือไม่?

และคำถามสำคัญคือ เราจะทราบได้อย่างไรว่า เมื่อมีการยึดอำนาจแล้วจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น

เมื่อกลไกการถ่วงดุลอำนาจภายใต้รัฐธรรมนูญถูกฉีกทิ้งไปหมดแล้วกระบวนการรับผิดหายไปหมด คงมีการตั้งคำถามทางกฎหมายและความชอบธรรมขึ้นอย่างไม่สิ้นสุด ขอบเขตอำนาจของรัฐบาลใหม่จะเป็นอย่างไร มีผลผูกพันไปในอนาคตหรือไม่

ถามง่ายๆ ว่า ถ้ามีรัฐบาลใหม่ขึ้นมาแล้วทำตัวไม่ดี เราจะเอาเขาลงอย่างไร?

แต่ถ้าท่านเชื่อในการรัฐประหารและอยากได้มาซึ่งอำนาจการปกครองจริงๆ ขอให้ท่านรู้ไว้ว่าท่านกำลังฉีกรัฐธรรมนูญและกำลังทำลายล้างระบบประชาธิปไตยอยู่

ถ้ารู้อย่างนั้นแล้วอยากทำอยู่ก็ตามสบายครับ

แต่ผมถามอีกข้อครับ ว่าสักวันหนึ่งมีประชาชนอีกกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับท่าน ออกมาปิดกรุงเทพฯ และยึดอำนาจเหมือนที่ท่านกำลังจะทำ ท่านจะเห็นด้วยหรือไม่ครับ นั่นคือเงื่อนไขของสงครามกลางเมืองหรือไม่

……

ถ้าเป็นข้อสาม ผมก็คงคิดว่าผมคงโน้มน้าวท่านไม่ได้แล้วละครับ ขอให้ท่านโชคดีนะครับ ถ้าคิดแบบนี้จริงๆ ก็ขอให้ไปคนเดียวนะครับ อย่าพาลูกหลานไปเลย สงสารเขา

  • Pingback: อย่าปิดเลย บางกอก จะบอกให้ | Reader()

  • kula

    ถ้าพรรคเพื่อไทยเห็นหัวประชาชนจริงๆ ทำไมยังส่งคนที่ร่วมแปรญัตติแก้กฎหมายนิรโทษกรรมให้เป็นแบบเหมาเข่ง อยู่ในบัญชีรายชื่อสส.แบบปาร์ตี้ลิสต์ แถมผ่านกฎหมายกู้เงินตอนตีสามตีสี่ ที่เรื่องอื่นไม่ขยัน กฎหมายที่ดินทำไมตกไปในสมัยรัฐบาลนี้ ความเชื่อใจ เกิดจากการกระทำ มิใช่คำพูด

  • work39

    ในสมัยพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลก่อนที่จะมีการยุบสภาก็มีการนำพรบ.อนุมัติเงินกู้หลายแสนล้านภายในหนึ่งวันเช่นกัน ดังนั้นคุณไม่ควรที่จะตกเป็นเครื่องมือของนักการเมือง มองเหตุการณ์อย่างเป็นกลาง ประชาธิปัตย์ไม่ใช่เป็นพรรรคที่ดีเลิศทุกอย่าง สุจริต ทุกขั้นตอน สิ่งมันถูกปิดบังก็รอเพียงแค่เวลาเท่านั้นที่จะไขความจริงออกมาให้เหนเท่านั้นเอง ที่พูดมาไม่เคยบอกนะว่าพรรคเพื่อไทยดี ก้อเปนเหมือนกันหมด ทำไมพวกเราที่เปนประชาชนจะต้องเอาชีวิตของตนเองเพื่อช่วยปกป้องผลประโยชน์อำนาจของนักการเมืองด้วยล่ะ สวัสดี

    • Nantana P. Nid

      หลังการปฏิรูป เพื่อเพิ่มอำนาจตรวจสอบและอำนาจในการฟ้องเอาผิดจากภาคประชาชนโดยตรง
      ในกรณีที่องค์กรอิสระ หรือผู้มีหน้าที่ เอามือซุกหีบ ไม่ยอมทำงาน
      และเปลี่ยนให้คดีคอรัปชั่น และทุจริตทางการเมือง ไม่มีวันหมดอายุความ
      เมื่อถึงเวลานั้น. ทุกพรรคการเมืองจะต้องใส่ใจประชาชน ไม่กล้าขืนใจประชาชนอย่างที่ผ่านมา
      ขอย้ำว่า ทุกพรรคการเมือง ไม่ใช่เฉพาะพรรคเพื่อไทย
      และแน่นอน ไม่เว้นแม้กระทั่งพรรคประชาธิปัตย์ คุณไม่ต้องกังวล
      เราไม่ได้ทำเพื่อพรรคใดๆ เราทำเพื่อประชาชน

  • that’s it

    ถ้าคุณรู้จักคนไทยดีพอ คุณน่าจะรุ้ว่า สงครามกลางเมืองจะไม่เกิดยุคนี้แน่ๆ แต่ถ้าคุณปล่อยให้ผ่านไปโดยไม่ทำอะไรเลย…อนาคตมันก็ไม่แน่ถ้าลูกหลายคุณจะได้เห็นสงครามกลางเมือง

  • ny

    ขอตอบค่ะ คงอยู่ระหว่าง 1 และ 2 ส่วนข้อ 3 ไม่เคยแม้แต่จะคิด ซึ่งถ้าแอดมินคิดได้ ก็ต้องระวังด้วยนะคะ เดี๋ยวจะกลายเป็นชี้โพรงให้กระรอก ในความคิดของดิฉัน การยุบสภาของพรรคเพื่อไทยไม่ใช่ชัยชนะของประชาชน และเชื่อว่ารัฐบาลใหม่ที่คุณคงรู้ว่าใครจะมาวิน หากยังผลักดันให้มีการเลือกตั้งได้ในวันที่ 2 ก.พ. ก็ยังจะไม่เห็นหัวประชาชนเหมือนเดิมแหละ เพราะในขณะนี้ ที่เขาพูดว่าพวกเรามาพูดกันสงบๆ เถิด เขาก็ยังคงกระทำการต่างๆ ที่เป็นการยั่วยุ และใส่ร้ายป้ายสีฝ่ายที่เขาคิดว่าอยู่ตรงข้ามตลอดเวลา สิ่งที่เราจะออกมาแสดงในวันที่ 13 มกรา ก็แค่การเดินอย่างสงบ และไม่เลิกเดิน จนกว่ารัฐบาลจะยอม step down เราต้องการการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้น ถ้าหากเราทุกคนคอยมองอย่างใส่ใจกับสภาประชาชนที่จะเกิดขึ้น ดิฉันเชื่อและหวังเป็นอย่างยิ่งว่า รัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาภายใต้กฎกติกาที่รัดกุม และเด็ดขาดกว่าเดิมคงจะไม่แย่ไปกว่ารัฐบาลนี้อย่างแน่นอน สุดท้าย ถ้าเราทุกคนเชื่อและทำในสิ่งที่เชื่อ นั่นก็คือก้าวแรกของการเปลี่ยนแปลงแล้วค่ะ เพราะอย่างน้อย ตัวคุณคนหนึ่งก็ได้เปลี่ยนแปลงไปแล้วในวันนี้

    • งง

      ถ้า “เชื่อว่ารัฐบาลใหม่ที่คุณคงรู้ว่าใครจะมาวิน หากยังผลักดันให้มีการเลือกตั้งได้ในวันที่ 2 ก.พ. ก็ยังจะไม่เห็นหัวประชาชนเหมือนเดิมแหละ”

      แล้วทำไมถึงคิดว่า แม้จะปฏิรูปเสร็จแล้ว พรรคเดิมจะไม่ได้กลับเข้ามา ?

  • ภาวนาให้นายกฯออกเร็วๆ

    คนที่ออกไปเค้าไม่ได้รู้เรื่องกฏหมายทุกคนหรอกครับ แต่ละคนก็ไม่พอใจคนละเรื่อง คนส่วนหนึ่งแค่ไม่เข้าใจว่าคนที่ไม่ดี..ทำไมถึงยังลอยนวลอยู่ได้ ประชาชนส่วนหนึ่งที่ออกมาแล้วได้คำตอบและพิจารณาแล้วเข้าใจเห็นด้วย เมื่อรวมตัวกันได้เขาก็ออกมาถามหาความรับผิดชอบจากรัฐบาล แต่รัฐบาลเพิกเฉยเดินหน้าเลือกตั้งใหม่โดยไม่สนปัญหาใดๆ เขาก็ขอแก้กติกาก่อนเท่านั้นเองครับ ทุกคนก็กลัวตายครับ แต่ทนเห็นคนเผาเมืองเป็นใหญ่ เป็นรัฐมนตรีไม่ได้เท่านั้นเองครับ เอาง่ายๆเลยถ้ามีคนเผาบ้านท่าน ด่าพ่อท่าน ท่านจะยังอยากเห็นคนๆนั้นได้ดีในสังคมหรือเปล่า ถ้าไม่..ท่านจะทำอย่างไร ก็ต้องหาคนที่เราพอจะมั่นใจว่าจะช่วยเราได้มานำขบวนล่ะครับ ถ้าเขาจะเลวในภายหลังก็เป็นกรรมของประเทศล่ะครับ แต่เวลานี้คงต้องจัดการคนที่พิสูจน์แล้วว่าร้ายออกไปก่อน

  • pb

    ถ้ารัฐบาลชั่วร้ายอีก ประชาชนก็ออกมาไล่ได้อีก ไม่ว่ารัฐบาลไหน

  • Jobb Virochsiri

    กปปส.ก็ยังไม่บอกชัดเจนว่าสภาประชาชนที่เสนอมานั้น ประชาชนทั่วไปจะมีส่วนมีเสียงด้วยอย่างไร

  • ปฎิรูปก่อนเลือกตั้ง

    ผู้ชุมนุมส่วนใหญ่เห็นว่าการเลือกตั้งมีการซื้อเสียงและใช้วิธีการสกปรกเืพื่อให้พรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง และเชื่อด้วยว่าโครงการรับจำนำข้าวเป็นโครงการประชานิยมที่ทำลายประเทศเพราะมีการคอรัปชั่นที่ไม่สามารถตรวจสอบได้แต่ได้ฐานเสียงจำนวนมากจากชาวนา ผู้ชุมนุมไม่ได้คัดค้านประโยชน์ที่ชาวนาจะได้รับจากโครงการ แต่ไม่ยอมรับการคอรัปชั่นที่ไม่สามารถเอาผิดได้ ดิฉันเชื่อว่าผู้เขียนเองก็ไม่ได้ชื่นชมกับโครงการนี้และไม่เห็นด้วยนัก แต่ชาวนาจำนวนมากที่ได้ประโยชน์เขาไม่สนใจผลกระทบและจะกากากบาทเลือกพรรคเพื่อไทยอีก และนอกจากนั้นผู้ชุมนุมยังเชื่ออีกว่าจะมีการซื้อเสียงอยู่อีกเพื่อความมั่นใจว่าพรรคจะชนะเลือกตั้งแม้ไม่มีประชาธิปัตย์ การโกงเลือกตั้งก็มีในหลาย ๆ พื้นที่โดยการรู้เห็นเป็นใจของกกต.ท้องถิ่น คุณตั้งสมมติฐานหรือคำถามบนนิยามประชาธิปไตยที่สมบูรณ์โดยไม่มีการเหลือบตาดูปัญหาของประเทศว่ามันใช้ได้จริง ๆ หรือเปล่า ความคิดแบบคุณที่ถามต่อผู้ชุมนุม ทุกคนรู้และคิดได้โดยไม่จำเป็นต้องตอบคำถามคุณเลย คุณเองล่ะคิดว่าควรฟังความคิดเห็นของผู้ชุมนุมบ้างหรือเปล่าว่าทำไมเขาถึงไม่อยากเลือกตั้งก่อน

  • ได้แต่คิดแล้วก็สงสัย..

    สงสัยว่าการเรียกร้องให้นายกรักษาการณ์ลาออก สามารถทำได้ไหม อันนี้ถาม ไม่รู้จิงๆ ใครรุ้รบกวนตอบหน่อย แต่ที่รุ้ๆสมัยนี้ไม่มีใครสนใจกฎหมาย ไม่ว่าฝ่ายไหนก้อตาม แค่เชื่อมั่นว่าความคิดตัวเองถูก กฎหมายก็ไม่จำเป็นต้องสนใจ? ปล.น่าจะแจกรัฐธรรมนูญให้คนไทยทุกคนอ่านอีกครั้ง

    • ผมเข้าใจว่า

      รัฐธรรมนูญมาตรา 181 บอกไว้ว่า (หลังจากคณะรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่งเพราะการยุบสภา) “คณะรัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่ง ต้องอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไป จนกว่าคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่จะเข้ารับหน้าที่” แต่รัฐธรรมนูญ ไม่ได้ระบุไว้ว่า ถ้าคณะรัฐมนตรีรักษาการอยู่ลาออกได้หรือไม่ จึงเข้าใจได้ว่า ถ้าลาออก (หรือลาป่วย หรือลาพักร้อน) ก็ให้มีผู้รักษาการตามลำดับต่อไป (เช่นถ้านายกลาออก รองนายกก็รักษาการต่อไป

      รัฐธรรมนูญหาไม่ยากครับ ถ้าสนใจจะอ่าน