ประเด็นฮอตรอบสัปดาห์ – “แทนคุณ+การุณ กับ 2 คลิป” และ “เจ้าของเครือ “เวอร์จินกรุ๊ป” วัย 63 ปี “ริชาร์ด แบรนสัน”แปลงโฉมเป็นแอร์ฯ”

18 พฤษภาคม 2013

ประเด็นที่ถูกพูดถึงมากสุดในโซเชียลมีเดียในรอบสัปดาห์ 12-18 พฤษภาคม 2556

เรื่องแรก เป็นคลิปร้อนของคอการเมือง ที่ทั้ง 2 ฝ่าย ต่างถ่ายคลิปในมุมมองของตนไว้เพื่อเป็นหลักฐาน กับเหตุการณ์การปะทะคารมระหว่าง “เก่ง” การุณ โหสกุล อดีต ส.ส. เขตดอนเมือง พรรคเพื่อไทย และ “อี้” แทนคุณ จิตต์อิสระ ในเหตุการณ์การประชุมจัดสรรงบประมาณของโครงการ SML ในพื้นที่เขตดอนเมือง ทั้งนี้ ในการประชุมครั้งนี้ นายแทนคุณแจ้งว่าตนได้รับเชิญให้ขึ้นพูดบนเวทีเกี่ยวกับแนวคิดในการพัฒนาพื้นที่และกลับออกไป แต่แล้วก็มีชาวบ้านโทรมาแจ้งว่าให้กลับเข้าไปภายในห้องประชุม เพราะนายประเวศร์ วัลลภบรรหาร อดีตผู้สมัคร ส.ก. พรรคเพื่อไทย ลูกน้องของนายการุณ ได้กล่าวพาดพิงถึงนายแทนคุณให้ได้รับความเสียหาย นายแทนคุณจึงกลับไปยังที่ประชุมเพื่อไปสังเกตการณ์

แต่การกลับเข้าไปของนายแทนคุณ ก็ถูกมองว่าเป็นการกลับไปป่วน อีกทั้งยังมีการปะทะคารมและถ่ายคลิปเก็บไว้ โดยในคลิปนั้น นายการุณปรี่เข้าไปว่านายแทนคุณ ว่าไม่มีมารยาททางการเมือง เพราะนายแทนคุณได้ถ่ายรูปของนายการุณ ด้านนายแทนคุณก็กล่าวเสียงดังว่า “อย่าทำร้ายผมๆ” จนหลายคนมองว่า นายแทนคุณกำลังเล่นละครบิดเบือนความจริง เพราะนายการุณยังไม่ได้ทำอะไรที่เป็นการทำร้าย แต่ทางด้านนายแทนคุณก็บอกว่าข้อศอกของนายการุณถูกตัวของนายแทนคุณ จึงรู้สึกไม่ปลอดภัย เพราะมีลูกน้องของนายการุณเข้ามาล้อมไว้ด้วย

นายแทนคุณ จิตต์อิสระ และ นายการุณ โหสกุล ที่มาภาพ : http://www.siamrath.co.thwebq=categorychannelthai-politics

นายแทนคุณ จิตต์อิสระ และ นายการุณ โหสกุล ที่มาภาพ: http://www.siamrath.co.thwebq=categorychannelthai-politics

เรื่องนี้ยังไม่ได้มีการสรุปใดๆ มีแต่การโต้ตอบกันไปมาของทั้ง 2 ฝ่าย ผ่านสื่อต่างๆ อย่างดุเดือด และมีผู้แชร์คลิปและวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมาก อย่างไรก็ตาม มีภาพเหตุการณ์จากทั้ง 2 ฝ่าย โดยผู้รับชมคงต้องใช้วิจารณญาณและตัดสินด้วยตัวเอง(คลิกชมคลิปและ
กล้องมุมคุณอี้โดนรุม

“ไม่มีคนเค้าเชื่อหรอกครับ พูดแค่นั้นไม่ได้ทำให้คุณแแทนคุณดูดี คนมีการศึกษามีวิจารณญาณเค้ารู้ดีว่า คุณแทนคุณพูดทำไม เค้าพูดเพื่อป้องกันตัวเอง ไม่ได้แรงไม่ได้ดราม่าเลย การที่แทนคุณพูดแบบนี้ไม่ได้ทำให้พวกคุณการุณดูแย่ครับ คุณการุณ จะดูแย่ก็ตรงที่มันไปชี้หน้าด่าตะคอกใส่แทนคุณเพราะเค้ามาถ่ายรูป บุคคลสาธารณะ ไม่ใช่พวกเสื้อไหนทั้งสิ้น ตัดสินอย่างเป็นกลาง แทนคุณมีสิทธทุกประการในการที่จะเข้าไปฟังการประชุมถ้าเค้าจะออกจากการประชุมแล้วกลับมาเพราะมีคนนินทาเค้า เค้ากลับมาฟังมันแปลกยังไงครับ”

“ลองตัดอคติออกดูนะครับ คุณอี้เค้ามาแล้วไปแล้ว ย้ำนะคับ ไปแล้ว เก่งเองก็ยอมรับเองด้วยในคลิป แต่กลับมาเพราะมีคนพูดไม่ดีลับหลัง ก็ต้องกลับมาปกป้องสิทธิของตัวเอง แล้วถ้าคุณบอกว่าไม่มีสิทธิถ่ายรูป แล้ว ผู้หญิงสองคนนี้ถ่ายคลิปทำไมคับ”

“ก็เห็นบอกว่ามีพาดพิงถึงหนิครับ ก็ถึงกลับมาดู แล้วถ้าไม่พูดกันไว้ก่อนว่า อย่าทำร้ายผมเลย ให้พูดว่าอะไรเหรอครับ ต่อยสิ อ่ะ ยื่นหน้าให้แล้ว ต่อยเลย เหรอครับ เค้าก้ต้องพูดกันตัวเองไว้ก่อนสิครับ ยิ่งมีกล้องด้วย ก้ยิ่งไม่กล้าทำอยู่แล้วมั้งครับ”

“ดูให้ครบทุกคลิปก่อนจะตัดสิน เพราะอีกคลิปนึงคุณอี้ก็โดนคุณเก่งกระทุ้งซอกจนตัวเขาสะดุ้งจึง พูดแบบนั้น สถานที่ก็สาธารณะ ช่วยตัดสินที่ความจริง ไม่ใช่ใช้ใจตัดสิน ใช้สมองด้วย สังคมนี้อยู่ยากขึ้นทุกวัน ประเทศก็แย่”

“รุม ขนาดนั้น เหมือนคุกคาม ถ้าไม่พูดอาจจะโดน ดูนิ้วที่ การุณ ชี้ หน้า สิ เหมือน จะ ฆ่าอาฆาต แค้นมากครับ”

“คนที่ช้ำ และเจ็บปวดที่สุดน่าจะเป็นเก่ง การุณนะ โดนพักยาว 5 ปี แม้แต่สิทธิ์พื้นฐานที่จะไปลงคะแนนเลือกตั้ง ยังไม่มีเลย ทางพรรคเพื่อไทยก็เอือมระอาเต็มทีกับนิสัยอันธพาลการเมือง เลยฉวยโอกาสตัดการสืบทอดอำนาจทางการเมืองของเก่งและครอบครัว โดยเลือกส่งคุณแซมลงสมัคร พอผ่านพ้น 5 ปี ก็ไม่เหลือใครในพรรคเพื่อไทยสนับสนุนอีกแล้ว จบแล้วกับบทบาททางการเมืองของเก่ง การุณ ผมว่าแต่อี้ก็ควรเงียบก่อนเพราะมันก็ไม่เป็นผลดีกับตัวเองเลย”

เรื่องที่สอง เรื่องน่ารักๆ ของผู้บริหารระดับสูง เจ้าของเครือ “เวอร์จินกรุ๊ป” วัย 63 ปี “ริชาร์ด แบรนสัน” มหาเศรษฐีชาวอังกฤษ ที่ลงทุนแปลงโฉมตนเอง โกนขนหน้าแข้ง สวมถุงน่องตาข่าย เป็นแอร์โฮสเตสสาวสายการบินแอร์เอเชียในชุดสีแดงสดใส แต่งหน้า ทำผม พร้อมปฏิบัติภารกิจเสิร์ฟชา กาแฟ และอาหารแก่ผู้โดยสารบนเครื่องบิน เที่ยวบินที่ D7-237 เดินทางจากเมืองเพิร์ท สู่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ใช้เวลาเดินทางราว 5 ชั่วโมงครึ่ง

สาเหตุการทำเช่นนี้ เกิดจากการที่ริชาร์ด แบรนสัน แพ้พนันเพื่อนรักของเขา คือ โทนี เฟอร์นันเดซ ผู้ก่อตั้งสายการบินแอร์เอเชีย และสายการบินโลว์คอสต์สัญชาติมาเลย์ ในปี 2553 ว่า หากทีมแข่งรถฟอร์มูล่าวันของฝ่ายใดได้อันดับต่ำกว่าในการแข่งขันฤดูกาลเปิดตัว ฝ่ายนั้นจะต้องยอมมาเป็นแอร์โฮสเตสให้กับสายการบินของอีกฝ่าย จึงทำให้เราได้เห็นพฤติกรรมน่ารักของคู่เพื่อนรักในการปฏิบัติภารกิจนี้ ซึ่งก็มีผู้พูดถึงและแชร์รูปแอร์โฮสเตสสาวจำเป็นคนนี้กันอย่างมาก

ริชาร์ด แบรนสัน สวมชุดแอร์โฮสเตส สายการบินแอร์เอเชีย ที่มาภาพ : http://www.bangkokvoice.com20130513bv-news-547

ริชาร์ด แบรนสัน สวมชุดแอร์โฮสเตส สายการบินแอร์เอเชีย ที่มาภาพ: http://www.bangkokvoice.com20130513bv-news-547

“ไหนๆ ก็โกนหน้าแข้งแล้ว ไม่โกนขนแขนด้วยล่ะ ขนหยุบหยับ น่าจั๊กกะจี้ เชียว”

“ได้โฆษณาตัวเอง แบบไม่ต้องลงทุน ดังไปทั่วโลกเลย การตลาดบริษัทอื่น ดูไว้เป็นเยี่ยงอย่างด้วยนะคับ”

“เรียกว่า เสียหน้าแต่ไม่เสียผลประโยชน์ทางธุรกิจ แบบนี้ PR สายการบินได่แจ่มมากเลย เรียกว่า Win Win”

“ตลกดี และที่แน่ๆ ได้การตลาด โปรโมทโฆษณาได้เต็มๆ ไปทั่วโลก”

“ต้องนับถือว่าเป็นคนรวยที่มีความสามารถ มีคุณธรรม มีความคิดสร้างสรร คิดบวก พนันกันเล่นๆ และนึกสนุกอยากทำตามประสา ผู้บริหาร ไม่น่าเกลียด ผลที่ได้ คือ เพิ่มมูลค่าของ airline เข้าไปอีก”

“คนจริง พูดจริง + ทำจริง นายแน่มาก”

เรื่องที่สาม ช็อควงการฮอลลีวูดและวงการความงามกันเลยทีเดียว เมื่อสาวเซ็กซี่ ริมฝีปากอิ่ม “แองเจลิน่า โจลี่” วัย 37 ปี ตัดสินใจตัดเต้านมทั้งสองข้างทิ้ง ภายหลังแพทย์ตรวจพบว่าเธอมีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมสูงถึงร้อยละ 87 ซึ่งเมื่อตัดแล้วโอกาสการเป็นมะเร็งจะลดลงเหลือเพียงร้อยละ 5 เท่านั้น แต่เธอก็ยังมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งรังไข่อีกร้อยละ 50 ซึ่งเธอก็ควรเข้ารับการผ่าตัดก่อนอายุ 40 ปี

เหตุผลการตัดสินใจในครั้งนี้ แองเจลิน่าเปิดเผยต่อสื่อว่า ตัวเธอเพิ่งสูญเสียมารดา คือ มาร์เชลีน เบอร์ทรานด์ ไปด้วยโรคมะเร็งเต้านม เมื่อปี 2007 การถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ ทำให้เธอมีความเสี่ยงเป็นโรคนี้สูง และการตัดสินใจผ่าตัดในครั้งนี้ก็เพื่อการได้อยู่เลี้ยงดูลูกๆ 6 คน ของเธอให้ได้เติบโตต่อไปอีกในอนาคต อีกทั้งเธอยังได้รับกำลังใจที่ดีจากสามีสุดหล่อ แบรด พิตต์ ที่มีความภูมิใจในตัวแองเจลิน่าเป็นอย่างมาก โดยแบรด พิตต์ กล่าวต่อสื่อ ว่า โจลีอยู่ระหว่างขั้นตอนการผ่าตัดเต้านมทั้งสองข้าง แต่เธอก็ไม่ทิ้งงานที่ต้องรับผิดชอบ ทั้งการเดินทางไปยังประเทศคองโกและกรุงลอนดอนของอังกฤษเพื่อเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศในกลุ่ม G-8 และเดินทางไปยังนครนิวยอร์กของสหรัฐฯ เพื่อเป็นเกียรติแก่เด็กหญิงมาลาลา ยูซุฟไซ เด็กสาวชาวปากีสถาน ซึ่งเป็นนักสู้เรียกร้องสิทธิสตรีมุสลิม

angelina ที่มาภาพ : http://blogs.majic.com

angelina ที่มาภาพ: http://blogs.majic.com

อีกทั้งการเปิดเผยต่อสื่อของแองเจลิน่าก็เพื่อเป็นการให้กำลังใจผู้หญิงทุกคนที่กำลังป่วยด้วยโรคมะเร็งเต้านม เพราะแม้ว่าการผ่าตัดจะนำเอาเต้านมออกไป แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้ผู้หญิงต้องสูญเสียความเป็นผู้หญิงในร่างกายของตนออกไปด้วย

“เรื่องของเธอ ทำให้คนที่เป็นมะเร็ง และกำลังจะเริ่มเป็น กำลังใจขึ้นเยอะ เพราะเธอเป็นคน ที่เกือบทุกคนรู้จักดี ขอยอมรับในความมีน้ำใจ ที่เปิดเผยเรื่องนี้ค่ะ”

“ขอเป็นส่วนหนึ่งในกำลังใจนะค่ะ สู้ๆๆ ได้แบ่งปันความรู้ และความกล้าให้คนทั้งโลกได้ คิดเป้นตัวอย่าง”

“เธอกล้าแกร่งจริง ๆ ชื่นชม”

“ความเสี่ยงสูงตัดทิ้งเลย เพราะปลอดภัยดีแล้วคิดว่าคุ้มกับที่เสียไป”

“จริงๆการตัดหากไม่ได้เป็นมะเร็งหมอเขาสามารถตัดเอาแต่ไขมันและท่อน้ำนมออกแต่เก็บผิวนอกไว้หมด แล้วอนาคตสามารถปลูกถ่าย stem cell ให้มีเต้านมกลับมาได้ นี่เป็นนวัตกรรมทางการแพทย์ทางเลือกที่เริ่มใช้กันมาหลายปีแล้วในสหรัฐผลงานนี้มีหมอคนไทยร่วมทำวิจัยอยู่ด้วย เราเคยไปฟังสัมมนามา หมอยืนยันว่าสามารถทำให้กลับมามีหน้าอกได้เหมือนเดิม แต่ต้องใช้เงินเยอะหน่อยเพราะต้องเลี้ยง stem cell ของคนไข้ก่อนฉีดเข้าไป”

“โจลี เป็นไอดอลของนู๋เลยคะ ทั้งความเป็นผู้หญิงที่รักเด็ก รักครอบครัว การเสียสละ ทำประโยชน์เพื่อสังคม ความกล้าในการตัดสินใจ ใช้ชีวิตของเธอ เป็นประโยชน์ต่อสังคมมากมายหลายอย่างจริงๆ คะ”

เรื่องที่สี่ เป็ดยักษ์ลอยน้ำสีเหลืองสดใส ที่สร้างรอยยิ้มและความสุขให้นักท่องเที่ยวหลายต่อหลายคน ผลงานศิลปะของศิลปินชาวดัตช์ที่ชื่อว่า Florentijn Hofman ที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อสะท้อนความคิดถึงวัยเยาว์ของผู้ใหญ่ ให้ผู้พบเห็นลืมความเครียดจากการทำงาน สภาพเศรษฐกิจและภาระครอบครัว รวมทั้งการสร้างรอยยิ้มให้เกิดขึ้น ซึ่งเจ้าเป็ดยักษ์นี้ถูกนำไปจัดแสดงยังพื้นที่ต่างๆ หลายที่ ไม่ว่าจะเป็น โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น, ซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย, เซาเปาโล ประเทศบราซิล และอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ เป็นต้น

แต่แล้ว สิ่งที่ผู้พบเห็นและนักท่องเที่ยวไม่อยากให้เกิดขึ้นก็คือ เจ้าเป็ดยักษ์ลอยน้ำนี้ได้จมลงที่อ่าววิคตอเรีย ประเทศฮ่องกง จนเป็นกระแสให้พูดถึงและแชร์ภาพต่อกัน เพราะนักท่องเที่ยวหลายคนก็หวังที่จะได้เห็นเจ้าเป็ดยักษ์สีเหลืองนี้ยังลอยสดใสอยู่กลางแม่น้ำ

เป็ดยักษ์ลอยน้ำ ขณะลอยอยู่ ณ อ่าว วิกตอเรีย ประเทศฮ่องกง

เป็ดยักษ์ลอยน้ำ ขณะลอยอยู่ ณ อ่าว วิกตอเรีย ประเทศฮ่องกง

ทั้งนี้ นายแอนดรูว์ หยาง ผู้จัดการฝ่ายโฆษณาของห้างฮาร์เบอร์ซิตี้ ได้ออกมาชี้แจงถึงเรื่องที่เกิดขึ้นต่อสื่อว่า เหตุที่เจ้าเป็ดยักษ์ตุ๊กตาเป็ดยักษ์แฟบนั้น เป็นเพราะทางผู้จัดงานปล่อยลมเอง เนื่องจากครบกำหนดเช็คสภาพตามปกติ ซึ่งก็จะสูบลมกลับเข้าไปเพื่อให้ตุ๊กตาเป็ดยักษ์กลับไปสร้างรอยยิ้มให้กับทุกคนตามเดิม และขอยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาที่จะทำให้ทุกคนผิดหวังแต่อย่างใด

“แอบเห็นมาตั้งนานไม่น่าจะ เหนื่อยเร็วแบบนี้ น่าสงสารยังมาไม่ถึงเมืองไทยเลย”

“โชคดีที่ผมยังได้เห็นตัวพองๆแบบใกล้ชิดมาก ต้องแย่งกันกับคนฮ่องกงดู ถือว่าสวยดี”

“มันคงกลัว เพราะสถานีต่อไปคือปึกกิ่ง เค้าไม่อยากเป็นเป็ดปักกิ่ง อิอิ”

“เอาลมออกแล้วเหมือนไข่เจียวเลย”

“น่ารักมากเลยนะคะ สร้างรอยยิ่ม ความสดใส ให้คนพบเห็นจริงๆคะ ”

“ฟีบได้ ก็พองได้ เดี๋ยวก็น่ารักเหมือนเดิม”

เรื่องที่ห้า เป็นประเด็นร้อนให้ถกเถียงต้อนรับเปิดเทอม เมื่อมีข่าวว่ากระทรวงศึกษาธิการเตรียมร่างกฎกระทรวง กำหนดความประพฤติ การแต่งกาย และแบบทรงผมของนักเรียนนักศึกษา ซึ่งในสาระสำคัญของระบบดังกล่าว ได้เปิดช่องให้นักเรียนหญิงไว้ผมยาว สั้น หรือซอยผมได้ ซึ่งถือเป็นการผ่อนคลายกติกาให้นักเรียนสามารถเลือกไว้ทรงใดก็ได้เพราะเป็นสิทธิส่วนบุคคล แต่ต้องคำนึงถึงกรอบของความเหมาะสม ความพอดี และขึ้นอยู่กับข้อตกลงของโรงเรียนด้วย

เมื่อมีข่าวออกมา ก็มีทั้งผู้เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย เพราะทางผู้ที่ไม่เห็นด้วยต่างมองว่า เด็กไม่ควรสนใจเรื่องอื่น มากกว่าเรื่องการเรียน การผ่อนคลายกฎให้เด็กสามารถทำผมแต่งตัวอย่างไรก็ได้ จะทำให้เด็กสนใจเรื่องความสวยความงามมากไปกว่าการเรียน ซึ่งถ้าปล่อยให้เป็นอิสระมากเกินไป เด็กก็จะฟุ้งเฟ้อ โดยเฉพาะเด็กผู้หญิงยิ่งจะเป็นอันตราย

ภาพประกอบเรื่อง ที่มาภาพ : http://education.kapook.comview55767.html

ภาพประกอบเรื่อง ที่มาภาพ: http://education.kapook.comview55767.html

“สองมาตรการที่นายพงษ์เทพ เทพกาญจนา ให้นโยบายกับ รร.มานั้น คือ ยุบ รร.ขนาดเล็ก กับให้ นร.ที่ยังไม่อยู่ในวัยที่เหมาะสมสามารถแต่งผมได้อย่างอิสระเพื่อความสวย เป็นอันตรายอย่างยิ่งต่ออนาคตของชาติ เพราะเด็กจะไม่มีที่เรียนที่เขาสามารถเดินทางไปเรียนที่ช่วยตัวเองได้ เด็กจะเกิดความเบื่อหน่ายและไม่ไป รร. ในที่สุด ส่วนเรื่องทรงผมดูเหมีอนว่าให้อิสระแต่เคลือบยาพิษไว้ เพราะรู้ๆ กันอยู่ว่าสังคมไทยขณะนี้กำลังมอมเมาวัยรุ่นกับแฟชั่นความสวยงาม เด็กก็จะไม่สนใจการเรียน เป็นการเบี่ยงเบนความสนใจเด็กไม่ให้สนใจการเมืองปกครองง่ายและจะเป็นควายในที่สุด นายพงษ์เทพ เป็นบุคคลอันตรายที่น่ากลัวมาก วางแผนบ่อนทำลายชาติในอนาคต การศึกษาของชาติต่ำเตี้ยลงทุกวัน งานการศึกษาที่ต้องปรับปรุงแก้ไขมีเป็นจำนวนมากไม่ทำ แล้วจะไม่เรียกว่าตัวบ่อนทำลายชาติหรือ”

“คราวหน้าออกระเบียบให้เด็กไม่ต้องเข้าชั้นเรียนก็ได้ ไม่ต้องมาโรงเรียนเลยก็ได้ ไม่ต้องทำอะไรทุก ๆ อย่าง ถึงเวลาแล้วให้จบกันทุกคนเลย”

“มีเรื่องมากมายในเรื่องการศึกษาของเด็กที่สำคัญกว่าเรื่องทรงผม?? ศาลสถิตย์ยุติธรรม กำลังร่อแร่ อีกหน่อยคงไม่ต้องมีผู้พิพากษา อัยการ หรือทนายแล้ว ต้องใช่กฏหมู่อย่างเดียวแบบที่กำลังเป็นอยู่ คราวนี้ถึงคิวอนาคตของชาติหล่ะ ฝึกให้ไม่รู้จักกฏ ระเบียบวินัยตั้งแต่เด็ก อีกหน่อยคงมีกฏให้เด็กนักเรียนท้องได้ ก็ โอเค นะ ถือว่าเด็กรักเรียน ในห้องเรียนคงมีการตบตีแย่งสามี ข้ามห้อง เครียดเลย”

“ขนาดมันมีกฎบังคับมาเป็นสิบยี่สิบปี เด็กไทยมันยังมีกลุ่มที่แย่ แล้วนี้เอากฎบังคับออก + กับอิทธิพลดาราเกาหลี อะไรต่อมิอะไร ให้ห่วงหล่อ ห่วงสวยกันมากขึ้น ดีนะ เจริญ คิดได้ยังไงก็ไม่รู้”

“กฎระเบียบมันดีอยู่แล้ว ตอนเด็ก ทุกคนอยากเป็นผู้ใหญ่อยากโต อยากสวยหล่อ เราก็เคยเป็นเด็กก็อยากไว้ผมนะ แต่ก็ถูกอาจารย์กร่อน ตีบ้าง ก็ไม่เข้าใจว่า ไว้ผมยาวแล้วจะให้เรียนตกยังไง โง่ยังไง แต่พอโตเป็นผู้ใหญ่ มีลูกมีหลาน มานั่งย้อนคิดดู ถ้าไว้ผมยาว หล่อสวย ตั้งแต่มัธยมคงได้มีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร ซึ่งเราก็ยังไม่มีความรู้ในการป้องกันอันดีพอ ก็อาจมีปัญหาในวัยเรียนได้ เมื่อต่างคนก็ดูธรรมดาไม่ได้สวยหล่อเตะตาใคร เด็กก็จะสนใจเรียนมากกว่าจะสวยหล่อแข่งกัน เพื่อจะได้มีแฟนมาอวดเพื่อนกัน การเรียนก็คงไม่สนใจเท่าที่ควร เชื่อเหลือเกินว่าทุกอย่างมาในเวลาที่เหมาะสมดีที่สุด”

เครือข่ายสังคม