ประเด็นที่ถูกพูดถึงมากสุดในโซเชี่ยลมีเดียในรอบสัปดาห์ วลีฮิต”…จนกระทั่งโดนธนูปักที่เข่า”

แม้โลกโซเชี่ยลมีเดียได้ทำให้วิถีชีวิตมนุษย์เปลี่ยนทั้งบวกทั้งลบ อยู่ที่ใครจะปล่อยให้เทคโนโลยี่ครอบงำหรือจะครอบงำเทคโนโลยี่ให้อยู่ในกำมือ

ข้อความ ท่าที ที่ปรากฏบนโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คจึงเป็นกระจกสะท้อนอาการของสังคมได้ในระดับหนึ่ง ไทยพับลิก้าขอประมวลสิ่งที่เกิดขึ้น ในแต่ละสัปดาห์มาเล่าสู่อีกทอดหนึ่ง

1.“ศิลปินต้องอัพยา” โดย เสก โลโซ หรือ เสกสรร ศุขพิมาย ร็อกเกอร์ชื่อดัง หลังจากแถลงข่าวถึงเกิดกรณีที่ถูก อดีตภรรยา กานต์ วิภากร ศุขพิมาย โพสต์รูปภาพขณะกำลังเสพยาเสพติดผ่าน Facebook พร้อมเขียนข้อความใต้ภาพว่า เสก โลโซ ได้แต่เสพยาไอซ์และกัญชา จนทิ้งครอบครัว ซึ่งร็อกเกอร์ชื่อดังได้ออกมายอมรับและอ้างเหตุผลว่า “ที่ต้องใช้ยาเสพติดนั้น เพราะเป็นศิลปิน ทำงานเพลง ถึงแม้ว่าจะใช้ยาก็สามารถควบคุมตัวเองได้” หลังจากที่การแถลงข่าวจบลง ก็มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักถึงการกล่าวพาดพิงของ เสก โลโซ ที่พูดเหมารวมไปว่า “ศิลปินต้องอัพยา” ทำให้งานนี้เหล่าบรรดาศิลปิน ดารา และนักแต่งเพลงทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่และประชาชน ออกมาโต้ตอบผ่านทางโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ก ทั้ง Facebook และ Twitter อย่างล้นหลาม

เสก โลโซ ที่มาภาพ : http://www.thairath.co.th/media/content/2011/12/20/224646/hr1667/630.jpg
เสก โลโซ ที่มาภาพ : http://www.thairath.co.th/media/content/2011/12/20/224646/hr1667/630.jpg

โต๋ ศักดิ์สิทธิ์

“ดนตรีและยาเสพติดไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันครับ เล่นดนตรีก็เป็นนักดนตรี เล่นยาก็เป็นคนติดยา เล่น2อย่างก็เป็นนักดนตรีที่ติดยา ได้โปรดอย่าเหมารวม”

นาวิน ต้าร์

“คนที่ติดเหล้าไม่ใช่เลวแต่ป่วย”

“คนที่ใช้ยาเสพติดไม่ใช่คนเลว แต่เป็นคนป่วย ควรให้ความเมตตาช่วยเหลือ คนที่เลวคือคนขาย”

“ด่าคนโน้นคนนี้ว่าทำตัวไม่ดีเป็นตัวอย่างเยาวชน เอาเวลาไปทำตนเองให้เป็นแบบอย่างที่ดีกับลูกของตัวเองก่อนเถอะ ดูแลเค้าให้ดีอย่าโทษที่ไกลตัว”

ฐปนีย์ เอียดศรีไชย

“เสก โลโซ ผมใช้มัน เพราะผมเอาอยู่”

“การแถลงของเสกใช้เวลากว่า1ชม.เมื่อกี้เลือกปล่อยเสียงบางช่วงเท่านั้น เพราะยิ่งฟังยิ่งรู้สึกหดหู่จริงๆ”

ณัฐ ทิวไผ่งาม

“ศิลปินคือผู้รอบรู้และลึกซึ้งทางศาสตร์แห่งศิลปะ.. ไม่ใช่ผู้เสพยา.. อย่ามามั่วนะ!! ฮึ่ม!!!!”

เป้ วี ทรีโอ (Vie Trio)

“เป็นศิลปิน จำเป็นต้องใช้ยา.. โหพี่.. พูดไม่เกรงใจศิลปินคนอื่นเลย..อย่าดึงให้เน่ากันหมดสิครับ : (”

โย่ง Armchair

“ศิลปินตัวจริง Hiเองได้โดยไม่ต้องใช้ยาเฟ้ยยยยยยย”

“ต่อไปนี้เทศกาลดนตรีจะย้ายไปจัดกันที่ถ้ำกระบอกแทน เพราะที่นั่นมีศิลปินเพียบบบบ”

“ยังโมโหพี่เสกไม่หาย และเชื่อว่า “ศิลปิน” ส่วนใหญ่ก็โมโหเช่นกัน พูดว่าเสพยาเพราะติดยา ยังจะเท่กว่า”

ชิน OIC

“ความเห็นของเด็กๆแบบผม แค่บุหรี่ ผมว่ายังไม่เห็นจำเป็นหรือมีประโยชน์อะไรเลยสักนิด ยาเสพย์ติดอื่น ๆ ยิ่งไม่เห็นมีข้ออ้างอะไรไปใช้มันนะครับ :-/”

จ้อ Armchair

“Rock n’ Roll ต้องเสพยา งี้คนที่ถ้ำกระบอก ที่รพ.ธัญญรักษ์ก็โคตร rock n’ roll แล้วตอนนี้คงพยายามเลิก rock n’ roll อยู่”

คัตโตะ Lipta

“อยากใช้ยาบ้าง ใครมีขายขอเป็นญาญ่านะชอบมานานละ…”

“พี่เสกพูดถูกแล้วจริงๆ…”

“พี่ๆไทเทก็เล่นยา! ยาริส!”

“จริงด้วย โต๋ก็เล่นยา! ยามาฮ่า!”

พงษ์พรหม สนิทวงค์ ณ อยุธยา (พี่ปุ้ม) อดีตโปรดิวเซอร์นักแต่งเพลงชั้นนำของ GMM และ ประเทศไทย

“รู้สึกเสียใจแทนน้องคนหนึ่งมาก ๆ ผมเป็นศิลปินคนหนึ่งที่ไม่ทราบว่าตกยุคหรือไร ถึงคิดเห็นไม่คล้อยตามเลยสักครั้ง เวลาคนเอากัญชาบ้าง ยานู่นยานี่บ้าง มาเป็นข้ออ้างสำหรับทำงานศิลปินอยู่เรื่อย. เรียนให้ทราบว่า ตั้งแต่หนุ่มอายุสิบเจ็ดจนแก่หากินมาจนจะห้าสิบแล้ว ไม่เคยใช้เหล้ายามาช่วยกระตุ้นครีเอทีฟเลยสักหน แต่ก็ยังสร้างสรรค์งานที่ตัวเองพอใจได้เสมอมาไม่เห็นมีปัญหา เพราะมีอย่างเดียวที่ผมต้องหมั่นเสพย์ไว้ให้ติดหนักและอย่าหยุด คือ การเรียนการศึกษา ต่างหาก”

ดี้ นิติพงษ์ ห่อนาค นักแต่งเพลง

“ว่าจะไม่พูดแล้วเชียวนาแม่ประไพ…แต่ต้องออกมาชี้แจงหน่อย..เพราะเคยแต่งเพลงร็อคแอนโรลมาเยอะเหมือนกัน..ว่าใช้ยาอะไรบ้าง…พบว่า ติด ยาดม ยาหยอดตา และยาหยี..เท่านั้น”

2.คำพยากรณ์ภัยพิบัติ จากเด็กชายปลาบู่ ที่กำลังฮือฮาในโลกไซเบอร์อยู่ในขณะนี้ เด็กชายปลาบู่ทำนายเอาไว้ ทั้งๆ ที่ เขาเสียชีวิตไปแล้วถึง 37 ปี โดยก่อนตายเด็กชายปลาบู่บอกล่วงหน้ากับพ่อว่า อีก 15 วันตนจะตาย และอยากคุยกับพ่อ ให้ไปซื้อเทปมาบันทึกเสียงไว้ด้วย แต่พ่อไม่ได้ทำ เพราะไม่เชื่อว่าเขาจะตายจริง แต่เขียนเพียงบางตอนที่ได้เล่าเมื่อวันที่ 23-25 มิถุนายน พ.ศ.2517 เป็นเวลา 37 ปีมาแล้ว เรื่องสำคัญ ๆ ที่เขาเล่าคือ เรื่องอดีตชาติของเขา และเรื่องภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทยและโลกในอนาคต

ในเรื่องอดีตชาติของเด็กชายปลาบู่ เขาบอกว่า เขาเป็นปู่ของปู่ทวด เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ตาเป็นทิพย์ หูเป็นทิพย์ หมดทั้งตัวเป็นไพฑูรณ์ เมื่อชาติก่อนโน้น ก็เคยเกิดเป็นพระชื่อ “ชิตะ” ตอนพระพุทธเจ้ายังมีชีวิตได้บอกว่าจะได้เป็น “พระศรีอาริยเมตไตรย” ไม่ต้องมีตำรา ไม่ต้องมีคัมภีร์ก็เทศน์ได้

ปลาบู่บอกอีกว่า อีก 27 ปี พ.ศ.2544 จะมีเครื่องบินชนตึก, อีก 30 ปี พ.ศ.2547 จะเกิดคลื่นยักษ์คนจะตายกันมาก, อีก 35 ปี พ.ศ.2552 จะเกิดแผ่นดินไหวในต่างประเทศ, อีก 38 ปี พ.ศ.2555 จะเกิดอาเพศรุนแรง แผ่นดินไหวรุนแรงเกือบทั่วโลก จะโดนทั้งไทย พม่า ฯลฯ กรุงเทพฯ จมดินจมน้ำ เขื่อนที่จังหวัดตากก็พัง “ในเวลายามสองในคืนปีใหม่ คนไทยฉลองกันสนุกสนาน เกิดแผ่นดินไหวมีคนตายมากมาย” (ยามสอง คือประมาณเวลา 22.00 –24.00 น.) และอีก 40 ปี จะเกิดสงครามนิวเคลียร์

เรื่องนี้จะเท็จจริงแค่ไหน ผู้รับข่าวสารคงต้องใช้วิจารณ์ในการรับข้อมูลอย่างมีสติ

หลายความเห็นในเว็ปไซด์ต่างให้ความเห็นว่า ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ เพราะคำทำนายของเด็กชายปลาบู่ ผู้เขียนมีพยานหลักฐานที่ยังมีชีวิตอยู่ อีกทั้งเหตุการณ์ทั้งหลายที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ใกล้เคียงกับคำทำนายเหลือเกิน แต่อย่าเชื่อจนอย่าถึงขั้นวิตกจริตจะทำให้ชีวิตบิดเบี้ยว ขอให้ใช้ชีวิตอย่างปกติตามครรลอง ยึดศีล 5 เป็นสรณะมีสติอยู่กับตัวทุกลมหายใจเข้าออก เพราะชีวิตกับความตายก็มีเพียงเส้นเล็กๆบางๆ กั้นอยู่เท่านั้นเอง เมื่อผ่านได้ทุกอย่างก็จบ อีกทั้งหลายๆความเห็นยังเชื่อมโยงคำทำนายของเด็กชายปลาบู่สู่เรื่องของการเมือง ว่าที่ประเทศชาติแย่ลงทุกวันนี้ เพราะคนไทยเชื่ออะไรกันง่ายๆ แค่มีคนมาพูดดีเข้าหน่อย ก็เชื่อ ไม่ว่าเขาจะโกงกินหรือคอรัปชั่นกันขนาดไหนก็ตาม เพียงเพราะอำนาจเงินเท่านั้นเอง

3.คิม จอง อิล ผู้ำนำเกาหลีเหนือตาย สร้างความโศกเศร้า ใหกับชาวเกาหลีเหนือเป็นอย่างมาก เมื่อผู้นำ คิม จองอิล ผู้นำของประเทศ 1 ใน 5 รัฐคอมมิวนิสต์แห่งสุดท้าย (เกาหลีเหนือ จีน เวียดนาม ลาว คิวบา) วัย 69 ปี เสียชีวิต ด้วยสาเหตุกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันและมีอาการหัวใจวายระหว่างเดินทางไปปฏิบัติภารกิจ ในวันที่ 17 ธันวาคม 2554 รัฐบาลเกาหลีเหนือประกาศช่วงเวลาไว้ทุกข์นาน11 วัน และจัดรัฐพิธีศพขึ้นในวันที่ 28 ธันวาคม 2554 ซึ่งคาดกันว่า คิม จอง-อุน ในวัย 28 ปี ลูกชายคนที่ 3 มีโอกาสมากที่สุดที่จะขึ้นมาเป็นผู้สืบทอดอำนาจต่อจากบิดา

แต่ในกระแสของโลกอินเทอร์เน็ต คิม จอง อุน ถูกกระหน่ำโจมตีถึงความไม่เอาไหน ในสมัยเด็ก อย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเด็กที่เรียนหนังสือไม่เอาไหน แม้จะได้เรียนในโรงเรียนเอกชนชื่อดังของสวิตเซอร์แลนด์ก็ตาม แต่ก็ยังไม่ได้แม้แต่ประกาศนียบัตรพื้นฐานระดับมัธยมติดมือมาเลย เหตุเพราะวันๆ มัวแต่หมกหมุ่นอยู่แต่กับเกมส์คอมพิวเตอร์และกีฬาบาสเก็ตบอล เท่านั้น

4.DTAC สัญญาณล่ม จากกรณีที่สัญญาณโทรศัพท์ ของ DTAC หล่มในหลายพื้นที่ทั่วประเทศเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2554 ส่งผลกระทบและสร้างความหงุดหงิดรำคาญใจแก่ผู้ใช้บริการจำนวนมาก วันต่อมา 22 ธันวาคม ทาง DTAC ได้ออกแถลงการณ์ขออภัยเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้น พร้อมประกาศชดเชยค่าบริการให้แก่ลูกค้า ที่ได้รับผลกระทบ รวมแล้ว เป็นระยะเวลา 48 ชั่วโมง

หลังจากนั้นทาง กสทช.มีการเชิญผู้บริหารดีแทคมาชี้แจงถึงปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องสำคัญมาก กระทบต่อผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่กว่า 20 ล้านเลขหมาย จึงจำเป็นต้องให้ดีแทคชี้แจงว่าจะแก้ไขปัญหาอย่างไร เพื่อไม่ให้มีปัญหาเกิดขึ้นอีกในอนาคต

ข้อความคอมเม้นท์ และสเตตัสในโซเชียลเน็ตเวิร์ค ที่มีมากมายแสดงความไม่พอใจ และต้องการเปลี่ยนค่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่เสียใหม่ เพื่อไม่ต้องการให้เกิดปัญหาและความหงุดหงิดใจเช่นนี้อีก

5.คืนพาสปอร์ตให้อดีตนายกรัฐมนตรี กรณี ความคืบหน้าการคืนหนังสือเดินทางบุคคลทั่วไปให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทั้งๆ ที่เป็นผู้หลบหนีคดีและมีหมายจับอยู่ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ มีการชี้แจงว่า ทางกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เป็นผู้ดำเนินการตามขั้นตอน โดยไม่ได้แจ้งให้ตนรับทราบ จนเมื่อฝ่ายค้านหยิบยกประเด็นดังกล่าวขึ้นมาจึงได้สอบถามไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ ทราบว่าส่งมอบหนังสือเดินทางให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ผ่านสถานฑุตอาบูดาบี เป็นที่เรียบร้อยแล้ว อีกทั้งหากพิจารณาตามระเบียบข้อ 23(7) ไม่เห็นว่า พ.ต.ท.ทักษิณ มีพฤติกรรมใดที่เป็นภัยต่อประเทศ จึ่งมีคำสั่งยกเลิกการเพิกถอนดังกล่าว

ความเห็นที่มีมากมายในโลกอินเตอร์เน็ต มีทั้งความเห็นที่เป็นบวกในแง่ของการให้กำลังใจ และเป็นลบ ว่ารัฐบาลชุดนี้ ทำเพื่อพวกพ้องของตนเอง กอบโกยผลประโยชน์ของประเทศชาติ ไม่นึกถึงส่วนรวม ซึ่งในอีกไม่ช้าเมื่ออดีตนายกรัฐมนตรี กลับเข้าประเทศไทยได้เมื่อไหร่ บ้านเมืองคงเกิดการโกลาหลขึ้นอีกอย่างแน่นอน

ปิดท้ายด้วยเรื่องฮาๆ เบาสมองกันบ้าง กับวลีฮิต ติดปากที่ได้ยินกันมากในช่วงนี้ กับวลีที่ว่า “……จนกระทั่งโดนธนูปักที่เข่า” กลายเป็นสเตตัสยอดฮิต ไปทั่วโลกโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค ซึ่งในเว็บพันทิพย์ ได้ไขข้อข้องใจให้ทราบกันว่า วลีฮิตนี้แท้จริงแล้ว เริ่มฮิตมาจากในหมู่ผู้เล่นเกมส์ The Elder Scrolls V : Skyrim ซึ่งมีตัวละครที่เป็นเหล่าทหารยามประจำเมืองต่างๆ ที่มักจะชอบพูดประโยค ที่ว่า “I used to be an adventurer like you, then I took an arrow in the knee” กันบ่อยๆ ซึ่งแปลเป็นภาษาไทยได้ประมาณว่า “เมื่อก่อนฉันก็เคยเป็นนักผจญภัยอย่างคุณ จนกระทั่งโดนธนูปักที่เข่า เลยต้องมาเป็นยาม (นี่แหละ)” เป็นคำพูดเพื่อเบี่ยงเบนแก้สถานการณ์ข้อผิดพลาดของตัวเอง หรือผู้อื่นๆ กลบเกลื่อนเรื่องเลวร้าย จุดบกพร่อง ปมด้อย หรือเรื่องตรงข้ามจากดีมาเป็นร้าย โดยพุ่งเป้าโทษไปว่าที่เกิดเรื่องแย่ๆ ในชีวิตฉันเนี่ยเป็นเพราะ “โดนธนูปักที่เข่า” ด้วยการครีเอทหรือเอาเรื่องจริงมาพูดในรูปแบบประโยคฮาๆ เพื่อไม่ให้ซีเรียสนั่นเอง(ข้อมูลวลีฮิต “จนกระทั่งโดนธนูปักที่เข่า” จาก http://www.matichon.co.th)

  • New_mdcu63

    ขอบคุณครับ