อิทธิพลของ “ข่าวปลอม” และ “ฟองสบู่ตัวกรอง” บนโซเชียลมีเดีย

ทฤษฎีหนึ่งในบรรดาทฤษฎีจำนวนมากที่ลอยล่องอยู่ในโลกออนไลน์ คือ การชี้นิ้วไปยังโซเชียลมีเดียที่เราๆ ท่านๆ เสพติดกันงอมแงม ว่าเป็นตัวการสำคัญ เพราะมันไม่ได้ทำตามสัญญาที่เคยประกาศกร้าวไว้ว่า จะเป็นเครื่องมือที่เชื่อมโลกทั้งใบและเปิดโอกาสให้เสียงทุกเสียงได้ส่งออกมาอย่างเท่าเทียมกัน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับกลายเป็นว่า โซเชียลมีเดียเหล่านี้มีส่วนทำให้ประชาชนแตกแยกเชิงอุดมการณ์กันมากกว่าเดิม (คือเพียงแต่เชื่อว่าใครเป็น “ฝั่งตรงข้าม” ก็จะปิดหูปิดตาไม่อยากฟังไม่อยากอ่านว่าเขาพูดอะไร) “ข่าวปลอม” และ “ข่าวลวง” ทั้งหลายกระจายเกลื่อนและทำให้คนจำนวนมากได้ข้อมูลผิดๆ และคนจำนวนมากตกเป็นเหยื่อของการ “ล่าแม่มด” และข่มขู่คุกคามนานัปการ

Selfie: นี่อยากให้เธอเห็นว่าเป็นฉัน (ที่กำลังดิ้นรนในโลกที่บูชาภาพลักษณ์)

เซลฟีไม่ใช่แค่การถ่ายรูปตัวเองด้วยตัวเองแล้วเผยแพร่ในสังคมออนไลน์ แต่ยังกลายเป็นเครื่องมือในการรณรงค์เคลื่อนไหวในเรื่องต่างๆ หรือแม้กระทั่งนำไปสู่ความพยายามในการฆ่าตัวตาย

ตัวตน..กลลวง บนโลกออนไลน์ ตอน: แฮ็กกันสนั่นเมือง!

“ทวิตเตอร์ของนายกรัฐมนตรีไทยโดนแฮ็ก” เป็นข่าวที่แพร่สะพัดไปในทวิตเตอร์อย่างรวดเร็วเมื่อตอนสายของวันอาทิตย์ 2 ตุลาคมที่ผ่านมา ก่อนที่จะเป็นข่าวออกทางเรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์ในไม่กี่ชั่วโมงถัดมา ก่อนที่ทุกสำนักข่าวชั้นนำของโลกจะเผยแพร่ข่าวนี้ออกไปโดยพร้อมเพรียงกัน