รายงานโดย ปรีดี บุญซื่อ
สถาบัน International Institute of Strategic Studie (IISS) ได้เผยแพร่รายงาน Borderless Global Threats: Criminal Hubs and Regional Security in Southeast Asia (October 2026) เพื่อเสนอกรอบทางยุทธศาสตร์ ในการระบุ “ศูนย์อาชญากรรม” ที่เป็นจุดกระจุกตัวทางภูมิศาสตร์ มีคนดำเนินงานแบบข้ามชาติ และการรวมธุรกรรมผิดกฎหมายหลายอย่างในจุดเดียวกัน
ช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา เกิดภัยคุกคามข้ามชาติใหม่ที่ไม่ใช่ตัวรัฐ (state) แต่เป็นสาเหตุสำคัญที่มีผลต่อเสถียรภาพของโลก ภัยดังกล่าวคืออาชญากรที่เป็นเครือข่าย สามารถท้าทายต่อความมั่นคงของภูมิภาคและของโลก เนื่องจากมีความสามารถที่จะปฏิบัติงานข้ามประเทศ มีความยืดหยุ่นปรับตัวในการดำเนินงาน และสามารถส่งผลกระทบความเสียหายต่อความเข้มแข็งขององค์กรในสังคม ธรรมาภิบาล และเสถียรภาพเศรษฐกิจ
อันตรายของ ‘ศูนย์อาชญากรรม’
จากธุรกรรมผิดกฎหมายหลายอย่าง ที่แทรกซึมอยู่ในเศรษฐกิจ ทำให้อาชญากรรมข้ามชาติ มีอำนาจเศรษฐกิจมากกว่า GDP ของประเทศ ที่พวกนี้เข้าไปดำเนินงาน มีการคาดการณ์กันว่า ปี 2025 เศรษฐกิจผิดกฎหมายของโลกมีมูลค่าถึง 6 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งใหญ่กว่าประเทศสมาชิกกลุ่ม G-7 ยกเว้นสหรัฐอเมริกา
นอกจากนี้ การไปเชื่อมโยงกับความขัดแย้งทางอาวุธ กับพวกเจ้าหน้าที่รัฐ และเครือข่ายการก่อการร้าย ทำให้เส้นแบ่งแยกสูญหายไป ระหว่างอาชญากรรม ความรุนแรงการเมือง และภูมิรัฐศาสตร์
รายงานของ IISS เสนอกรอบการวิเคราะห์ศูนย์อาชญากรรมว่า มีลักษณะสำคัญคือการมาบรรจบกันของอาชญากรรมผิดกฎหมายประเภทต่างๆ การที่เครือข่ายพวกอาชญากรสามารถใช้โครงสร้างพื้นฐาน ระบบโลจิสติกส์ และระบบนิเวศ ร่วมกัน บ่อยครั้ง กองกำลังติดอาวุธที่ไม่ใช่ของรัฐ กลุ่มการเมืองที่คอร์รัปชัน และโครงสร้างเศรษฐกิจที่ถูกกฎหมาย ก็เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการบรรจบกันดังกล่าว ของธุรกรรมผิดกฎหมายต่างๆด้วย
จากแนวคิดพื้นฐานดังกล่าว รายงานของ IISS ให้ความหมายของ “ศูนย์อาชญากรรม” (criminal hub) ว่า คือที่ตั้งหรือพื้นที่กระจุกตัวทางภูมิศาสตร์ ที่เป็นภัยคุกคามต่อภูมิภาคและต่อโลก ที่กลุ่มอาชญากรรมมารวมตัวกัน ศูนย์กลางอาชญากรรมนี้มีลักศณะ เช่น การมาบรรจบในระดับสูงของอาชญากรรมต่างๆ มีความสามารถที่จะดำเนินงานข้ามชาติ และที่สำคัญ กลายเป็นปัจจัยภายนอก ที่สามารถสร้างปัญหาความมั่นคงด้านต่างๆ เช่น ความรุนแรงจากการต่อสู้ด้วยอาวุธ การสนับสนุนการก่อการร้าย หรือกระทำการที่กระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
‘ศูนย์อาชญากรรม’ 4 แห่ง
รายงาน IISS กล่าวว่า เครือข่ายอาชญากรรม ที่มีปฏิบัติงานข้ามชาติ ฝังตัวในระบอบเศรษฐกิจการเมืองของเอเชียมานานแล้ว เครือข่ายอาชญากรรมจีนมีอยู่ในไต้หวัน ฮ่องกง และชุมชนคนจีนโพ้นทะเล ส่วนเครือข่ายยากูซ่าของญี่ปุ่น มีการดำเนินงานผิดกฎหมายด้านการค้าอาวุธ ยาเสพติด และการค้ามนุษย์
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีการเติบโตเศรษฐกิจที่รวดเร็ว การค้าขยายตัว และการรวมตัวภายในภูมิภาค ทำให้เกิดโอกาสใหม่ของการพัฒนาเศรษฐกิจ ขณะเดียวกัน ก็เป็นเงื่อนไขการขยายตัวของเครือข่ายอาชญากรรม โดยเฉพาะในประเทศที่อำนาจการปกครองอ่อนแอ และมีความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ความต้องการแรงงานในการพัฒนา ทำให้เปิดโอกาสแก่การค้ามนุษย์ ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ทำให้อาชญากรสามารถอาศัยประโยชน์กับประชากรที่มีจุดอ่อน
รายงานกล่าวถึง “ศูนย์อาชญกรรม” 4 แห่งในภูมิภาคนี้ ที่มีการรวมตัวและมาบรรจบกันของพวกอาชญากร มีศักยภาพที่จะปฏิบัติงานข้ามชาติ จนเป็นภัยต่อความมั่นคงของภูมิภาคและของโลก ศูนย์อาชญากรรมทั้ง 4 ได้แก่
- สามเหลี่ยมทองคำ จุดที่เป็นศูนย์กลางคือเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ แขวงบ่อแก้วของลาว แต่มีพื้นที่ขยายคลุมบางส่วนของ 3 ประเทศ คือลาว เมียนมา และไทย
- เมืองเมียวดี ในเมียนมา ตั้งอยู่ติดพรมแดนของไทย จุดศูนย์กลางอยู่ที่เขตเศรษฐกิจพิเศษเมียวดี และชเวก๊อกโก่
- สีหนุวิลล์ ในกัมพูชา จุดศูนย์กลางอยู่ที่เขตเศรษฐกิจพิเศษสีหนุวิลล์
- เมืองปอยเปต ติดพรมแดนไทยกับกัมพูชา ศูนย์อาชญากรรมตั้งอยู่รอบตัวเมือง
รายงานกล่าวว่า พื้นที่ของศูนย์กลางอาชญากรรม มีทั้งส่วนที่เป็นจุดอ่อนที่คล้ายกัน และส่วนที่แตกต่างกัน จุดคล้ายกันคือตั้งในพื้นที่มีการเชื่อมโยงกับทางการค้าสูง ศูนย์อาชญากรรมจะอยู่ใกล้เขตเศรษฐกิจพิเศษ สามารถอาศัยประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐาน แรงงานส่วนใหญ่ในประเทศเหล่านี้ ทำงานนอกระบบ ทำให้การเคลื่อนย้ายแรงงาน สินค้า และเงินทุน สามารถดำเนินการนอกระบบที่เป็นทางการ ขณะเดียวกัน ประเทศที่เป็นแหล่งที่ตั้งศูนย์อาชญากรรม จะมีการบูรณาการกับการค้าต่างเทศมาก ทำให้พวกอาชญากรรมสามารถใช้เงินสกุลดิจิทัล
รายงานกล่าวว่า เงื่อนไขการเมืองมีส่วนในการพัฒนาของศูนย์อาชญากรรม ในเมียนมาศูนย์อาชญากรรมเกิดขึ้นในบริเวณ ที่มีความขัดแย้งของกองกำลังอาวุธหลายฝ่าย รวมทั้งการละเลยของรัฐต่อพื้นที่ชายแดน เช่น รัฐฉานของเมียนมาและแขวนบ่อเตนของลาว ในเมียนมา ศูนย์อาชญากรรมเฟื่องฟูขึ้นมาจากความไม่มีเสถียรภาพการเมือง โดยเฉพาะในรัฐคะฉินและรัฐฉาน รวมทั้งชายแดนที่ติดกับมณฑลยูนานของจีน
ส่วนศูนย์อาชญากรรมในลาวและกัมพูชา พัฒนาขึ้นมาในประเทศที่การเมืองค่อนข้างมีเสถียรภาพ ปกครองโดยพรรคเดียว สภาพที่ตรงข้ามกันนี้แสดงให้เห็นว่า ศูนย์อาชญากรรม สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งสภาพแวดล้อมการเมือง ที่เปาะบางหรือมีเสถียรภาพ หากระบอบการปกครองช่วยสร้างโอกาสให้แก่ธุรกรรมที่ผิดกฎหมาย 
ยุทธศาสตร์รับมือภัยคุกคาม
รายงาน IISS กล่าวว่า ศูนย์อาชญากรรมสร้างปัญหาท้าทาย ด้านความมั่นคงหลายด้านต่อประเทศในภูมิภาค เพื่อลดความร้ายแรงของภัยคุกคาม จำเป็นต้องมีมาตรการตอบโต้ที่เข้มแข็ง และมีลักษณะข้ามพรมแดน ประกอบด้วย
มาตรการทางการเงินและแฟลตฟอร์มดิจิทัล ปรับปรุงความร่วมมือระหว่างศูนย์กลางการเงินของภูมิภาค เพื่อขัดขวางโครงสร้างพื้นฐานการเงิน ที่สนับสนุนศูนย์อาชญากรรม การปราบปรามแฟลตฟอร์ดิจิทัล ที่สนับสนุนธุรกรรมผิดกฎหมายของศูนย์อาชญากรรม
การประสานงานการปราบปรามและแลกเปลี่ยนข้อมูล ประเทศในภูมิภาคนี้ควรมีการแลกเปลี่ยนข่าวสาร และความร่วมมือในภาคปฏิบัติ ในการจัดการปัญหาศูนย์อาชญากรรม ในแบบเดียวกับโมเดลของ UN เรื่องเครือข่ายฉุกเฉินด้านยาเสพติดและอาชญากรรม
การมีส่วนร่วมของประชาสังคม ชุมชนอาจมีบทบาทในการหาข้อมูล ในพื้นที่ที่อำนาจรัฐอ่อนแอ แบบเดียวกับการดำเนินงานของไทยที่จัดตั้ง ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (Anti Online Scam Operation Center)
การพัฒนาท้องถิ่นที่โยงกับการปราบปราม อาชญากรรมจะฝังอยู่ในเศรษฐกิจท้องถิ่น การปราบปรามจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจชุมชน ดังนั้น การพัฒนาที่โยงกับการปราบปรามจะช่วยลดผลกระทบต่อชุมชน
อาศัยอาเซียนเป็นเวทีความร่วมมือ อาเซียนยึดหลักการไม่แทรกแซงกิจการภายในของสมาชิก แต่โครงการ ASEAN Our Eyes Initiative (AOEI) ที่เป็นการแลกเปลี่ยนข่าวสาร อาจเป็นจุดที่ส่งเสริมให้สมาชิก มีมาตรฐานสากลทางกฎหมายเรื่องอาชญากรรมออนไลน์ ที่จะช่วยป้องกันไม่ให้อาชญากร ใช้ประโยชน์จากความแตกต่างด้านกฎหมายในหมู่ประเทศอาเซียน
รายงานสรุปว่า ความร่วมมือระดับภูมิภาคในการปราบปรามศูนย์กลางอาชญากรรม ควรจะรวมถึงการเพิ่มความสามารถของเจ้าหน้าที่รัฐระดับประเทศ ที่จะจัดการปัญหาอาชญากรรมที่ซับซ้อน จะทำให้การสอบสวนพุ่งเป้าไปที่ผู้นำเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ นอกเหนือจากกรณีปราบปรามอาชญากรระดับล่าง ที่ง่ายในการดำเนินคดี
เอกสารประกอบ
Borderless Global Threats: Criminal Hubs and Regional Security in Southeast Asia, The International Institute for Strategic Studies, 2026.


