…
24 กันยายน 2569 : สำนักข่าวออนไลน์ไทยพับลิก้า จัดงานสัมมนาหัวข้อ “Do’s and Don’ts: ประเทศไทยในเกมโลก” เนื่องในโอกาสครบรอบ 15 ปี กำลังขึ้นสู่ปีที่ 16 ณ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี โดย นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมกล่าวปาฐกถาพิเศษ และมีนายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน), นายสาโรจน์ อธิวิทวัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วิสซิเบิล จำกัด และที่ปรึกษาสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย, นายสมิทธิ หาเรือนพืชน์ ประธานสายงานการแก้ไขปัญหาโดยใช้ธรรมชาติเป็นฐาน มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ และ ดร.ณพล จาตุศรีพิทักษ์ ผู้ประสานงานโครงการ Thailand Studies Programme สถาบัน ISEAS-Yusof Ishak Institute ประเทศสิงคโปร์ และกรรมการผู้จัดการ Thailand Future Institute ร่วมเสวนา
…
นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดประเด็นว่า หากติดตามถ้อยแถลงของผู้นำประเทศต่างๆ คำหนึ่งที่ถูกพูดถึงซ้ำแล้วซ้ำเล่า นั่นคือคำว่า “reform” ซึ่งสะท้อนสถานการณ์ของระเบียบโลก (world order) ในปัจจุบันได้ชัดเจนที่สุด
ด้วยความต้องการของสังคมเปลี่ยนแปลงไปตามปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก แต่เทคโนโลยีดิจิทัลทำให้มีการเปลี่ยนแปลงเร็วมาก ส่งผลให้เปลี่ยนโลกจาก “ไดนามิก” ให้กลายเป็น “ซูเปอร์ไดนามิก” ตามคำที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ใช้ พร้อมยกระดับจากคำว่า AI ไปสู่คำว่า “Super Intelligence”
อีกปัจจัยภายนอกที่มีผลกระทบอย่างมากเช่นกันคือ กฎหมายและพันธกรณีระหว่างประเทศ นายปกรณ์เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรีแต่ละสัปดาห์ มีเรื่อง International Obligation และ International Commitment เข้าสู่การพิจารณาไม่น้อยกว่า 10 เรื่อง แต่ระบบโลกเดิมที่เคยยึดถือกันมากำลังถูกเขย่าอย่างรุนแรงโดยภูมิรัฐศาสตร์ (geopolitics) ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม กฎหมาย และสิ่งแวดล้อมทั่วโลก
นายปกรณ์ตั้งคำถามว่า “เราจะรองรับกับสิ่งเหล่านี้อย่างไร ถ้าเราไม่ตามโลกให้ทัน”
“หลักคิดของผมในเรื่องของการเท่าทันโลก เราควรจะอยู่ในโลกยังไง ผมมองไปที่ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 การที่เราจะเท่าทันคนอื่นได้ สิ่งสําคัญที่สุด เราต้องมีการคิดวิเคราะห์ที่ดี มีเหตุมีผล มีความพอประมาณ มีภูมิคุ้มกัน” นายปกรณ์กล่าว
ในช่วงท้ายของการปาฐกถา นายปกรณ์เน้นย้ำถึงแนวทางสิ่งที่ประเทศไทย “ต้องทำ” (Do) เพื่อวางตำแหน่งแห่งที่ของประเทศในเวทีโลก โดยระบุว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือการเร่งสร้างความตระหนักรู้ (Raise Awareness) ให้สังคมไทยเท่าทันความเปลี่ยนแปลงของระบบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่กำลังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
นายปกรณ์ ชี้ว่า ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นประเทศขนาดเล็ก การดำเนินนโยบายทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศจำเป็นต้องยึดหลัก “ความเป็นกลาง” (Impartiality) สำคัญที่สุด และต้องสร้าง “ความเชื่อมั่นระหว่างประชาชนกับประชาชน” ให้ดีที่สุด “ผมขอย้ำ การสร้างความเชื่อมั่นระหว่างประชาชนกับประชาชนในระดับระหว่างประเทศเป็นเรื่องที่สําคัญที่สุด”
นายปกรณ์กล่าวว่า บทบาทของภาครัฐจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนอย่างสิ้นเชิง เพราะโลกเปลี่ยนไปแล้ว จากบทบาท ผู้กำกับควบคุม (Controller) ต้องเปลี่ยนมาเป็น ผู้สนับสนุนและอำนวยความสะดวก (Facilitator)
นายปกรณ์ปิดท้ายด้วยการย้อนกลับไปที่คำว่า Refom ที่ได้เริ่มต้นไว้ว่า “อีกข้อหนึ่งที่สำคัญคือ การสร้างความเข้มแข็งของหลักนิติธรรม (Rule of Law) เพื่อสร้างความไว้วางใจ (Trust) ซึ่งไม่ได้หมายถึงความไว้วางใจต่อภาครัฐ (Trust in Government) เท่านั้น แต่ยังรวมถึงความไว้วางใจระหว่าง ประชาชนกับประชาชน (People to People), ประชาชนกับภาครัฐ (People to Public) ภาคธุรกิจกับภาคธุรกิจ (Business to Business) ไปจนถึงความไว้วางใจระหว่าง รัฐต่อรัฐ (State to State) ซึ่งเป็นเหตุผลที่คําว่า Reform เกิดขึ้นบ่อยครั้งมากในเวทีนานาชาติ(International Arena) ใน UNGA ขณะนี้”
อ่านฉบับเต็มได้ที่นี่ https://thaipublica.org/2026/09/dos-and-donts-thailand-in-global-game-2/



