PIER วิเคราะห์ค่าเงินกระทบการส่งออกอย่างไร? ในโลกที่ซื้อขายด้วยสกุลเงินที่หลากหลาย

บทความวิจัยโดย เจตวัฒน์ ภัทรรังรอง, เขมกร ศรีจรรยานนท์, สวรินทร์ ยืนยง

สถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ (PIER) วิเคราะห์ ‘ค่าเงินกระทบการส่งออกอย่างไร? ในโลกที่ซื้อขายด้วยสกุลเงินที่หลากหลาย การจับชีพจรภาคส่งออกผ่านค่าเงินบาทเทียบสกุลดอลลาร์อย่างเดียวอาจไม่พอ’

ในเดือนกันยายนนี้ เงินบาทอ่อนค่าราว 5% มาเหนือระดับ 33 บาทต่อดอลลาร์ คำถามที่น่าสนใจคือ ภาคส่งออกไทยได้ประโยชน์เพียงใดจากราคาสินค้าในมุมผู้ซื้อที่ควรจะถูกลงตามทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ การตอบคำถามตั้งอยู่บนปัจจัยสำคัญคือ “invoicing currency” หรือสกุลเงินที่ผู้ส่งออกใช้ตั้งราคาสินค้า ตัวอย่างเช่น สินค้าส่งออกไปยุโรปที่ตั้งราคาด้วยสกุลเงินดอลลาร์ แม้จะได้รับผลดีจากการแปลงรายได้เป็นเงินบาท แต่อาจไม่ได้รับผลดีด้านราคาที่ควรจะถูกลงในมุมผู้ซื้อ ยิ่งไปกว่านั้นอาจได้รับผลร้ายจากเงินยูโรที่อ่อนค่าเทียบดอลลาร์

บทความวิจัยชิ้นนี้จึงอยากทำความเข้าใจว่า อัตราแลกเปลี่ยนกระทบต่อราคาสินค้าส่งออกอย่างไร และมีนัยต่อปริมาณการส่งออกหรือไม่ เมื่อการค้าโลกค้าซื้อขายด้วยสกุลเงินที่หลากหลาย

ผลการศึกษาพบว่า หากค่าเงินบาทอ่อนค่าและสินค้าถูกตั้งราคาในเงินบาท ผู้ซื้อจะเผชิญราคาที่ถูกลงในอัตราใกล้เคียงกันกับการอ่อนค่า ขณะที่หากสินค้าถูกตั้งราคาเป็นสกุลดอลลาร์ ผู้ส่งออกจะปรับลดราคาสินค้าราว 2%–4% เมื่อเงินบาทอ่อนค่า 10% เทียบกับเงินดอลลาร์ ด้านปริมาณการส่งออกพบว่า ราคาสินค้าที่ถูกลง 10% จากอัตราแลกเปลี่ยน จะทำให้ปริมาณส่งออกเพิ่มขึ้น 1.9% เมื่อเวลาผ่านไปมากกว่า 1 ปี

ดังนั้น ผู้ดำเนินนโยบายควรประเมินผลกระทบของค่าเงินต่อภาคส่งออกโดยคำนึงถึงสกุลเงินที่ซื้อขาย และติดตามอัตราแลกเปลี่ยนให้ครอบคลุมหลายประเภทนอกจากเงินบาทต่อดอลลาร์แม้สินค้าส่วนใหญ่ตั้งราคาในดอลลาร์ รวมทั้งเข้าใจที่มาและช่องทางผลกระทบของอัตราแลกเปลี่ยนเพื่อแก้ไขอย่างตรงจุด ตลอดจนการลดข้อจำกัดในการเลือกใช้สกุลเงินในการซื้อขายเพื่อให้ผู้กระกอบการมีทางเลือกที่สอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจ

อ่านบทความวิจัย aBRIDGEd ฉบับเต็ม เรื่อง “ค่าเงินกระทบการส่งออกอย่างไร? ในโลกที่ซื้อขายด้วยสกุลเงินที่หลากหลาย” ได้ที่ https://www.pier.or.th/abridged/2026/22/