ธัชไท กีรติพงค์ไพบูลย์ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมประเทศไทยถึงอยากเข้าเป็นสมาชิก OECD บางคนก็ถามตรงๆ ว่า OECD คืออะไร และมีความสำคัญกับประเทศไทยอย่างไร
คำถามนี้ตอบสั้นๆ ก็ได้ แต่หากจะตอบให้เข้าใจจริงๆ คงต้องเริ่มจากการทำความรู้จัก OECD กันก่อน เพราะ OECD ในวันนี้ไม่ใช่ OECD แบบที่หลายคนเคยรู้จักเมื่อหลายสิบปีก่อน
OECD หรือ องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2504 เพื่อเป็นเวทีให้ประเทศสมาชิกแลกเปลี่ยนประสบการณ์และร่วมกันพัฒนานโยบายเศรษฐกิจและสังคม เป้าหมายสำคัญคือการสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และทำให้การพัฒนามีความทั่วถึงมากขึ้น ปัจจุบัน OECD มีสมาชิก 38 ประเทศ และได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในองค์กรระหว่างประเทศที่มีอิทธิพลต่อการกำหนดนโยบายสาธารณะของโลกมากที่สุดแห่งหนึ่ง
แผนภาพ 1: ประเทศสมาชิกและประเทศที่อยู่ในกระบวนกรเข้าเป็นสมาชิก OECD

ที่มา: สศช.
ในอดีต OECD มักถูกเรียกว่า Rich Man Club หรือ “คลับคนรวย” เพราะสมาชิกส่วนใหญ่ล้วนเป็นประเทศพัฒนาแล้ว ทั้งสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และประเทศในยุโรป หลายประเทศยังเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจที่มีบทบาทสำคัญในการกำหนดกติกาและมาตรฐานระหว่างประเทศ จึงทำให้ภาพของ OECD ในสายตาคนทั่วไป คือเวทีของประเทศร่ำรวยที่มานั่งกำหนดทิศทางของโลก
แต่เมื่อโลกเปลี่ยน OECD ก็เปลี่ยนตาม จากเดิมที่เน้นเรื่องเศรษฐกิจเป็นหลัก บทบาทขององค์กรค่อยปรับและขยายไปสู่ประเด็นที่กระทบชีวิตของผู้คนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการศึกษา สิ่งแวดล้อม ภาษีระหว่างประเทศ ธรรมาภิบาล เศรษฐกิจดิจิทัล หรือแม้แต่ปัญญาประดิษฐ์ หลายเรื่องที่เราคุ้นเคยในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการประเมินผลนักเรียนผ่านโครงการ PISA หรือความร่วมมือด้านภาษีสำหรับบริษัทข้ามชาติผ่านโครงการ BEPS ล้วนเป็นผลจากการทำงานของ OECD ทั้งสิ้น
แผนภาพ 2: บทบาทหลักของ OECD ในการขับเคลื่อนนโยบายและมาตรฐานสากล
ที่มา: สศช.
หากมองในมุมนี้ OECD จึงไม่ได้เป็นเพียงเวทีแลกเปลี่ยนนโยบายอีกต่อไป แต่กำลังเป็นพื้นที่ที่ประเทศต่างๆ มาร่วมกันออกแบบมาตรฐานและกติกาที่จะส่งผลต่อการพัฒนาของโลกในอนาคต
OECD อาจเคยเป็น “คลับคนรวย” แต่วันนี้กำลังกลายเป็น “คลับขยับโลก”
นี่จึงเป็นเหตุผลที่หลายประเทศซึ่งไม่ได้เป็นประเทศรายได้สูง เริ่มได้รับเชิญหรือแสดงความสนใจเข้าร่วมเป็นสมาชิกมากขึ้น เพราะสิ่งที่ OECD มองหา ไม่ใช่เพียงระดับรายได้ของประเทศ แต่คือความพร้อมและความตั้งใจในการยกระดับกฎหมาย นโยบาย และการบริหารภาครัฐให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล
แล้วประเทศไทยเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้
คำตอบคือ ประเทศไทยไม่ได้กำลังสมัครเข้า OECD เพราะอยากได้ภาพลักษณ์ว่าเป็นประเทศพัฒนาแล้ว แต่กำลังใช้โอกาสนี้เป็นแรงผลักดันให้ประเทศยกระดับตัวเอง
ความแตกต่างสำคัญของ OECD คือ การเป็นสมาชิกไม่ได้เกิดจากการยื่นใบสมัครเพียงอย่างเดียว ประเทศผู้สมัครจะต้องผ่านการประเมินในหลายด้าน ทั้งกฎหมาย นโยบาย และการดำเนินงานของภาครัฐ เพื่อให้มั่นใจว่าประเทศนั้นมีความพร้อมที่จะปฏิบัติตามมาตรฐานขององค์กร และพร้อมจะร่วมกำหนดมาตรฐานใหม่ๆ ในอนาคต
พูดง่ายๆ คือ OECD ไม่ได้ถามแค่ว่า “ประเทศไทยอยากเป็นสมาชิกหรือไม่” แต่ถามว่า “ประเทศไทยพร้อมแล้วหรือยัง”
ความพร้อมในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงการมีรายได้ต่อหัวสูงหรือมีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ แต่หมายถึงความพร้อมในการปฏิรูปประเทศให้มีมาตรฐานที่ดีขึ้น ทั้งด้านกฎหมาย การกำกับดูแล ความโปร่งใส ประสิทธิภาพของภาครัฐ และคุณภาพของนโยบายสาธารณะ
ดร.สาลินี ผลประไพ จากกระทรวงการต่างประเทศ เคยเปรียบเทียบเรื่องนี้ไว้อย่างเห็นภาพว่า การเข้าเป็นสมาชิก OECD ก็เหมือนการสมัครเข้าฟิตเนส เราไม่ได้สมัครเพื่อให้ได้บัตรสมาชิก แต่สมัครเพื่อให้ตัวเองแข็งแรงขึ้น การออกกำลังกายอาจเหนื่อย ต้องใช้เวลา และต้องมีวินัย แต่สุดท้ายคนที่ได้รับประโยชน์ก็คือตัวเราเอง
การเข้า OECD ก็ไม่ต่างกัน สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไม่ใช่ OECD แต่คือประเทศไทย
เป้าหมายของการเข้า OECD จึงไม่ใช่การได้ “สมาชิกภาพ” แต่คือการได้ “ประเทศไทยที่ดีขึ้น”
แน่นอนว่าเส้นทางนี้ไม่ง่าย ยังมีอีกหลายเรื่องที่ประเทศไทยต้องปรับตัว และไม่ใช่ทุกมาตรฐานที่จะสามารถนำมาปรับใช้ได้ทันที เราจำเป็นต้องเดินอย่างรอบคอบ คำนึงถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับทุกภาคส่วน และออกแบบการเปลี่ยนผ่านให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศ
แต่อีกด้านหนึ่ง หลายเรื่องที่ OECD แนะนำ ก็เป็นสิ่งที่ประเทศไทยควรทำอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเข้าเป็นสมาชิกหรือไม่ก็ตาม เพราะท้ายที่สุดแล้ว เป้าหมายของการปฏิรูปไม่ใช่เพื่อ OECD หากแต่เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว
ดังนั้น สิ่งที่ประเทศไทยกำลังทำ จึงไม่ใช่เพียงการสมัครเข้าเป็นสมาชิก OECD หากแต่เป็นการใช้โอกาสนี้ยกระดับประเทศให้พร้อมก้าวสู่มาตรฐานสากล และมีบทบาทมากขึ้นในการร่วมกำหนดทิศทางของโลก
จาก “คลับคนรวย” ในอดีต วันนี้ OECD คือ “คลับขยับโลก”
คำถามที่สำคัญจึงอาจไม่ใช่ว่า ประเทศไทยจะได้เป็นสมาชิก OECD หรือไม่
แต่คือ ประเทศไทยจะใช้โอกาสครั้งนี้ ยกระดับตัวเองได้มากเพียงใด



