
หลายคนอาจมีภาพจำว่า ธุรกิจไฟฟ้าและพลังงานเป็นเรื่องสวนทางกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
สำหรับ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO Group ที่มีความเชื่อว่า “ต้นทางดี จะก่อกำเนิดผลลัพธ์ปลายทางที่ดี” มองว่าการอยู่ร่วมกันระหว่างโรงไฟฟ้ากับชุมชน สังคม สิ่งแวดล้อม ธรรมชาติ และสิ่งมีชีวิตอย่างเกื้อกูลและยั่งยืน คือส่วนสำคัญของการดำเนินธุรกิจไฟฟ้าและพลังงานที่เกี่ยวเนื่อง ประกอบกับ EGCO Group ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ในฐานะที่ EGCO Group เป็นธุรกิจต้นทางที่ต้องพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า
ตลอดระยะเวลากว่า 33 ปี EGCO Group จึงให้ความสำคัญกับการดูแลสิ่งแวดล้อมในทุกพื้นที่ที่ดำเนินธุรกิจรวม 7 ประเทศ ทั้งในประเทศไทยและประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะมิติด้านความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) ด้วยการดำเนินโครงการต่าง ๆ อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านโรงไฟฟ้าในกลุ่มเอ็กโก ได้แก่
1. การสำรวจและจัดทำฐานข้อมูลสิ่งมีชีวิตรอบโรงไฟฟ้าที่บ่งชี้ความหลากหลายทางชีวภาพ ทั้งด้านประเภท ชนิด จำนวน ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงของสิ่งมีชีวิต
2. การอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศของสัตว์ป่า พื้นดิน และแหล่งน้ำ
3. การปลูกจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพในกลุ่มพนักงาน ชุมชน และประชาชนในท้องถิ่น ในทุกพื้นที่ที่ดำเนินธุรกิจ
สำนักข่าวออนไลน์ไทยพับลิก้า พาย้อนดูเส้นทางด้านความยั่งยืนของ EGCO Group ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะความพยายามในการควบคุมและลดผลกระทบจากธุรกิจไฟฟ้า รวมถึงการเพิ่มผลลัพธ์เชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการกำหนดแนวทางการดำเนินธุรกิจสีเขียวสำหรับโรงไฟฟ้าในกลุ่มเอ็กโก และคู่ค้าในห่วงโซ่อุปทาน
สำรวจสิ่งมีชีวิตรอบโรงไฟฟ้า จุดเริ่มต้นการรักษาความหลากหลาย
การสำรวจความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตบ่งชี้ (Indicating Species) เป็นจุดเริ่มต้นและส่วนสำคัญในการช่วยวางแผนจัดการทรัพยากรสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนภายในพื้นที่โรงไฟฟ้า และสอดคล้องกับการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ SDG15 “Life on Land” รวมทั้งการจัดการความเสี่ยงในการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าที่อาจเกิดจากสัตว์ป่า เช่น ลิงและนก เป็นต้น และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในการสำรวจ จะช่วยให้การอนุรักษ์และจัดการทรัพยากรธรรมชาติเป็นไปอย่างยั่งยืนมากขึ้น
โรงไฟฟ้าขนอม อำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงไฟฟ้า IPP ของ EGCO Group มีเจตจำนงในการ “เป็นโรงไฟฟ้าต้นแบบในการรักษาสิ่งแวดล้อมและการอยู่ร่วมกับชุมชนอย่างยั่งยืน” จึงร่วมกับคณะวิจัยจากคณะวิทยาศาสตร์ ภาควิชาชีววิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดำเนินโครงการ “สำรวจสิ่งมีชีวิตบ่งชี้ความหลากหลายทางชีวภาพโรงไฟฟ้าขนอม” ในปี 2563–2564
โครงการนี้ได้จัดทำฐานข้อมูลสิ่งมีชีวิตที่สำรวจพบ พร้อมวิเคราะห์และจำแนกชนิดสิ่งมีชีวิตสำคัญ รวมถึงสิ่งมีชีวิตที่น่าสนใจในเชิงอนุรักษ์ เช่น Focal Species และ Flagship Species ข้อมูลที่จัดทำครอบคลุมชนิด ประชากร สถานภาพด้านการอนุรักษ์ คุณค่าทางนิเวศวิทยาและเชิงเศรษฐกิจ รวมถึงสัตว์ที่อยู่ในกฎหมายหรือบัญชีอนุรักษ์ ตลอดจนสัตว์เฉพาะถิ่นและสัตว์ที่ไม่เคยมีรายงานมาก่อน
ต่อมาในปี 2565 โรงไฟฟ้าขนอมได้ขยายการสำรวจสิ่งมีชีวิตบ่งชี้ พร้อมจัดการอบรมเชิงปฏิบัติการแก่เจ้าหน้าที่และผู้เกี่ยวข้อง ครอบคลุมสัตว์หลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น นก แมลง สัตว์หน้าดิน สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทั้งขนาดเล็กและใหญ่
นอกจากนี้ ได้จัดการอบรมให้ความรู้ทางทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง ครอบคลุมหัวข้อที่หลากหลาย ได้แก่ การเตรียมและรักษาตัวอย่างแมลง ความรู้เรื่องสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกและสัตว์เลื้อยคลานมีพิษ ความสำคัญของไรต่อสิ่งแวดล้อม และการใช้การ์ดเกมเพื่อเป็นกระบวนการเรียนรู้เรื่องความหลากหลายทางชีวภาพ
สำหรับบริเวณชายฝั่งทะเลรอบโรงไฟฟ้าขนอม นับเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพและมีความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศชายฝั่งทะเลอยู่ในระดับสูง โดยมีสิ่งมีชีวิตที่โดดเด่นของพื้นที่ เช่น ลิงแสม นกออก และโลมา
EGCO Group จึงร่วมกับมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ริเริ่มโครงการ “สำรวจสัตว์หน้าดินเพื่อบ่งชี้ความหลากหลายทางชีวภาพของระบบนิเวศชายหาด บริเวณโรงไฟฟ้าขนอมและพื้นที่ใกล้เคียง” เพื่อกำหนดแนวทางการฟื้นฟูถิ่นที่อยู่อาศัยและการอนุรักษ์ระบบนิเวศทางทะเลในอนาคต ตลอดจนสำรวจทรัพยากรประมงชายฝั่งของอำเภอขนอม เพื่อรวบรวมจัดทำฐานข้อมูลทรัพยากรประมงชายฝั่งและติดตามสถานการณ์ของทรัพยากรประมงอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เหมาะสมเพื่อสนับสนุนการจัดการแบบบูรณาการเชิงระบบนิเวศอย่างยั่งยืน ตลอดจนสนับสนุนให้ประชาชนในชุมชนมีจิตสำนึกหวงแหนทรัพยากรในพื้นที่บ้านเกิด
จากการลงพื้นที่สำรวจสัตว์และสัมภาษณ์ชาวประมงพื้นบ้าน พบสัตว์น้ำเศรษฐกิจอย่างน้อย 74 ชนิด ได้แก่ กลุ่มกุ้งทะเล อาทิ กุ้งแชบ๊วย กุ้งขาว กุ้งแม่หวัด กุ้งหลังไข่ ตลอดจนกลุ่มปลา ได้แก่ ปลาทู ปลาจวด ปลาจะละเม็ด เป็นต้น และสัตว์น้ำชนิดอื่น ๆ อาทิ ปูม้า ปูดาว กั้งตั๊กแตนหางจุด ปลากระเบนปากแหลม
ส่วนการสำรวจหน้าดินพบสัตว์บริเวณหาดหน้าโรงไฟฟ้าขนอมและหาดคลองขนอมกว่า 34 ชนิด อาทิ แม่เพรียง กุ้งเต้น ปูลม ปูเสฉวน หอยทับทิม และหอยเสียบ
นอกจากนี้ โรงไฟฟ้าขนอมยังเคยจัดทำโครงการ “สำรวจประชากรโลมา” ซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ที่เป็นตัวชี้วัดสำคัญด้านความสมบูรณ์ของระบบนิเวศทางทะเล ที่มีความโดดเด่นและมีความสำคัญทางสังคมในด้านการท่องเที่ยวของอำเภอขนอมอีกด้วย

ส่วนในต่างประเทศ โรงไฟฟ้าเคซอน และโรงไฟฟ้าซานบัวนาเวนทูรา ในประเทศฟิลิปปินส์ ได้ดำเนินการสำรวจเพื่อจัดทำบันทึกข้อมูล และช่วยเหลือสัตว์ในบริเวณรอบโรงไฟฟ้าเพื่อรายงานไปยังสำนักงานจัดการความหลากหลายทางชีวภาพของกรมสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ (DENR-BMB) ประเทศฟิลิปปินส์ โดยเฉพาะสัตว์ที่อยู่ในบัญชีแดงของสหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) และบัญชีรายชื่ออนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ ว่าด้วยชนิดพันธุ์ที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES) โดยมีการสำรวจสิ่งมีชีวิตตั้งแต่ปี 2550 จนถึงปัจจุบันกว่า 450 ตัว
โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศรอบโรงไฟฟ้า
การอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศอย่างรอบด้าน เป็นส่วนสำคัญในการดูแลความหลากหลายทางชีวภาพรอบโรงไฟฟ้าในกลุ่มเอ็กโก ดังเช่น โรงไฟฟ้าขนอมที่ได้ร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ จัดโครงการ “คืนป่าชายเลนบ้านดอนหาร สานสัมพันธ์ชุมชน” ที่ได้ปลูกป่าชายเลนมากกว่า 10 ชนิด จำนวนกว่า 700 ต้น ตลอดจนติดตามการเติบโตและประเมินผลอัตราการรอดชีวิตของพันธุ์ไม้ป่าชายเลนที่ปลูกและฟื้นฟู
ด้านโรงไฟฟ้าเคซอนและโรงไฟฟ้าซานบัวนาเวนทูรา ซึ่งตั้งอยู่ติดทะเลประเทศฟิลิปปินส์ พบว่า เต่าทะเลมีความเสี่ยงใกล้สูญพันธุ์ จากถูกกักขังหรือถูกบริโภคโดยมนุษย์ และอาจส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเลทั้งหมด จึงดำเนินโครงการ “อนุรักษ์เต่าทะเล” อย่างต่อเนื่อง โดยตั้งแต่ปี 2550 ถึงปัจจุบัน มีเต่าทะเลกว่า 85 ตัวได้รับการช่วยเหลือแล้ว

ดึงพนักงาน – ชุมชน – เยาวชน ร่วมพลังอนุรักษ์
ตลอดระยะเวลาการดำเนินโครงการด้านความยั่งยืนในพื้นที่ต่าง ๆ EGCO Group ได้ส่งเสริมให้พนักงาน ชุมชน สถาบันการศึกษา และผู้มีส่วนได้เสียเข้ามามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์อีกด้วย
ตัวอย่างเช่น โรงไฟฟ้าขนอมได้จัดทำโครงการ “เอ็กโกรักษ์ทะเล” เพื่อเสริมศักยภาพเยาวชนให้มีความรู้เกี่ยวกับทรัพยากรทางทะเลและสัตว์หน้าดินบริเวณชายฝั่ง พร้อมเปิดโอกาสให้เยาวชนร่วมเก็บตัวอย่างและจดบันทึกรายการสัตว์หน้าดินที่สำรวจพบบริเวณชายหาดโรงไฟฟ้าขนอม เพื่อการอนุรักษ์ทะเลขนอมอย่างยั่งยืน
การดำเนินโครงการ “คืนป่าชายเลนบ้านดอนหาร สานสัมพันธ์ชุมชน” ก็เกิดจากความร่วมมือระหว่างโรงไฟฟ้าขนอมกับภาครัฐและสถาบันการศึกษาในพื้นที่ ได้แก่ สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 4 สุราษฎร์ธานี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี โรงเรียนวัดสิงขร และชุมชนป่าชายเลนอ่าวบ้านดอน นอกจากนี้ โรงไฟฟ้าขนอมได้ชวนคุณครูและนักเรียนจากโรงเรียนสุราษฎร์ธานีร่วมกิจกรรม “พี่ ๆ โรงไฟฟ้า พาน้องเก็บขยะ” ตลอดจนกิจกรรมเก็บขยะร่วมกับอาจารย์และนักศึกษามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และจัดกิจกรรม “รวมพลคนไฟฟ้า พัฒนาชายหาด” อีกด้วย


ก่อตั้ง-สนับสนุน “มูลนิธิไทยรักษ์ป่า” ดูแลป่าต้นน้ำอย่างยั่งยืน
นอกจากการดูแลความหลากหลายทางชีวภาพผ่านโรงไฟฟ้าแล้ว EGCO Group ได้ก่อตั้งและสนับสนุนการดำเนินงาน “มูลนิธิไทยรักษ์ป่า” องค์กรสาธารณกุศลเพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าต้นน้ำและความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ป่าต้นน้ำที่สำคัญของประเทศไทย มาตั้งแต่ปี 2545 โดยเฉพาะการปลูกจิตสำนึกรักษ์ธรรมชาติในเยาวชน ประชาชน และนักท่องเที่ยว ผ่านโครงการพัฒนาและปรับปรุงเส้นทางศึกษาธรรมชาติ เพื่อเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้เยาวชน ประชาชน และนักท่องเที่ยวได้เรียนรู้คุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติอย่างใกล้ชิด
โดยระหว่างปี 2558 – 2567 มูลนิธิฯ ได้พัฒนาและปรับปรุงเส้นทางศึกษาธรรมชาติสำเร็จเรียบร้อย จำนวน 10 เส้นทาง ในอุทยานแห่งชาติ 4 แห่ง ใน 3 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ นครศรีธรรมราช และชัยภูมิ สำหรับในปี 2568 อยู่ระหว่างการปรับปรุงเส้นทางฯ ยอดดอยปุย ในอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จและสามารถส่งมอบเส้นทางฯ ให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชและเปิดดำเนินการได้ภายในสิ้นปี 2568 นี้


โชว์เคส “โรงไฟฟ้ายั่งยืน” ในงาน IBD 2025
ล่าสุดในปี 2568 EGCO Group ร่วมสนับสนุนการจัดการประชุมวิชาการนานาชาติด้านความหลากหลายทางชีวภาพ (IBD 2025) ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 5–7 พฤศจิกายน 2568 ภายใต้หัวข้อ “ความหลากหลายทางชีวภาพกับมนุษยชาติในยุควิกฤติโลก” โดย EGCO Group ได้ร่วมจัดบูธนิทรรศการในหัวข้อ “พลังงานเพื่อชีวิต EGCO Group เส้นทางสู่เป้าหมายการปกป้องและฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ”
EGCO Group ได้ประกาศคำแสดงเจตจำนงด้านการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพและการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินงานขั้นพื้นฐานสำหรับโรงไฟฟ้าที่เดินเครื่องเชิงพาณิชย์แล้วและโครงการใหม่ รวมถึงคู่ค้าตลอดห่วงโซ่อุปทาน ให้มีแนวทางการดำเนินงานด้านความหลากหลายทางชีวภาพที่สอดคล้องกันทั่วทั้งองค์กร รวมถึงประยุกต์ใช้มาตรการบรรเทาผลกระทบตามลำดับขั้น ตั้งแต่การหลีกเลี่ยง การลดผลกระทบ การฟื้นฟูหรือฟื้นสภาพ การชดเชย การเปลี่ยนแปลง และการตรวจสอบ ตลอดจนจัดทำแผนการฟื้นฟูหรือชดเชยผลกระทบต่อระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ นอกจากนี้ EGCO Group ยังดำเนินงานตามแนวปฏิบัติที่ดีในระดับสากลอ้างอิงนิยามประเภทพื้นที่และข้อกำหนดต่าง ๆ ขององค์การระหว่างประเทศเพื่ออนุรักษ์ธรรมชาติ (The International Union for Conservation of Nature – IUCN) และพื้นที่ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ตามที่ UNESCO ประกาศ




จากผลงานต่าง ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศของ EGCO Group แสดงให้เห็นว่าการพัฒนาโรงไฟฟ้าสามารถเดินคู่ไปกับการอนุรักษ์ธรรมชาติได้อย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม เป็นตัวอย่างของการอยู่ร่วมกันของธุรกิจกับสิ่งแวดล้อมอย่างเกื้อกูล เพื่อให้ทั้งองค์กร ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน


