“อรรถพล” เร่ง ‘Quick Big Win’ เตรียมชง ครม.อนุมัติงบ 14,000 ล้าน สร้าง ‘Floating Solar’ 3 เขื่อน ต้น พ.ย.นี้

1 เดือน หลังจากที่นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ประกาศนโยบาย “Quick Big Win” ด้านพลังงาน โดยตั้งเป้าสร้างรายได้ ลดรายจ่ายด้านพลังงาน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ให้สำเร็จภายใน 4 เดือน โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ได้แก่

กลุ่มแรก : โครงการโซลาร์สำหรับภาคประชาชน เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้กับชุมชน อาทิ โครงการโซลาร์สูบน้ำเพื่อการเกษตร โครงการโซลาร์ฟาร์มชุมชน 1,500 เมกะวัตต์ โครงการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์ลอยน้ำ 3 เขื่อนหลักของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กำลังการผลิตรวม 1,638 เมกะวัตต์ แบ่งเป็น เขื่อนภูมิพล 778 เมกะวัตต์ เขื่อนศรีนครินทร์ 770 เมกะวัตต์ และเขื่อนวชิราลงกรณ 90 เมกะวัตต์

กลุ่มที่ 2 : การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบพลังงานรองรับภาคอุตสาหกรรม ได้แก่ โครงการสัญญาซื้อขายไฟฟ้าสะอาดตรง หรือ Direct PPA รวม 2,000 เมกะวัตต์ เร่งรัดการลงทุนระบบไฟฟ้ารองรับธุรกิจ Data Center และการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในภาคอุตสาหกรรม ผ่านกลไกกองทุนเพื่อการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน

กลุ่มที่ 3 : การขับเคลื่อนนโยบายสิ่งแวดล้อมและการวางแผนพลังงาน เร่งจัดทำแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า (แผน PDP) ผลักดันโครงการการพัฒนาการดับจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CCS)

ชง ครม.อนุมัติ 14,000 ล้าน สร้าง ‘Floating Solar’ 3 เขื่อนหลักต้น พ.ย.นี้

ล่าสุดนายอรรถพล ลงพื้นที่เยี่ยมชมโครงการ Floating Solar ของ กฟผ. ณ เขื่อนศรีนครินทร์ พร้อมให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ว่า กฟผ. มีแผนการดำเนินงาน ณ เขื่อนศรีนครินทร์  4 ระยะ กำลังผลิตรวม 770 เมกะวัตต์ โดยระยะที่ 1 มีกำลังผลิต 140 เมกะวัตต์ โดยกำหนดจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ในปี 2570 ส่วนระยะที่ 2 กำลังผลิต 50 เมกะวัตต์ ระยะที่ 3 กำลังผลิต 280 เมกะวัตต์ และระยะที่ 4 กำลังผลิต 300 เมกะวัตต์ สำหรับระยะที่ 1 ครอบคลุมพื้นที่ผิวน้ำประมาณ 1,020 ไร่ หรือคิดเป็นเพียง 0.55% ของพื้นที่ผิวน้ำทั้งหมด จึงเป็นข้อดีในเรื่องลดปัญหาผลกระทบต่อพื้นที่ภาคการเกษตรของประชาชน อีกทั้งแผงโซลาร์เซลล์ที่ใช้ในโครงการดังกล่าวเป็นชนิดดับเบิลกลาส (Double Glass Monocrystalline Silicon PV) ที่มีคุณสมบัติเป็นกระจกทั้งสองด้าน ช่วยป้องกันความชื้นซึมเข้าสู่แผง ลดอัตราการระเหยของน้ำ ป้องกันสิ่งปนเปื้อนตกลงแหล่งน้ำ และมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน ส่วนทุ่นลอยน้ำเป็นทุ่นพลาสติกจากวัสดุ HDPE (High Density Polyethylene) ซึ่งเป็นวัสดุอย่างเดียวกับท่อส่งน้ำประปา จึงปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งโครงการดังกล่าวตอบโจทย์เป้าหมาย Net Zero กระทรวงพลังงานจึงเตรียมชงขออนุมัติจาก ครม. ในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน 2568

โครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำ ถือเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าที่มีต้นทุนต่ำ เพราะใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วมกับโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำของ กฟผ. ที่มีอยู่เดิม และถือเป็นพลังงานสะอาดที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 180,000 ตันต่อปี จึงเป็นโครงการที่น่าสนใจ โดย กฟผ. ก็มีแผนที่จะก่อสร้างโรงไฟฟ้า Floating Solar เพิ่มเติมอีก 1,200 เมกะวัตต์ คาดว่าจะนำเสนอที่ประชุม ครม. พิจารณาอนุมัติโครงการเพิ่มเติมอีกในช่วงต้นปี 2569

สำหรับนโยบาย Quick Big Win ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ไม่ใช่แค่แผนระยะสั้น…แต่เป็นรากฐานอนาคตพลังงานไทย นอกจากจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน และสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนแล้ว ยังมีผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ ก่อให้เกิดการลงทุนทั้งทางตรงและทางอ้อม คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 700,000 ล้านบาท เกิดการจ้างงานกว่า 16,000 ตำแหน่ง และที่สำคัญยังช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกสู่ชั้นบรรยายกาศได้มากกว่า 10 ล้านตันต่อปี ซึ่งจะนำไปสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero)