“ทรู” ปักธงองค์กรโปร่งใส ขับเคลื่อนโลกสีเขียวโชว์วิสัยทัศน์ จากดาต้าถึงธรรมาภิบาล ในงาน GCNT Expo 2025

นายซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

ในงาน GCNT Expo 2025 เวทีความร่วมมือด้านความยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดของภาคเอกชนไทย ที่จัดขึ้นโดย สมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย หรือ GCNT เพื่อเร่งเดินหน้าเป้าหมาย SDGs 2030 ภายใต้แนวคิด Forward SDGs Faster Together  “ทรู” หนึ่งในสมาชิกของ GCNT แสดงวิสัยทัศน์ชัดเจนในการขับเคลื่อนองค์กรด้วยความโปร่งใสและยึดหลักธรรมาภิบาล โดยใช้ “ข้อมูล” ควบคู่ไปกับเทคโนโลยี AI เปลี่ยนผ่านสู่อนาคตที่ยั่งยืนในทุกมิติ ESG สะท้อนความเชื่อมั่นว่าเทคโนโลยีและข้อมูลที่โปร่งใส คือหัวใจของการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

นายซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ถ่ายทอดวิสัยทัศน์ในงาน GCNT Expo 2025 ภายใต้หัวข้อ Data for Good: Greener Planet, Inclusive Society and Stronger Governance โดยชี้ว่าโลกปัจจุบันกำลังเผชิญกับปริมาณข้อมูลมหาศาลถึง 181 เซตตาไบต์ ซึ่งหากเทียบให้เห็นภาพชัด ๆ ข้อมูลเพียง 1 เซตตาไบต์ ก็สามารถใช้ดูหนัง HD ต่อเนื่องได้นานถึง 36 ล้านปี ดังนั้น ข้อมูล 181 เซตตาไบต์ที่หมุนเวียนอยู่รอบตัวเรานั้น นับเป็น “คลื่นยักษ์” ทางเทคโนโลยีที่ไม่อาจมองข้าม

สำหรับประเทศไทย แม้ไม่มีการวัดผลอย่างเป็นทางการ แต่สามารถคาดการณ์ได้ว่ามีการผลิตข้อมูลจำนวนมากกว่าค่าเฉลี่ย เพราะคนไทยมีความนิยมใช้เทคโนโลยีดิจิทัลสูง

ข้อมูลส่วนใหญ่ถูกสร้างจากการใช้งานของเราทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นการใช้โทรศัพท์มือถือ หรืออุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต ข้อมูลไม่ได้เติบโตจากการใช้งานของมนุษย์เท่านั้น แต่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วจาก IoT ตั้งแต่รถยนต์ที่ติดตั้งซิมการ์ด ไปจนถึงโรงงานที่มีเซ็นเซอร์เชื่อมต่อกับทุกวัตถุทางกายภาพ

“ในอนาคต ไม่ช้าก็เร็ว ทุกสิ่งที่สามารถติดตั้งเซ็นเซอร์ได้จะถูกเชื่อมต่อข้อมูล และนั่นคือจุดที่การเติบโตครั้งใหญ่ของข้อมูลกำลังเกิดขึ้น ทั้งในระดับครัวเรือน อุตสาหกรรม และระบบโลก มันคือ perfect storm ที่เราต้องพร้อมรับมือ” นายซิกเว่กล่าว

นายซิกเว่ ย้ำว่า perfect storm นี้ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีใหม่ โดยเฉพาะ 5G และAI ที่แม้จะไม่ใช่ของใหม่ แต่กลับเปลี่ยนเกมได้เพราะมีปริมาณข้อมูลมากพอที่จะ “ปลดล็อก” ศักยภาพของ AI ได้อย่างเต็มรูปแบบ และนี่คือจุดเริ่มต้นของการระเบิดของข้อมูล (data explosion) และพลังที่แท้จริงของ AI ซึ่งอาจสร้างผลกระทบระดับเดียวกับการเกิดขึ้นของอินเทอร์เน็ตเมื่อหลายทศวรรษก่อน

ข้อมูลเพื่อโลกที่ยั่งยืน

ทรู คอร์ปอเรชั่น ในฐานะผู้นำบริษัทโทรคมนาคม-เทคโนโลยีของประเทศไทย จึงใช้ “ข้อมูล” เป็นเครื่องมือหลักในการสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล  ยกตัวอย่าง การมีส่วนร่วมส่งเสริมพลังงานเพื่อโลกสีเขียว แม้ภาคโทรคมนาคมจะไม่ใช่อุตสาหกรรมที่ปล่อยมลพิษสูงสุด แต่ก็มีการใช้พลังงานจำนวนมากจากสถานีฐานและอุปกรณ์เครือข่าย ทรู จึงเริ่มดำเนินการ 4 แนวทางหลัก คือ

  1. ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ บนสถานีฐานรับส่งสัญญาณกว่า 10,406 แห่งทั่วประเทศ เพื่อผลิตพลังงานหมุนเวียน
  2. ปรับเปลี่ยนอุปกรณ์เทคโนโลยีให้ทันสมัย และจัดซื้อจากผู้จำหน่ายที่ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
  3. นำ AI มาช่วยจัดการการใช้พลังงาน โดยวิเคราะห์ช่วงเวลาที่มีการใช้งานเครือข่ายต่ำ ทำให้ลดการใช้พลังงานได้ถึง 15%
  4. สื่อสารกับคู่ค้าทั้งหมด ให้ร่วมมือในการลดการใช้พลังงานและมุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน โดยทรู จะให้คำปรึกษาเชิงเทคนิค เช่น การติดตั้งเซ็นเซอร์เพื่อให้สามารถวิเคราะห์ข้อมูลการใช้พลังงานได้

เป้าหมายของทรู คือการบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนภายใน ปี 2030 และลดการปล่อยคาร์บอนสุทธิให้เป็นศูนย์ภายใน ปี 2050

ข้อมูลเพื่อการแก้ปัญหาใหญ่ พัฒนาสังคมและเศรษฐกิจของประเทศ

ทรู ยังใช้ข้อมูลจากเครือข่ายเพื่อสร้างประโยชน์ต่อสังคม โดยเฉพาะในการวิเคราะห์พฤติกรรมการเคลื่อนที่ของประชากรแบบไม่ระบุตัวตน (Mobility Data) ซึ่งสามารถระบุเส้นทางการเดินทางได้โดยไม่ละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล  โดยได้ร่วมมือกับหลายภาคี และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศึกษาการเดินทางของนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติว่าเดินทางไปที่ไหนบ้างใน 1 ทริปการเดินทางท่องเที่ยว ข้อมูลนี้จะช่วยออกแบบจุดหมายปลายทางใหม่ๆ และกระจายนักท่องเที่ยวออกจากพื้นที่ที่มีความแออัด แก้ปัญหานักท่องเที่ยวกระจุกตัวอยู่แค่หัวเมืองใหญ่

“เรารู้ได้ว่านักท่องเที่ยวจะไปเชียงใหม่เมื่อไร ใครกำลังไปลำปาง หรือมีการพักค้างในจังหวัดลำพูนมากน้อยเพียงใด ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยพัฒนากลยุทธ์ด้านการท่องเที่ยวได้อย่างตรงจุด”

และในอนาคต ซึ่งนายซิกเว่ หวังว่าจะสามารถนำข้อมูลลักษณะนี้มาใช้ช่วย แก้ปัญหาจราจรในกรุงเทพฯ และปัญหาอื่น ๆ ในประเทศได้เช่นกัน

ธรรมาภิบาลข้อมูล และการปกป้องความเป็นส่วนตัว

นายซิกเว่ ให้ความสำคัญกับ Data Governance และ Data Privacy อย่างมาก โดยชี้ว่า การที่ข้อมูลถูกสร้างขึ้นจำนวนมาก ทำให้มีความเสี่ยงที่จะถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดได้ง่าย หากไม่มีการกำกับดูแลที่ดี

“บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของโลกอย่าง Facebook และ Google ต่างเติบโตจากการใช้ข้อมูลของผู้คนอย่างมีความรับผิดชอบ ดังนั้นรัฐบาลและหน่วยงานกำกับดูแลในแต่ละประเทศต้องกำหนดกรอบกติกาอย่างเข้มงวด”

ทรู มีแนวทางชัดเจนในเรื่องนี้ เช่น ทรู มีการแจ้งผู้ใช้เสมอเมื่อพูดคุยกับแชตบอต AI อย่าง Mari-AI เพื่อความโปร่งใสในการให้บริการ เคารพสิทธิมนุษยชนผู้ใช้งาน ให้ข้อมูลโดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง และปราศจากอคติในการให้ข้อมูล หาก AI ต้องจัดการข้อมูลที่มีความละเอียดอ่อนจะมีพนักงานที่เป็นมนุษย์กำกับดูแลเสมอ

สร้างความเป็นธรรมในโลกของ AI

ทรู ยังให้ความสำคัญกับการออกแบบโมเดล AI ให้เหมาะสมกับบริบทของไทย โดยนำ โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLMs) จากต่างประเทศมาปรับให้มีความสุภาพ เคารพวัฒนธรรมไทย ไม่มีอคติทางเชื้อชาติ เพศ หรือความเชื่อ

“เราต้องแน่ใจว่าโมเดล AI ที่ใช้ในประเทศไทยไม่มีอคติ และเข้าใจบริบทและวัฒนธรรมไทยอย่างแท้จริง เพราะไม่สามารถ พึ่งพาโมเดลต่างประเทศเพียงอย่างเดียวได้”

นายซิกเว่ กล่าวทิ้งท้ายว่า เมื่อข้อมูลยิ่งทวีความสำคัญในระบบเศรษฐกิจ หลายบริษัทจะหันมาใช้ โมเดลธุรกิจที่เน้นขายข้อมูล เป็นหลัก ดังนั้น ความรับผิดชอบและความโปร่งใสในการใช้ข้อมูลจะยิ่งเป็นเรื่องสำคัญ  และย้ำว่าสิ่งที่ทรูกำลังดำเนินการ คือ การใช้ข้อมูลให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs)”

“ทรู” ปักธงองค์กรโปร่งใส ขับเคลื่อนโลกสีเขียวโชว์วิสัยทัศน์ จากดาต้าถึงธรรมาภิบาล