ThaiPublica > Native Ad > ซีพีเอฟ ชู “ธุรกิจสีเขียว” ผลิตภัณฑ์รักษ์โลกร่วมแก้โลกร้อน สร้างรายได้ 30% ปี 2563

ซีพีเอฟ ชู “ธุรกิจสีเขียว” ผลิตภัณฑ์รักษ์โลกร่วมแก้โลกร้อน สร้างรายได้ 30% ปี 2563

24 ตุลาคม 2020


การฟื้นฟูป่าชายเลน

ในยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีช่วยให้การบริการและการสื่อสาร รวดเร็วเพียงนิ้วมือกดส่งข้อความ ทำให้โลกดูง่ายในมือของเรา แต่ความต้องการสร้างสมดุลธรรมชาติแม้ไม่ได้ง่ายแค่ปลายนิ้วสัมผัส แต่ก็สร้างได้ด้วยมือของเราเช่นกัน หลายปีที่ผ่านมา หลายหน่วยงานออกมารณรงค์ให้ทุกภาคส่วนออกมาร่วมด้วยช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อมในทิศทางเดียว คือ เริ่มจากการลดใช้พลาสติกโดยเฉพาะขยะจากถุงพลาสติก การแยกขยะและทิ้งให้เป็นที่เป็นทาง เพื่อลดมลพิษต่อสัตว์โลกและระบบนิเวศโดยรวม เพื่อให้เรามีอากาศบริสุทธิ์หายใจได้เต็มปอดในโลกอนาคต

บริษัทผู้ผลิตอาหารและสินค้าอุปโภค-บริโภค ตระหนักดีถึงปัญหาโลกร้อนจึงหันมาใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อมด้วยการปรับปรุงและพัฒนากระบวนการผลิตด้วยความรับผิดชอบ เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ผู้ประกอบการหลายรายมีการกำหนดแนวทาง ‘ธุรกิจสีเขียว’ เพื่อสร้าง ‘รายได้สีเขียว’ ให้คนอยู่ได้ ธุรกิจอยู่ได้ และโลกอยู่ได้อย่างยั่งยืน

บริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ องค์กรภาคธุรกิจที่มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบและการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยนำแนวทาง ‘ธุรกิจสีเขียว’ มาเป็นหนึ่งในการบริหารจัดการ โดยก่อให้เกิดผลกระทบเชิงลบต่อสภาพแวดล้อมโลก ทั้งในระดับท้องถิ่น ชุมชน หรือสังคมรอบข้าง ตลอดจนระบบเศรษฐกิจ ภายใต้กลยุทธ์ 3 เสาหลัก สู่ความยั่งยืน ประกอบด้วย อาหารมั่นคง สังคมพึ่งตน และ ดินน้ำป่า คงอยู่ ส่งผลให้รายได้สีเขียวของบริษัทเติบโตอย่างต่อเนื่อง

จากภูผาสู่ป่าชายเลน2

ซีพีเอฟ มีการลงทุนในโครงการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์พลังงานและน้ำ การปรับเปลี่ยนเครื่องจักร การติดตั้งเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมถึงกิจกรรมต่างๆ เช่น ลด ละ เลิก ใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้ง (Single Use Plastic) เพื่อสร้างสมดุลธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง

ผลสัมฤทธิ์ของการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ ซีพีเอฟ เดินหน้าเพิ่มรายได้สีเขียว (Green Revenue) เป็น 30% ในปีนี้ สะท้อนการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าควบคู่ไปกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สังคมและชุมชน เดินหน้าสู่ธุรกิจสีเขียวในอนาคต

นางสาวกุหลาบ กิมศรี รองกรรมการผู้จัดการ สำนักระบบมาตรฐานสากล ซีพีเอฟ กล่าวว่า ในปี 2562 กลุ่มผลิตภัณฑ์สีเขียวของบริษัทฯ กว่า 770 รายการ ประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์บก ผลิตภัณฑ์ไก่สด ผลิตภัณฑ์อกไก่นุ่ม และกลุ่มผลิตภัณฑ์เป็ดสดและเป็ดปรุงสุกแช่แข็ง ได้รับการรับรองฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์และฉลากลดโลกร้อน ตามมาตรฐาน ISO 14067 จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. และฉลากวอเตอร์ฟุตพริ้นท์ตามาตรฐาน ISO 14046 จากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สามารถสร้างได้สีเขียวได้ 25% ของรายได้รวมของบริษัทฯ

สำหรับปี 2563 อบก. ได้มอบฉลากลดโลกร้อนให้กับผลิตภัณฑ์อาหารไก่เนื้อของซีพีเอฟ 6 รายการ สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 77,500 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าในปี 2562 หรือเท่ากับการปลูกต้นไม้ 1,280,000 ต้น ซึ่งอาหารสัตว์ของ ซีพีเอฟ นอกจากจะให้ความสำคัญกับคุณค่าทางโภชนาการของสัตว์แล้ว ยังคำนึงถึงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อน รวมถึงผลิตภัณฑ์ซอสพริกและซอสมะเขือเทศ 8 รายการ ได้รับการรับรองฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์

นอกจากนี้ บริษัทยังคงดำเนินโครงการต่างๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิ นวัตกรรมการผลิตอาหารสุกรรักษ์โลก เพื่อให้สัตว์สุขภาพดีและรักษ์โลกไปพร้อมๆ กัน ลดปริมาณไนโตรเจนในมูลสุกรได้ถึงร้อยละ 20-30 เทียบเท่ากับการปล่อยก๊าซไนตรัสออกไซด์ประมาณ 90 ตัน หรือเทียบเท่ากับการปลูกป่า 3,600 ไร่ ซึ่งสามารถลดก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 41,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งกิจกรรมหลากหลายโครงการช่วยสนับสนุนให้บริษัทฯ สามารถบรรลุเป้าหมายรายได้สีเขียว 30% ในปี 2563

“การเพิ่มรายได้สีเขียวอย่างต่อเนื่องของ ซีพีเอฟ สะท้อนให้เห็นถึงหลักการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ในการสร้างสมดุลสิ่งแวดล้อมเพื่อลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก ซึ่งบริษัทมีเป้าหมายชัดเจนในการพัฒนาผลิตภัณฑ์สีเขียว ควบคู่ไปกับการดำเนินโครงการหลายรูปแบบที่สนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สู่เป้าหมายหมายธุรกิจสีเขียวในอนาคต” นางสาวกุหลาบ กล่าว

ซีพีเอฟ นำหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาเป็นแนวทางในการลดผลกระทบและของเสียในกระบวนผลิต เพื่อใช้ประโยชน์สูงสุดจากทรัพยากรและหมุนเวียนนำกลับมาใช้ใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การใช้พลังงานหมุนเวียนผลิตไฟฟ้าจากโซล่าร์ รูฟท็อป ติดตั้งบนหลังคาโรงงานและอาคารสำนักงาน โซล่าร์ฟาร์ม และไบโอก๊าซ ติดตั้งในฟาร์มสุกร และการบำบัดน้ำเพื่อหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่กว่า 90% ในธุรกิจฟาร์มกุ้ง เป็นต้น ซึ่งเป็นการลดการใช้ทรัพยากรจากธรรมชาติและเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์สีเขียว

ซีพีเอฟ ยังคงมุ่งมั่นลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการใช้พลังงานต่อหน่วยการผลิตลงตามเป้าหมาย 25% ในปี 2568 เทียบกับปีฐาน 2558 ตามเป้าหมายการสร้างความมั่นคงทางอาหารและพอเพียงให้กับมนุษยชาติ (People) ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของโลกใบนี้ (Planet) และสร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นจากการทำธุรกิจ (Profit) ให้กับบริษัทฯและสังคมอย่างยั่งยืน