ThaiPublica > เกาะกระแส > KKP Research ชี้ไวรัสโคโรนา พ่นพิษเศรษฐกิจไทยคาดรายได้ท่องเที่ยวหาย 1.4 แสนล้านบาท

KKP Research ชี้ไวรัสโคโรนา พ่นพิษเศรษฐกิจไทยคาดรายได้ท่องเที่ยวหาย 1.4 แสนล้านบาท

29 มกราคม 2020


ที่มาภาพ : KKP Research

KKP Research ฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจและกลยุทธ์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร วิเคราะห์ “ไวรัสโคโรนา พ่นพิษเศรษฐกิจไทย”โดยมองว่า

  • การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาและการระงับการเดินทางของกรุ๊ปทัวร์จีนจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคการท่องเที่ยวไทยที่พึ่งพารายได้จากนักท่องเที่ยวจีนมากกว่า 5 แสนล้านบาทต่อปี หรือหนึ่งในสี่ของรายได้ในภาคการท่องเที่ยวจากต่างประเทศ
  • KKP Research คาดนักท่องเที่ยวลดลง 2.8 ล้านคนในปีนี้ และอาจลดลงถึง 4 ล้านคนหากสถานการณ์ยืดเยื้อ ขณะที่รายได้จากภาคการท่องเที่ยวจะลดลง 1.4 แสนล้านบาท
  • ผลกระทบโดยตรงจากการระงับกรุ๊ปทัวร์จีนจะฉุดการเติบโตของ GDP ปีนี้ลงอย่างน้อย 0.3% และยังมีผลกระทบทางอ้อมต่อเนื่องทั้งจากการเปลี่ยนแผนการเดินทางมายังไทยของนักท่องเที่ยวจากชาติอื่น การเดินทางและการใช้จ่ายในประเทศที่จะชะลอตัว รวมถึงภาคการผลิตและส่งออกไทยที่อาจฟื้นตัวได้ช้าจากเศรษฐกิจจีนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัส
  • ธุรกิจที่ถูกกระทบโดยตรง คือ สายการบิน โรงแรม ธุรกิจค้าปลีก ร้านอาหาร และการจัดงานสัมมนาหรืองานเลี้ยงสังสรรค์

  • พิษสงครามการค้าฯ – ไวรัสโคโรนา คลังหั่น GDP ปี’63 จากขยายตัว 3.3% เหลือ 2.8%
  • ไวรัสโคโรนา พ่นพิษเศรษฐกิจไทย

    การระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (Novel Coronavirus; 2019-nCoV) ที่มีต้นกำเนิดในเมืองอู่ฮั่น (Wuhan) กลายเป็นปัญหาด้านสาธารณสุขที่ลุกลามในวงกว้าง การแพร่กระจายอย่างรวดเร็วของเชื้อไวรัสนี้สร้างความตื่นตระหนกต่อผู้คนทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศไทย เนื่องจากมีรายงานตัวเลขการพบจำนวนผู้ติดเชื้อมากที่สุด (14 ราย ณ วันที่ 28 มกราคม 2563) จากกว่า 20 ประเทศที่พบผู้ติดเชื้อนอกประเทศจีน อีกทั้งยังมีรายงานว่าประเทศไทยยังเป็นจุดหมายปลายทางอันดับหนึ่งของผู้ที่เดินทางออกจากเมืองอู่ฮั่น ยิ่งสร้างความหวั่นวิตกให้กับคนไทยและนักท่องเที่ยวที่มีแผนการเดินทางมาประเทศไทยไม่น้อย ทางการจีนพยายามระงับการแพร่กระจายของไวรัสโคโรนาโดยการประกาศห้ามการเดินทางเข้าออกจากเมืองอู่ฮั่นตลอดจนพื้นที่โดยรอบ และยังสั่งห้ามไม่ให้บริษัทนำเที่ยวจัดกรุ๊ปทัวร์ออกนอกประเทศ

    ภาคการท่องเที่ยว เครื่องยนต์หลักเศรษฐกิจไทย

    ในช่วงที่ผ่านมา เศรษฐกิจไทยได้รับอานิสงส์อย่างมากจากการเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดของนักท่องเที่ยวจีน ทำให้ภาคการท่องเที่ยวยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของการเติบโตของเศรษฐกิจไทยโดยเฉพาะในช่วงที่หัวจักรตัวอื่นทั้งการส่งออกและการลงทุนชะลอตัวลง นักท่องเที่ยวต่างชาติสร้างรายได้ให้กับประเทศไทยปีละเกือบ 2 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นประมาณ 12% ของ GDP ไทย โดยกว่า 1 ใน 4 ของจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้ดังกล่าวมาจากนักท่องเที่ยวจีน ดังนั้น การประกาศห้ามการเดินทางของกรุ๊ปทัวร์จีนและความวิตกกังวลต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนานี้ จะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

    เปรียบเทียบการระบาดของซาร์ส กระทบท่องเที่ยวไทยหนัก

    การระบาดของซาร์ส (SARS) เมื่อปี 2003 ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวลดลงกว่า 7 แสนคนตลอดรอบ 1 ปี การระบาดของซาร์สที่เริ่มต้นในจีน และลุกลามไปยังฮ่องกง ไต้หวัน และสิงคโปร์ส่งผลกระทบอย่างมากต่อภาคการท่องเที่ยวไทยในขณะนั้น โดยจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าประเทศในรอบ 12 เดือนลดลงจากระดับ 10.9 ล้านคนในเดือนกุมภาพันธ์ 2003 เหลือเพียง 10.1 ล้านคนในเดือนกุมภาพันธ์ 2004 คิดเป็นการลดลงถึง 6.8% โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากจีนที่ลดลงไปถึง 25% และหากนับรวมผลกระทบต่อการท่องเที่ยวทั้งหมดเมื่อเปรียบเทียบกับในกรณีสมมติที่ไม่มีการระบาดของซาร์ส อาจคิดเป็นจำนวนนักท่องเที่ยวที่หายไปถึงกว่า 1.2 ล้านคนหรือกว่า 10.7% ของจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งหมด (รูปที่ 3) ทั้งนี้ ผลกระทบจากซาร์สกินระยะเวลาประมาณ 9 เดือนก่อนที่จำนวนนักท่องเที่ยวเริ่มฟื้นตัว (รูปที่ 4)

    KKP Research คาดนักท่องเที่ยวลดลง 2.8 ล้านคน รายได้หด 1.4 แสนล้านบาท ฉุดคาดการณ์ GDP ปีนี้
    ลงอย่างน้อย 0.3%

    การระบาดของโคโรน่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่จะส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศในปีนี้ลดลงถึง 2.8 ล้านคน หรืออาจลดลงถึง 4 ล้านคนหากสถานการณ์เลวร้าย KKP Research มองว่าด้วยสภาวะสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากในเมืองใหญ่ของจีน ประชากรมีการเคลื่อนย้ายเพื่อทำงานหรือท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นมากจากปี 2003 เชื้อไวรัสโคโรนาจึงมีอัตราการระบาดรวดเร็วกว่ามาก ส่งผลต่อการตัดสินใจเดินทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลกมายังจีนและภูมิภาคใกล้เคียง

    ขณะที่มาตรการจากทางการจีนทั้งการปิดการคมนาคมและยกเลิกการขายทัวร์ออกนอกประเทศทั้งหมดจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง จะส่งผลต่อภาคธุรกิจท่องเที่ยวของไทยอย่างหนักหน่วงและไม่น้อยไปกว่าช่วงการระบาดของซาร์สในปี 2003 โดยเราคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยในปีนี้จะลดลง 2.8 ล้านคนหรือ 7% ในปีนี้ (ตารางที่ 1)คิดเป็นรายได้ที่สูญเสียไปราว 140,000 ล้านบาท และประเมินว่าผลกระทบโดยตรงจากมาตรการระงับการเดินทางของกรุ๊ปทัวร์จีนจะทำให้อัตราการเติบโตของ GDP ปีนี้ลดลงอย่างน้อย 0.3% ส่งผลให้ยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่ที่ราว 37 ล้านคน และหากในกรณีที่การระบาดยืดเยื้อและแผ่ขยายในไทยเป็นวงกว้างอาจทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศลดลงได้ถึง 4 ล้านคน

    จับตาผลกระทบต่อเนื่องต่อเศรษฐกิจไทย

    นอกจากมาตรการระงับการเดินทางของกรุ๊ปทัวร์จีนที่ออกมาในช่วงฤดูท่องเที่ยว (peak season) จะส่งผลกระทบทางตรงต่อ
    ภาคการท่องเที่ยวไทยแล้ว การระบาดของไวรัสโคโรนายังอาจส่งผลกระทบต่อเนื่องเป็นวงกว้างต่อเศรษฐกิจไทยที่อ่อนแออยู่แล้ว โดยในภาคการท่องเที่ยวเอง นอกจากการลดลงของนักท่องเที่ยวจีนที่จะเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้แล้ว อาจมีการยกเลิกหรือการเปลี่ยนแผนการเดินทางของนักท่องเที่ยวจากประเทศอื่นมายังไทยจากความกังวลต่อการแพร่ระบาด

    นอกจากนี้ผลกระทบของไวรัสโคโรนาต่อเศรษฐกิจจีนเอง อาจฉุดให้เศรษฐกิจโลกรวมถึงเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะภาคการส่งออกฟื้นตัวได้ช้ากว่าที่คาดไว้เดิม ธุรกิจที่ถูกกระทบโดยตรง คือ สายการบิน โรงแรม ธุรกิจค้าปลีก ร้านอาหาร การจัดงานสัมมนาหรืองานเลี้ยงสังสรรค์ของชาวต่างชาติในประเทศไทย

    อย่างไรก็ดี ผลกระทบอาจขยายวงกว้างกว่าภาคการท่องเที่ยวของชาวต่างชาติ เนื่องจากปัจจัยทางจิตวิทยาส่งผลให้แม้แต่คนในประเทศเองก็ลดการออกไปจับจ่ายใช้สอยหรือการเดินทางไปสถานที่พลุกพล่าน อีกทั้งรายได้จากภาคการท่องเที่ยวที่หายไปส่งผลต่อรายรับของผู้ประกอบกิจการและลูกจ้างในภาคบริการ อาจทำให้ครัวเรือนมีความระมัดระวังการใช้จ่ายอีกต่อหนึ่งด้วย ซึ่งหากสถานการณ์การแพร่กระจายของไวรัสโคโรนานี้ใช้เวลานานกว่าจะคลี่คลาย ก็จะยิ่งส่งผลกระทบมากขึ้นต่อเศรษฐกิจไทยกว่าตัวเลขที่ประเมินไว้