ThaiPublica > เกาะกระแส > ประเด็นฮอตรอบสัปดาห์ > ประเด็นฮอตรอบสัปดาห์: “กกต.เคาะวันเข้าคูหา 24 มี.ค. – นักการเมืองแห่ปิดเพจ หวั่นผิดระเบียบหาเสียงโซเชียล” และ “สมาคมผู้เล่นกีฬาอาชีพโลกกดดันไทยปล่อยนักเตะบาห์เรน “

ประเด็นฮอตรอบสัปดาห์: “กกต.เคาะวันเข้าคูหา 24 มี.ค. – นักการเมืองแห่ปิดเพจ หวั่นผิดระเบียบหาเสียงโซเชียล” และ “สมาคมผู้เล่นกีฬาอาชีพโลกกดดันไทยปล่อยนักเตะบาห์เรน “

26 มกราคม 2019


ประเด็นฮอตรอบสัปดาห์ประจำวันที่ 19-25 ม.ค. 2562

  • กกต.เคาะวันเข้าคูหา 24 มี.ค. – นักการเมืองแห่ปิดเพจ หวั่นผิดระเบียบหาเสียงโซเชียล
  • เกาะติดสถานการณ์ PM2.5
  • ทอท. ลงพื้นที่ตรวจสอบ ไม่พบอาหารแพงสุวรรณภูมิ
  • ดัดหลังยี่ปั๊ว กองสลากออกหวยชุด 2 ใบ สลับเลข 4 ตัวหน้า
  • สมาคมผู้เล่นกีฬาอาชีพโลกกดดันไทยปล่อยนักเตะบาห์เรน หลังคุมตัวมา 2 เดือนทั้งที่มีสถานะผู้ลี้ภัย
  • กกต.เคาะวันเข้าคูหา 24 มี.ค. – นักการเมืองแห่ปิดเพจ หวั่นผิดระเบียบหาเสียงโซเชียล

    พรฎ_เลือกตั้ง_62

    พระราชกฤษฎีกา ให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป พ.ศ. ๒๕๖๒
    ที่มา: เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา (http://bit.ly/2HvTWhE)

    วันที่ 23 ม.ค. 2562 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้มีการเผยแพร่พระราชกฤษฎีกา ให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยมีใจความดังนี้

    พระราชกฤษฎีกา
    ให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป พ.ศ. ๒๕๖๒
    สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูรให้ไว้ ณ วันที่ ๒๓ มกราคม พ.ศ.๒๕๖๒เป็นปีที่ ๔ ในรัชกาลปัจจุบัน

    สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่าโดยที่เป็นการสมควรให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นการเลือกตั้งทั่วไปอาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๗๕ และมาตรา ๒๖๘ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

    มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป พ.ศ. ๒๕๖๒”
    มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
    มาตรา ๓ ให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นการเลือกตั้งทั่วไป
    มาตรา ๔ ให้ประธานกรรมการการเลือกตั้งรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้

    ผู้รับสนองพระราชโองการ
    พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
    นายกรัฐมนตรี

    หมายเหตุ: -เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๒๖๘ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้ดำเนินการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญนี้ให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยห้าสิบวัน นับแต่วันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๖๗ (๑) (๒) (๓) และ (๔) มีผลใช้บังคับแล้ว สมควรกำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นการเลือกตั้งทั่วไปจึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

    ต่อมา ในวันเดียวกันเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจรายงานว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ประกาศให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 24 มี.ค. 2562 โดยเตรียมส่งรัฐบาลประกาศในราชกิจจานุเบกษา ทั้งนี้ กำหนดให้มีการรับสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรในวันที่ 4-8 ก.พ. 2562, ประกาศรายชื่อผู้สมัครในวันที่ 15 ก.พ. 2562, ลงคะแนนนอกราชอาณาจักร 4-16 มี.ค. 2562 และลงคะแนนนอกเขต 17 มี.ค. 2562

    อนึ่ง ตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ ซึ่งประกาศไปเมื่อวันที่ 11 ม.ค. 2562 ได้กำหนดเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้งทางอิเล็กทรอนิกส์ว่าครอบคุลม 7 ช่องทาง ดังนี้ 1. เว็บไซต์ 2. โซเชียลมีเดีย 3. ยูทูบ 4. แอปพลิเคชัน 5. อีเมล 6. เอสเอ็มเอส 7. สื่ออิเล็กทรอนิกส์อื่นทุกประเภท โดยมีการกำหนดด้วยว่า ในการหาเสียงเลือกตั้งทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้ผู้สมัครแจ้งวิธีการ รายละเอียด ช่องทาง ระยะเวลาในการหาเสียงเลือกตั้งทางอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้องตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบ ให้ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดทราบตั้งแต่วันสมัครรับเลือกตั้งเป็นต้นไปหรือก่อนดำเนินการหาเสียงเลือกตั้งทางอิเล็กทรอนิกส์ ในกรณีพรรคการเมืองจะดำเนินการการหาเสียงเลือกตั้งทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้แจ้งวิธีการ รายละเอียด ช่องทาง ระยะเวลาในการหาเสียงเลือกตั้งทางอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง ตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบ ให้เลขาธิการทราบตั้งแต่วันสมัครรับเลือกตั้งเป็นต้นไปหรือก่อนดำเนินการ หาเสียงเลือกตั้งทางอิเล็กทรอนิกส์

    ประกาศดังกล่าว ทำให้ผู้ประสงค์ลงสมัครรับเลือกตั้งหลายๆ รายประกาศงดการโพสต์ข้อความและเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการหาเสียงเลือกตั้ง เนือกจากเกรงว่าจะเป็นการผิดระเบียบ กกต. ดังกล่าว

    เช่น ในวันที่ 23 ม.ค. 2562 เฟซบุ๊กแฟนเพจ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ Sudarat Keyuraphan ได้มีการโพสต์ข้อความประกาศงดการโพสต์ข้อความและเนื้อหาที่เกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้ง ดังภาพข้างล่างนี้

    ที่มาภาพ: เฟซบุ๊กแฟนเพจ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ Sudarat Keyuraphan (http://bit.ly/2S94LKA)

    หรือเฟซบุ๊กแฟนเพจ Warong Dechgitvigrom ของนายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม ก็ได้มีการประกาศในลักษณะเดียวกันในวันเดียวกัน

    ที่มาภาพ: เฟซบุ๊กแฟนเพจ Warong Dechgitvigrom (http://bit.ly/2ScgkB7)

    ต่อเรื่องดังกล่าว จากรายงานของเว็บไซต์ไทยรัฐออนไลน์ พ.ต.อ. จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. กล่าวว่า ขณะนี้ใครที่มีเฟซบุ๊ก ไลน์ ก็ไม่ต้องลบแอคเคาท์ โดยสามารถแจ้งล่วงหน้าต่อผู้อำนวยการประจำเขตเลือกตั้งได้เลย แม้ขณะนี้ จะยังไม่มีการเปิดรับสมัคร แต่เมื่อมี พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้งแล้ว การหาเสียงต่างๆ ก็สามารถดำเนินการได้ตามปกติ ระเบียบกกต.ที่ออกมาในเรื่องดังกล่าวก็เพื่อที่จะปกป้องตัวของผู้สมัครที่จะใช้ช่องทางในการสื่อสารกับประชาชน ให้ไม่ถูกผู้อื่นปลอมแอคเคาท์เพื่อใส่ร้ายป้ายสี และเพื่อ กกต.จะคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายในการหาเสียง ยืนยันว่า กกต.ให้อิสรเสรีภาพในการหาเสียงเต็มที่ ทุกพรรคสามารถทำได้ตามปกติ เพียงแต่อย่าทำผิดกฎหมายก็แล้วกัน และขอให้เก็บใบเสร็จค่าใช้จ่ายไว้เป็นหลักฐาน ตอนนี้ กกต.ได้ประสานกับทุกโซเชียลมีเดีย ซึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็ได้ไปหารือกับผู้บริหารกูเกิลเรื่องการคำนวณค่าใช้จ่าย และสัปดาห์หน้าก็จะไปคุยกับไลน์ประจำประเทศไทย เพื่อให้ความรู้ไม่ให้มีการเผยแพร่ข้อความที่ผิดกฎหมาย

    เกาะติดสถานการณ์ PM2.5

    เว็บไซต์ AIR4THAI ได้มีการรายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศ พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ประจำวันศุกร์ ที่ 25 มกราคม พ.ศ.2562 เวลา 12:00 น. (สืบค้นเมื่อเวลา 12.56 น. ของวันที่ 25 มี.ค. 2562) โดยระบุว่า คุณภาพอากาศอยู่ในระดับคุณภาพปานกลางถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ

    สารมลพิษทางอากาศที่ตรวจพบเกินมาตรฐานได้แก่ ฝุ่นละออง ขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ตรวจพบค่าระหว่าง 45 – 102 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (µg/m3) เกินมาตรฐานที่บริเวณ เกินมาตรฐานที่บริเวณริมถนนกาญจนาภิเษก เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ, แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพฯ, แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ, แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ, ริมถนนพระราม 4 เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ, ริมถนนอินทรพิทักษ์ เขตธนบุรี กรุงเทพฯ, ริมถนนลาดพร้าว เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ, ริมถนนดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ, แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ, ต.นครปฐม อ.เมืองนครปฐม จ.นครปฐม, ต.บางกรวย อ.บางกรวย นนทบุรี, ต.คลองหนึ่งอ.คลองหลวง ปทุมธานี, ต.ทรงคนอง อ.พระประแดง สมุทรปราการ, ต.ตลาด อ.พระประแดง สมุทรปราการ, ต.ปากน้ำ อ.เมือง สมุทรปราการ, ต.บางเสาธงอ.บางเสาธง สมุทรปราการ, ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน สมุทรสาคร, ริมถนนคู่ขนานพระราม 2 อ.เมือง

    ฝุ่นละออง ขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) ตรวจพบค่าระหว่าง 61 – 133 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (µg/m3) เกินมาตรฐานที่บริเวณ เกินมาตรฐานที่บริเวณริมถนนกาญจนาภิเษก เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ, ต.ทรงคนอง อ.พระประแดง สมุทรปราการ, ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน สมุทรสาคร, ริมถนนคู่ขนานพระราม 2 อ.เมือง

    ทั้งนี้ เมื่อติดตามการรายงานสถานการณ์ PM2.5 ในวันที่ 22-25 มี.ค. 2564 จากเว็บไซต์ดังกล่าว พบว่า สำหรับในวันที่ 22 ม.ค. 2562 สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในเขตกรุงเทพและปริมณฑลรวม 43 พื้นที่ มีพื้นที่ที่ปริมาณฝุ่น PM2.5 นั้นอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพถึง 33 พื้นที่ที่มีการตรวจวัด และมีถึง 7 พื้นที่ที่อยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ แต่ในวันที่ 23-24 ม.ค. 2562 สถานการณ์ค่อนข้างดีขึ้น โดยในวันที่ 23 ม.ค. 2562 ไม่มีพื้นที่ที่มีปริมาณฝุ่น PM2.5 ถึงระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพอยู่เลย ส่วนพื้นที่ที่ปริมาณฝุ่น PM2.5 อยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพนั้นมีอยู่ 14 พื้นที่ ขณะที่พื้นที่อื่นๆ นั้นสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 อยู่ในระดับคุณภาพปานกลาง และในวันที่ 24 ม.ค. 2562 พื้นที่ที่มีปริมาณฝุ่น PM2.5 ถึงระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ก็ลดลงไปเหลือ 11 พื้นที่

    รายงานสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 วันที่ 22-24 ม.ค. 2562
    ที่มาภาพ: เว็บไซต์ AIR4THAI กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง กรมควบคุมมลพิษ (http://bit.ly/2Hui841)

    แต่พอถึงวันที่ 25 ม.ค. 2562 รายงานสถานการณ์ในช่วง 08.00 น. ระบุว่า พื้นที่ที่มีปริมาณฝุ่น PM2.5 ถึงระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพกลับมาอยู่ที่ 24 พื้นที่ และรายงานในช่วง 12.00 น. ก็ระบุว่า พื้นที่ที่มีปริมาณฝุ่น PM2.5 ถึงระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพนั้นสูงถึง 39 พื้นที่ และอยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพอีก 1 พื้นที่ คือริมทางคู่ขนานถนนพระราม 2 อ.เมืองสมุทรสาคร

    รายงานสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 วันที่ 25 ม.ค. 2562 เวลา 08.00 และ 12.00 น.
    ที่มาภาพ: เว็บไซต์ AIR4THAI กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง กรมควบคุมมลพิษ (http://bit.ly/2HybsSs)

    อนึ่ง เมื่อปี พ.ศ. 2561 สำนักข่าวออนไลน์ไทยพับลิก้าได้เผยแพร่บทความของ รองศาสตราจารย์ ดร.ศิริมา ปัญญาเมธีกุล และศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.ธงชัย พรรณสวัสดิ์ ภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับความเข้าใจต่างๆ รวมทั้งข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 สามารถติดตามได้ดังนี้

    ดราม่า เรื่อง PM2.5 ตอน 1: ความเข้าใจพื้นฐาน
    ดราม่า เรื่อง PM2.5 ตอน 2: มาตรฐานที่ต่างกัน
    ดราม่า เรื่อง PM2.5 ตอน 3: สถานการณ์ของ กทม.
    ดราม่า เรื่อง PM2.5 ตอน 4: รู้ให้ไว ไหวให้ทัน
    ดราม่า เรื่อง PM2.5 ตอน 5: ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ
    ดราม่า เรื่อง PM2.5 ตอนจบ: PM2.5 กับ AQI

    ทอท. ลงพื้นที่ตรวจสอบ ไม่พบอาหารแพงสุวรรณภูมิ

    สนามบินสุวรรณภูมิ

    เว็บไซต์เนชั่นทีวีรายงานว่า น.ท. สุธีรวัฒน์ สุวรรณวัฒน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยว่า กรณีการร้องเรียนจากคุณ Eakarat Takiannuch ในสื่อสังคมออนไลน์ทวิตเตอร์ว่าได้มาใช้บริการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) โดยได้เข้าไปทานข้าวหน้าเป็ดและน้ำดื่มในร้านจำหน่ายอาหารบริเวณอาคารเทียบเครื่องบิน ซึ่งมีราคาสูงเกินกว่าที่ควบคุม นั้น

    ทสภ.ไม่ได้นิ่งนอนใจเมื่อทราบเหตุการณ์ ข้างต้น จึงได้เร่งตรวจสอบ พบว่าเป็นร้านอาหารจีน Char Haru ตั้งอยู่ที่บริเวณชั้น 4 อาคารเทียบเครื่องบิน F ทั้งนี้ ทสภ.ขอเรียนชี้แจงให้ทราบว่า ราคาขายอาหารเมนูดังกล่าว เป็นไปตามข้อกำหนดในเงื่อนไขสัญญาระหว่าง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) กับผู้ได้รับสัมปทานโครงการบริหารจัดการกิจกรรมเชิงพาณิชย์ในอาคารผู้โดยสาร ทสภ. กล่าวคือ ราคาอาหารที่จำหน่ายในอาคารผู้โดยสาร ทสภ.จะต้องไม่สูงกว่าราคาท้องตลาดอัตราร้อยละ 25 โดยเปรียบเทียบจากร้านอาหารประเภทเดียวกันภายในห้างสรรพสินค้าชั้นนำในเขตกรุงเทพมหานคร ซึ่งจากการตรวจสอบราคาข้าวหน้าเป็ดและน้ำดื่มที่จำหน่ายในร้าน Char Haru พบว่ามีราคาไม่เกินอัตราที่กำหนด สำหรับน้ำดื่มที่มีราคาขวดละ 50 บาท พบว่าเป็นน้ำแร่ ซึ่งภายในร้านมีน้ำดื่มราคา 10 บาทจำหน่ายเพื่อเป็นทางเลือกให้ด้วย

    ทสภ.ขอน้อมรับความคิดเห็นของท่าน เพื่อนำมาพัฒนาและปรับปรุงการให้บริการให้ดียิ่งขึ้นต่อไป ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับผู้โดยสาร ทสภ. ได้จัดทำโครงการ The Suvarnabhumi Food Guide โดยให้ร้านอาหารและเครื่องดื่มที่ตั้งอยู่ภายในอาคารผู้โดยสารและอาคารเทียบเครื่องบินจำนวนมากกว่า 70 ร้าน จัดทำเมนูทางเลือกให้แก่ผู้โดยสาร โดยจัดทำเป็นชุดอาหารราคาประหยัด 3 ระดับ ได้แก่ 1. Saved Price ราคา 50 บาท 2. Budget Price ราคา 125 บาท และ 3. Valued Price ราคา 280 บาท

    นอกจากนี้ ทสภ.ได้จัดให้มีศูนย์อาหารราคาประหยัด เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้โดยสารในอีกทางหนึ่งด้วย เช่น Airport Street Food By Magic Food Point บริเวณชั้น 1 ประตู 8 อาคารผู้โดยสาร และ Food World บริเวณชั้น 1 ฝั่งตะวันออก อาคารผู้โดยสาร ติดกับสถานีตำรวจภูธร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

    ดัดหลังยี่ปั๊ว กองสลากออกหวยชุด 2 ใบ สลับเลข 4 ตัวหน้า

    เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2562 เวลา 14.00 น. นายธนวรรธน์ พลวิชัย กรรมการและโฆษกคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล (ขวา) พร้อมด้วย พ.ต.อ.บุญส่ง จันทรีศรี ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลคนใหม่ แถลงแนวทางในการแก้ไขปัญหาการจำหน่ายสลากเกินราคา ณ ห้องประชุมชั้น 4 สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สนามบินน้ำ

    เว็บไซต์ไทยพับลิก้ารายงานว่า ตามที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลได้ดำเนินมาตรการแก้ปัญหาขายสลากเกินราคา 3 ระยะมาตั้งแต่ปี 2558 เริ่มจากการจัดระเบียบและการบังคับใช้กฎหมาย ระยะที่ 2 ปรับแผนและกำหนดทิศทางการจัดจำหน่ายสลากผ่านโครงการซื้อ-จองล่วงหน้า เพื่อปรับสมดุลปริมาณสลากระหว่างระบบตัวแทนจำหน่าย และ ระบบการซื้อ-จองล่วงหน้า ทำให้สลากกระจายไปยังผู้จำหน่ายทั่วประเทศ และระยะที่ ๓ แก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนและเป็นธรรม

  • 4 ปี คสช. พิมพ์หวยเพิ่ม 53 ล้านใบ อ้างแก้ปมขายสลากฯ เกินราคา – ปั๊มรายได้เข้าคลัง กระฉูด! กว่า 4 หมื่นล้าน
  • งานวิจัยทีเอ็มบี เจาะลึกพฤติกรรมคนเสพหวย – “หวย” คือ ความฝันที่แลกด้วยเงินล้านของคนไทย
  • ปรากฏว่าปัญหาขายสลากเกินราคาทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น โดยมีพ่อค้าคนกลาง ตั้งโต๊ะรับซื้อสลากจากผู้ค้าสลากรายย่อย รวมทั้งทำการซื้อ – ขายแลกเปลี่ยนโควตาสลากฯ โดยนำสลากมารวมเป็นชุดขายเกินราคา ประมาณใบละ 90 -120 บาท จนทำให้ผู้บริโภคหาซื้อสลากใบเดียวได้ยากขึ้น เนื่องจากสลากส่วนใหญ่ถูกนำไปรวมชุดขาย

    ดังนั้น ที่ประชุมคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล วันที่ 23 มกราคม 2562 จึงมีมติ ให้สำนักงานสลากฯจัดพิมพ์สลากรวมชุด 2 ใบออกขาย เป็นโครงการนำร่อง 3 เดือน โดยเริ่มที่กลุ่มผู้ค้าสลากรายย่อยจำนวน 164,000 ราย ที่มารับสลากฯผ่านโครงการซื้อ – จองล่วงหน้าสลากกินแบ่งรัฐบาลกับธนาคารกรุงไทย ตั้งแต่งวดวันที่ 1 มีนาคม 2562 ถึงงวดวันที่ 31 พฤษภาคม 2562 เพื่อประเมินผลโครงการ จากนั้นหากยังมีการนำสลากมารวมชุดขายเกินราคาอีก อาจขยายไปยังกลุ่มตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับการจัดสรรโควตาจากสำนักงานสลากฯโดยตรงจำนวน 30,000 รายต่อไป

    พ.ต.อ.บุญส่ง จันทรีศรี ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลคนใหม่

    พ.ต.อ.บุญส่ง จันทรีศรีผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลคนใหม่ กล่าวถึงแนวทางการแก้ปัญหาสลากรวมชุดขายเกินราคาว่า จากการที่สำนักงานสลากฯ ได้ลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นของประชาชนผู้ซื้อ และผู้ขายสลาก พบว่าผู้ซื้อส่วนใหญ่ต้องการซื้อสลากรวมชุด ผู้ขายจึงต้องไปหาซื้อสลากมารวมชุดขาย เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ซื้อ จนทำให้ต้นทุนการจำหน่ายเพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งยังทำให้สลากใบเดี่ยวหายไปจากตลาดด้วย ดังนั้น ที่ประชุมบอร์ดสลากฯ จึงมีมติให้สำนักงานสลากฯ จัดทำสลากฯชุด 2 ใบ ขายให้กับกลุ่มผู้ค้าสลากรายย่อยที่มาซื้อ – จองล่วงหน้าสลากฯกับธนาคารกรุงไทย พร้อมกับปรับสูตรการพิมพ์สลากฯให้เป็นแบบคละหมายเลข โดยให้เริ่มทดลองขายตั้งงวดวันที่ 1 มีนาคม 2562 ไปจนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2562 เพื่อแก้ปัญหาการนำสลากไปรวมชุดขายเกินราคา โดยมีเป้าหมายที่จะลดจำนวนผู้ค้าสลากที่ไม่ใช่คนขายหวยตัวจริง เมื่อรับสลากฯไปแล้ว นำไปขายต่อให้กับพ่อค้าคนกลางรวมชุดขายเกินราคา

    สำหรับรูปแบบการจัดสรรสลากฯแบบใหม่นั้น พ.ต.อ.บุญส่ง กล่าวว่าจะเป็นไปตามสูตร 2-2-1 กล่าวคือปัจจุบันผู้ค้าสลากฯรายย่อยจะได้รับการจัดสรรสลากรายละ 5 เล่ม (ใน 1 เล่ม มี 100 ใบ) แต่ระบบการจัดสรรใหม่ สำนักงานสลากฯจะจัดหวยชุด แบบ 2 ใบ รวม 2 เล่ม (ดูตามภาพประกอบ) และชุดที่ 2 เป็นหวยชุด แบบ 2 ใบ อีก 2 เล่ม รวมเป็น 4 เล่ม เหลืออีก 1 เล่ม เป็นสลากฯแบบคละหมายเลข เพื่อให้แยกขายเป็นใบๆ สลากฯที่พิมพ์ออกขายมีเลขทั้งหมด 6 หลัก ข้อสังเกต คือ สลากฯรวมชุด แบบ 2 ใบที่กำลังจะพิมพ์ออกขายนั้น เลข 4 ตัวหน้า ตั้งแต่หลักแสนมาถึงหลักร้อยจะไม่เหมือนกัน แต่เลขท้าย 2 ตัวหลังจะเรียงลำดับมาตั้งแต่เลข 00 ถึง 99 (ใน 1 เล่มมี 100 ใบ) ซึ่งแตกต่างจากการจัดสรรสลากฯตามระบบเดิม คือมีเลข 4 ตัวหน้าเหมือนกัน แต่เลขท้าย 2 ตัว เรียงตามลำดับ 00 – 99

    ถามว่าระบบใหม่ช่วยแก้ปัญหาสลากรวมชุดขายเกินราคาได้อย่างไร พ.ต.อ.บุญส่ง กล่าวว่า ระบบการพิมพ์สลากฯในปัจจุบัน ที่หน้าปกของสลากฯ 1 เล่ม จะมีเลข 4 ตัวหน้าเหมือนกัน ส่วนเลขท้ายเรียงตามลำดับ 00 – 99 ดังนั้น การนำสลากมารวมชุด โดยมีหมายเลขเหมือนกันทั้ง 6 หลัก จึงทำได้ไม่ยาก เพียงแค่ทราบหมายเลขสลาก 4 ตัวหน้า ส่วนเลขท้าย 2 ตัว ก็จะเรียงลำดับโดยอัตโนมัติ เมื่อพ่อค้าคนกลางรับซื้อสลากฯจากผู้ค้ารายย่อยฯมาได้เป็นจำนวนมาก ก็จะมาทำการซื้อ – ขาย แลกเปลี่ยนสลากฯผ่านทางกรุ๊ปไลน์ แต่ระบบการพิมพ์รูปแบบใหม่ของสำนักงานสลากฯ ตามมติบอร์ดฯนั้น ที่หน้าปกสลากจะมีหมายเลขกำกับ 4 หลัก แต่ด้านในเลข 4 ตัวหน้า จะแตกต่างกันในลักษณะของการคละหมายเลข ตั้งแต่ใบแรกจนถึงใบสุดท้าย ยกเว้นเลขท้าย 2 ตัว จะเรียงลำดับตั้งแต่ 00 – 99 เหมือนเดิม

    “ที่ผ่านมาเคยมีการนำสลากมารวมชุดขาย ตั้งแต่ 10 ใบถึง 30 ใบ แต่จากนี้ไปการรวมชุดใหญ่จะทำได้ยากมาก แค่รวมได้ 5 ใบ ก็ถือว่าเก่งมาก การออกสลากรวมชุด 2 ใบ แบบคละหมายเลข กระจายสู่ผู้ค้ารายย่อยตัวจริงนั้น เชื่อว่าจะไม่มีการขายเกินราคา เพราะได้รับส่วนลดจากสำนักงานสลากฯถึง 12% และไม่ได้ไปรับมาจากพ่อค้าคนกลาง ส่วนผู้ค้ารายย่อยที่ไม่ได้ขายจริง เมื่อรับสลากมาแล้วนำไปขายต่อ กลุ่มนี้ก็จะค่อยหายไป มาตรการนี้จึงมีระยะเวลาในการทดลอง 3 เดือน เพื่อประเมินผล ปัจจุบันสำนักงานสลากฯพิมพ์สลากออกขายทั้งหมด 90 ล้านใบ ในจำนวนนี้จัดสรรเป็นโควตาให้กับตัวแทนจำหน่ายประเภท มูลนิธิ สมาคม องค์กรการกุศล 33 ล้านใบ และจัดสรรให้ผู้ค้ารายจัดสรรให้ผู้ค้ารายย่อยผ่านระบบซื้อ – จองล่วงหน้าสลากฯกับธนาคารกรุงไทย 57 ล้านใบ ในระยะทดลองจะเริ่มกับกลุ่มค้าสลากรายย่อยก่อน เพื่อประเมินผลการตอบรับเป็นอย่างไร ในระยะต่อไปอาจจะใช้ระบบการพิมพ์สลากฯแบบคละเลขหมายกับตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับการจัดสรรโควตาด้วย พ.ต.อ.บุญส่ง กล่าว

    พ.ต.อ. บุญส่ง กล่าวต่อว่า การจะปรับระบบการพิมพ์ และจัดสรรสลากแบบคละเลขหมายภายในเล่มเดียวกันครั้งนี้ ทำให้ผู้ค้าสลากฯไม่มีสลากฯในปริมาณมากเพียงพอที่จะนำมารวมชุดขายได้อีกต่อไป นอกจากนี้สำนักงานสลากฯยังพิมพ์สลากฯแต่ละชุดให้มีสีแตกต่างกันด้วย เพื่อให้ผู้ซื้อและผู้ขายใช้เป็นจุดสังเกต การจัดพิมพ์สลากฯรวมชุด 2 ใบออกขายครั้งนี้ จึงเป็นการตอบสนองทั้งผู้ซื้อและผู้ขายที่มีความต้องการซื้อขายสลากแบบรวมชุด ขณะเดียวกัน ก็ต้องจำกัดปริมาณในการการรวมชุดไม่ให้มีมากจนเกินไปด้วย

    อ่าน มาตรการแก้ไขปัญหาการจำหน่ายสลากเกินราคา เพิ่มเติมที่นี่

    สมาคมผู้เล่นกีฬาอาชีพโลกกดดันไทยปล่อยนักเตะบาห์เรน หลังถูกควบคุมตัวมา 2 เดือนทั้งที่มีสถานะผู้ลี้ภัย

    วันที่ 24 ม.ค. 2562 เว็บไซต์บีบีซีไทยรายงานว่า สมาคมผู้เล่นกีฬาอาชีพโลก (World Players Association) ร่วมกดดันทางการไทยให้ปล่อยตัว ฮาคีม อัล อาไรบี นักฟุตบอลเชื้อสายบาห์เรน ที่กำลังลี้ภัยอยู่ในออสเตรเลีย หลังถูกทางการไทยควบคุมตัวไว้นานเกือบ 2 เดือน และอาจถูกส่งตัวกลับไปยังบาห์เรน

    นายเบรนดัน ชวาบ ผู้อำนวยการบริหารสมาคมผู้เล่นกีฬาอาชีพโลก ซึ่งกำลังรณรงค์ช่วยเหลือ ฮาคีม ด้วยการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนในกรุงลอนดอนของอังกฤษ กล่าวกับบีบีซีไทยว่า อยากเห็นสมาคมฟุตบอลไทยเป็นแบบอย่างที่ดี ในการดำเนินการเพื่อช่วยให้มีการปล่อยตัวฮาคีม

    ปัจจุบันนี้ นายฮาคีม ได้สถานะเป็นผู้ลี้ภัยในออสเตรเลีย และกำลังทำงานเป็นนักฟุตบอลอาชีพที่นั่น แต่เขาถูกทางการไทยควบคุมตัวไว้ตั้งแต่ 27 พ.ย. 2561 หลังจากเดินทางเข้าประเทศไทยเพื่อมาท่องเที่ยวกับภรรยาเพื่อฉลองการแต่งงาน

    นายชวาบกล่าวว่า การควบคุมตัวนายฮาคีมของทางการไทยเป็นการทำผิดกฎหมาย เกิดขึ้นจากปัญหาเกี่ยวกับการออกหมายแดงขององค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ หรือ อินเตอร์โพล ซึ่งไม่ควรนำมาใช้กับผู้ลี้ภัย เพราะเขาได้รับสถานะผู้ลี้ภัยจากออสเตรเลียแล้ว และเมื่ออินเตอร์โพลได้ถอนหมายนั้นแล้ว ก็ไม่มีเหตุผลที่เหมาะสมในการควบคุมตัวฮาคีมไว้

    จากรายงานข่าวเมื่อวันที่ 17 ม.ค. ที่ผ่านมา ซิดนีย์ มอร์นิ่ง เฮรัลด์ ระบุว่า หลังเกิดเหตุ อินเตอร์โพลได้ถอนหมายจับนายอัล อาไรบี แล้ว แต่เขาถูกทางการไทยปฏิเสธไม่ยอมให้เขาเดินทางกลับออสเตรเลีย

    ทั้งนี้ “หมายแดง” เป็นคำร้องเฉพาะกาลเพื่อขอให้จับบุคคลที่อยู่ระหว่างการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งจะได้รับการประกาศโดยเลขาธิการองค์การตำรวจสากล ตามคำร้องของประเทศสมาชิก ซึ่งคำร้องดังกล่าวจะต้องอยู่บนฐานของการออกหมายจับระดับประเทศที่ถูกต้อง