ป.ป.ช.แจงความคืบหน้าคดีดัง “เงินทอนวัด-สินบนโรลส์ รอยซ์- เอกชนเช่าที่ป่าห้วยเม็ก” ระบุ”ประวิตร” ยังแจงไม่ครบ ต้องสอบอีกหลายปาก

นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ คณะกรรมการป.ป.ช.

เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2561 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. แถลงความคืบหน้าคดีที่อยู่ในความรับผิดชอบของป.ป.ช. ดังนี้

1.คดีเงินทอนวัดของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) โครงการเงินอุดหนุนบูรณปฏิสังขรณ์วัดและพัฒนาวัด ปีงบประมาณ 2555-2558

คดีนี้เกิดขึ้นระหว่างปีงบประมาณ 2555-2558 แต่เพิ่งมีการกล่าวหาร้องเรียนมายัง ป.ป.ช. ในปี 2560 มีจำนวนทั้งสิ้น 133 วัด โดยคณะกรรมการป.ป.ช.ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงแล้วจำนวน 12 วัด ส่วนที่เหลืออีก 120 วัด อยู่ระหว่างดำเนินการแสวงหาข้อเท็จจริง

ส่วนที่คณะกรรมการป.ป.ช. ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว และมีมติชี้มูลแล้ว มีอยู่ 2 วัด คือคดีทุจริตเงินทอนวัดพนัญเชิงวรวิหาร ซึ่งแถลงรายละเอียดให้ทราบไปแล้ว ส่วนอีกหนึ่งวัด จะแถลงข่าวอย่างเป็นทางการให้ทราบในวันที่ 8 มกราคม 2561

2.คดีโครงการจัดหาที่ดินเพื่อปลูกปาล์มและผลิตน้ำมันปาล์มในประเทศอินโดนีเซีย จำนวน 5 โครงการ ของบริษัทปตท.กรีน เอนเนอร์ยี่ จำกัด

คดีนี้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีมติแต่งตั้งให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ทั้งคณะเป็นองค์คณะในการดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงเมื่อเดือนสิงหาคม 2557 โดยมีนางสาวสุภา ปิยะจิตติ เป็นกรรมการผู้รับผิดชอบ

ปัจจุบัน องค์คณะได้มีการสอบปากคำพยานบุคคลที่เกี่ยวข้องแล้วจำนวน 47 ราย และได้ประสานความร่วมมือระหว่างประเทศทางอาญาจากประเทศอินโดนีเซีย ในการขอเอกสารหลักฐานและร่วมสอบสวนพยานบุคคลแล้วประมาณ 90% คาดว่าคดีนี้จะเสร็จประมาณเดือนกันยายน 2561

3.คดีการจ่ายสินบนของบริษัทโรลส์ รอยซ์ จำกัด

คดีนี้คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติแต่งตั้งคณะกรรมการ ป.ป.ช. ทั้งคณะเป็นองค์คณะในการไต่สวนข้อเท็จจริงเมื่อเดือนมิถุนายน 2560 โดยมีพลตำรวจเอก สถาพร หลาวทอง,นายสุรศักดิ์ คีรีวิเชียร, และนางสาวสุภา ปิยะจิตติ เป็นผู้รับผิดชอบสำนวนคดีนี้

โดยกรณีบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) รวบรวมพยานหลักฐานแล้ว 80% และเรียกสอบพยานบุคคลที่เกี่ยวข้องแล้ว 60% ปัจจุบันอยู่ระหว่างประสานความร่วมมือไปยังประเทศอังกฤษ เนื่องจากเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ ส่วนหนึ่งอยู่ที่ประเทศอังกฤษ

สำหรับกรณีที่เกี่ยวกับบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) องค์คณะได้รวบรวมพยานหลักฐานแล้ว 60% และได้ประสานความร่วมมือทางอาญาผ่านสำนักงานอัยการสูงสุดไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา

ทั้ง 2 คดีนี้ มีความยากในการรวบรวมพยานหลักฐาน เนื่องจากเหตุเกิดนานแล้ว ระหว่างปี 2546-2547 ฉะนั้นเอกสารหลักฐานต่างๆ จึงจำเป็นจะต้องขอความร่วมมือไปยังสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ

ดังนั้นการที่สหรัฐอเมริกาและอังกฤษจะให้เอกสารหลักฐานได้เมื่อไหร่ และให้ได้มากน้อยแค่ไหน เราไม่สามารถที่จะไปควบคุมเรื่องนี้ได้ เพราะว่าเรื่องนี้มีความเกี่ยวพันหลายๆอย่าง

และเท่าที่ทราบก็คือ ในกฎหมายสหรัฐอเมริกาหรืออังกฤษ เขาจะมีเรื่องของการต่อรองที่จะไม่รับผิด มีการจ่ายค่าปรับ แล้วก็ไม่ต้องรับผิดในทางอาญา ดังนั้นกรณีที่เขาจะเปิดเผยเอกสารหลักฐานให้กับรัฐไทย คงต้องใช้เวลา

4.คดีการเช่าเครื่องบินเหมาลำของบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ไปประชุมที่รัฐฮาวาย สหรัฐอเมริกา

เรื่องนี้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้แสวงหาข้อเท็จจริง รวมทั้งสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) เข้าไปตรวจสอบแล้ว พิจารณาแล้วเห็นว่า ไม่ได้มีการกระทำผิดระเบียบแต่อย่างใด จึงมีมติไม่รับไว้พิจารณาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2560 แล้ว

5.คดีการอนุมัติให้บริษัทเอกชนเข้าใช้ที่ดินสาธารณะป่าห้วยเม็ก หมู่ที่ 6 ตำบลบ้านดง อำเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น เนื้อที่ประมาณ 31 ไร่ 2 งาน 63 ตารางวา ซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน

คเนี้เป็นคดีที่เข้ามาใหม่ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการแสวงหาข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานว่าผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้อง ได้กระทำการโดยมิชอบหรือไม่

ส่วนเรื่องการจัดซื้อเครื่องตรวจจับความเร็วแบบพกพาที่ปรากฎเป็นข่าวตามสื่อมวลชน จากการตรวจสอบพบว่า ไม่มีเรื่องกล่าวหาร้องเรียนมาที่สำนักงาน ป.ป.ช.

ต่อข้อถามกรณีความคืบหน้าการตรวจสอบแหวนเพชรและนาฬิกาของพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายวรวิทย์ กล่าวว่า ป.ป.ช.ได้ส่งหนังสือเชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ปากคำเพิ่มเติมในสัปดาห์หน้าจำนวน 4 คน โดยเป็นบุคคลจากภาคเอกชนทั้งหมด ส่วนในรายละเอียด ยังไม่ขอเปิดเผย ขอให้ ป.ป.ช.ได้ทำงาน

พร้อมกันนี้ได้ทำหนังสือไปยังพลเอกประวิตรให้ชี้แจงกรณีแหวนเพชรและเรื่องอื่นๆเพิ่มเติมภายในระยะเวลา 15 วัน

“ต้องเรียนพี่น้องสื่อมวลชนและประชาชนว่า ป.ป.ช.ทำงานภายใต้บทบัญญัติของกฎหมาย เรามีสโลแกนในการทำงานอยู่แล้ว มีความซื่อสัตย์ มีความเป็นธรรม และมีความเป็นมืออาชีพ สำหรับคดีที่ประชาชนสนใจ เราก็จะเร่งรัดในการดำเนินการเป็นกรณีพิเศษ ส่วนเรื่องนี้ได้เรียนไปแล้วว่า ไม่มีความซับซ้อนมาก เพราะฉะนั้นเรื่องระยะเวลาในการทำงานผมคิดว่าคงไม่นาน” นายวรวิทย์กล่าว