กรมโรงงานอุตสาหกรรมลุยยุทธศาสตร์ “กรีน อินดัสทรี” พาทัวร์โรงกลั่นบางจากดูมาตรฐานป้องกันการปนเปื้อนในดินและน้ำใต้ดินในฤดูฝน

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2560 นายมงคล พฤกษ์วัฒนาอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม(กลาง) นำคณะสื่อมวลชนเข้าเยี่ยมชมโรงกลั่นน้ำมันบางจาก ซึ่งเป็นโรงกลั่นน้ำมันรายแรกของไทยที่ได้รับรางวัลมาตรฐานอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) ระดับ 5 โดยนายพงษ์ชัย ชัยจิรวิวัฒน์(ขวาสุด)นำชม

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2560 กรมโรงงานอุตสาหกรรม นำคณะสื่อมวลชนเข้าเยี่ยมชมโรงกลั่นน้ำมันบางจาก ซึ่งเป็นโรงกลั่นน้ำมันรายแรกของไทยที่ได้รับรางวัลมาตรฐานอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) ระดับ 5 ในฐานะที่เป็นองค์กรธุรกิจที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม และให้ความสำคัญต่อการดูแลสิ่งแวดล้อมตลอดห่วงโซ่อุปทานเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ที่มีมาตรการควบคุมและป้องกันการปนเปื้อนในดินและน้ำใต้ดิน ตามยุทธศาสตร์ “กรีน อินดัสทรี” ของประเทศไทย

นายมงคล พฤกษ์วัฒนา อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ในปี 2560 กรมโรงงานอุตสาหกรรมมีเป้าหมายให้สถานประกอบการเข้าสู่อุตสาหกรรมสีเขียวอย่างต่อเนื่องตามยุทธศาสตร์กรีน อินดัสทรี ของประเทศไทย โดยสร้างความตระหนักให้ผู้ประกอบการและประชาชนมีความเข้าใจเกี่ยวกับอุตสาหกรรมสีเขียว ด้วยการลดปริมาณการใช้น้ำ พัฒนากระบวนการผลิตและการให้บริการเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน พร้อมดูแลสิ่งแวดล้อม

โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน ผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรมควรมีมาตรการควบคุมและป้องกันการปนเปื้อนในดินและน้ำใต้ดินเพื่อไม่ให้สารเคมีอันตรายลงสู่ดินและน้ำใต้ดิน ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชนรอบโรงงาน และสามารถจัดการพื้นที่ปนเปื้อนได้อย่างทันเวลาก่อนการแพร่กระจายของสารอันตรายสู่ภายนอก

นายมงคล กล่างต่อว่าในช่วง 7 เดือนแรกที่ผ่านมา มีสถานประกอบการสามารถเข้าสู่อุตสาหกรรมสีเขียวตามยุทธศาสตร์กรีน อินดัสทรี ได้เพิ่ม 1,736 โรงงาน สูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ 1,000 โรงงาน ซึ่งในช่วงที่เหลือของปีนี้ กรมฯจะพยายามผลักดันให้สถานประกอบการดำเนินธุรกิจที่ยึดหลักอุตสาหกรรมสีเขียวให้ได้มากที่สุด จากปัจจุบันมีสถานประกอบการอยู่ในโครงการกรีน อินดัสทรีแล้ว 30,836 โรงงาน

ขณะที่ปี 2561 ตั้งเป้าหมายมีสถานประกอบการเข้าสู่กรีน อินดัสทรี 1,500 โรงงาน หรือส่งเสริมให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ขึ้นอยู่กับงบประมาณและกำลังคน เนื่องจากบางโรงงานอาจจะมีอุปสรรคด้านกำลังคนหรือเงินทุนและต้องการระยะเวลาเตรียมความพร้อมอีกระยะ

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันกรมฯมีการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยต่างๆของโรงงานตามกฎหมายอยู่แล้ว หากพบว่าไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดจะต้องดำเนินการแก้ไขตามลำดับต่อไป เช่นสั่งให้แก้ไขในห้วงเวลาหนึ่ง หากแก้ไขไม่ได้อาจจะสั่งหยุดดำเนินการ หรืออาจจะสั่งปิดต่อไปได้

นายพงษ์ชัย ชัยจิรวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการโรงกลั่นและรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการค้าน้ำมัน บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า โรงกลั่นน้ำมันบางจากให้ความสำคัญต่อการดูแลสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยในทุกขั้นตอนของกระบวนการผลิต รวมถึงการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนมีการพัฒนากระบวนการผลิตและการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง

“ด้วยยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมสีเขียวของกรมโรงงานอุตสาหกรรมที่มุ่งเน้นในการส่งเสริมให้ภาคอุตสาหกรรมมีการประกอบการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสังคม ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของบริษัทบางจากฯ ที่ยึดถือปฏิบัติมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งบริษัท คือ การพัฒนานวัตกรรมธุรกิจอย่างยั่งยืนไปกับสิ่งแวดล้อมและสังคม ควบคู่กับการให้ความสำคัญในการพัฒนาปรับปรุงอย่างต่อเนื่องในทุกด้าน เพื่อดูแลและป้องกันผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมต่อสังคมและชุมชนในทุกๆ มิติ ทั้ง อากาศ ดิน น้ำ และของเสีย โดยบริษัทบางจากฯ ได้กำหนดมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมในโรงกลั่นพร้อมนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาบริหารจัดการให้มีความปลอดภัยสูงสุด เพื่อให้สอดรับกับยุทธศาสตร์ กรีน อินดัสทรี ของประเทศไทย ที่มุ่งสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development) เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม” นายพงษ์ชัยกล่าว

สำหรับมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมของโรงกลั่นน้ำมันบางจาก ด้านการบริหารจัดการควบคุมและป้องกันการปนเปื้อนในดินและน้ำใต้ดิน โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน ครอบคลุมตั้งแต่มาตรฐานการก่อสร้างถังเก็บน้ำมันดิบและถังเก็บผลิตภัณฑ์ ที่มีการตรวจสอบคุณภาพถังน้ำมันและอุปกรณ์อย่างสม่ำเสมอตามมาตรฐานสากลทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ในส่วนของเทคโนโลยีและมาตรการด้านการควบคุมป้องกันต่างๆ ถังทุกใบในโรงกลั่นน้ำมันบางจากจะถูกควบคุมระดับน้ำมันภายในโดยระบบอัตโนมัติให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน พร้อมทั้งมีระบบการป้องกันการล้นถัง (Overflow Alarm System) หากพบความผิดปกติระบบ Alarm จะส่งสัญญาณไปยังห้องควบคุมเพื่อแจ้งสถานะปริมาณของเหลวในถังก่อนที่น้ำมันจะล้นถัง ทำให้สามารถยับยั้งและป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้

นอกจากนี้ บริษัทได้บริหารความเสี่ยงโดยการสร้างกำแพงคอนกรีตล้อมถังโดยรอบ (Dike) รองรับในกรณีที่เกิดการไหลล้น พร้อมปรับพื้นภายในกำแพงถังน้ำมันให้เป็นคอนกรีตเพื่อป้องกันการปนเปื้อนลงดินและน้ำใต้ดิน ด้านมาตรการป้องกันการปนเปื้อนในดินและน้ำใต้ดินในช่วงฤดูฝน มีการกักเก็บปริมาณน้ำฝนไว้ภายในกำแพงคอนกรีตของถังน้ำมัน เพื่อตรวจสอบคุณภาพก่อนการระบายออก ทั้งนี้ ระบบการควบคุมพื้นที่ชั้นในของกระบวนการผลิตจะเป็นระบบปิดทั้งหมด ซึ่งของเหลวทั้งหมดจะถูกเก็บอยู่ในอุปกรณ์และจะไม่มีการรั่วไหลออกมาภายนอก อีกทั้งมีการตรวจสอบระบบท่อทางต่างๆ ให้อยู่ในสภาพดีตลอดเวลา

ส่วนมาตรการด้านการติดตามตรวจสอบและเฝ้าระวังการปนเปื้อนที่บ่อเก็บตัวอย่างน้ำใต้ดิน หรือที่เรียกว่าบ่อสังเกตการณ์น้ำใต้ดิน (Monitoring Well) และจุดเฝ้าระวังการปนเปื้อนในโรงกลั่นน้ำมันบางจาก ที่สอดคล้องกับข้อกำหนดของกรมโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อควบคุมการปนเปื้อนในดินและน้ำใต้ดินภายในบริเวณโรงงาน ทำให้ได้บ่อที่มีคุณภาพ มีอายุการใช้งานยืนยาว และไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม