เทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส สาขานวมินทร์ คว้า “สโตร์คาร์บอนนูทรัล” ต้นแบบร้านปลอดคาร์บอนกู้วิกฤติโลกร้อน

เทสโก้ โลตัส มุ่งสร้างสโตร์ลดคาร์บอนเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน ล่าสุดคว้าสโตร์คาร์บอนนูทรัล ชดเชยคาร์บอนเท่ากับศูนย์ หลังทุ่มงบประมาณ 880,000 บาท ปรับปรุงเทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส สาขาถนนนวมินทร์ สู่ระบบการประหยัดพลังงาน พร้อมปลูกจิตสำนึกรักษ์ธรรมชาติลดโลกร้อน ทั้งนี้ตั้งเป้าให้สาขาดังกล่าวเป็นต้นแบบของอีก 1,500 สาขาทั่วประเทศที่เร่งทำให้สำเร็จใน 2 ปี นอกจากนี้ยังทดลองใช้ป้ายบอกราคาที่แสดงผลผ่านจอ LED ในร้านค้าเพื่อลดความผิดพลาดของราคา ลดภาระพนักงาน และลดการใช้กระดาษด้วย

นายชาคริต ดิเรกวัฒนชัย รองประธานกรรมการแผนกสื่อสารองค์กรและความยั่งยืน บริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น จำกัด ผู้ให้บริการร้านค้าปลีก เทสโก้ โลตัส กล่าวว่า เทสโก้ โลตัส มีนโยบายหนึ่งที่สำคัญคือความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งที่ผ่านมามุ่งดำเนินกิจการเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อย่างต่อเนื่องโดยการซื้อคาร์บอนเครดิตและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการประหยัดพลังงาน รวมถึงเป็นบริษัทแรกในอุตสาหกรรมค้าปลีกที่เปิดตัว “กรีนสโตร์” มาแล้ว 3 แห่ง อีกทั้งยังมีศูนย์กระจายสินค้าที่ลดการปล่อยคาร์บอนฯ ด้วย และล่าสุด เทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส สาขาถนนนวมินทร์ ได้การรับรองจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ว่าเป็นสโตร์ “คาร์บอนนูทรัล” หรือเครื่องหมายรับรองการชดเชยคาร์บอนเป็นศูนย์

นายชาคริต ดิเรกวัฒนชัย รองประธานกรรมการแผนกสื่อสารองค์กรและความยั่งยืน  เทสโก้ โลตัส
นายชาคริต ดิเรกวัฒนชัย รองประธานกรรมการแผนกสื่อสารองค์กรและความยั่งยืน เทสโก้ โลตัส

นอกจากนี้ยังกล่าวว่า เทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส สาขาถนนนวมินทร์ ลงทุนประมาณ 880,000 บาท ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงระบบต่างๆ ในร้านขนาดพื้นที่ 150 ตารางเมตรเพื่อลดปริมาณคาร์บอน เช่น ใช้หลอดไฟ LED, เปลี่ยนผนังบางส่วนเป็นกระจกใสเพื่อดึงแสงธรรมชาติมาใช้ในร้าน, เลือกใช้เครื่องปรับอากาศเบอร์ 5 ที่มีประสิทธิภาพสูง, ติดตั้งพัดลมเพดานเพื่อให้ความเย็นกระจายทั่วถึงได้เร็วขึ้น, ติดตั้งชุดควบคุมการทำงานเพื่อประหยัดพลังงานของตู้แช่เย็น, ติดตั้งประตูสำหรับตู้แช่เย็นเพื่อไม่ให้ความเย็นรั่วไหล, เปลี่ยนสารทำความเย็นจาก R404A เป็น R407F ซึ่งให้ความเย็นมากกว่าและลดการปล่อยคาร์บอนฯ ฯลฯ โดยการลงทุนทั้งหมดนี้จะสามารถคืนทุนได้ภายใน 2 ปี

“จากมาตรการทั้งหมดที่ปรับปรุงทำให้ลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้รวม 63 ล้านตันต่อปี ประหยัดค่าไฟได้เดือนละ 300,000 บาท ซึ่งเดิมร้านค้านี้ปล่อยคาร์บอนฯ ปีละ 162 ล้านตัน ทำให้เทสโก้ฯ ซื้อเครดิตคาร์บอนเพียง 99 ล้านตันต่อปีในราคาตันละ 200 บาท และจะขยายผลจากร้านค้าต้นแบบนี้ไปยังสาขาอื่นๆ 1,500 แห่งทั่วประเทศภายใน 2 ปี ซึ่งปัจจุบันปรับปรุงไปได้ประมาณร้อยละ 30 ของสาขาทั้งหมดแล้ว” นายชาคริตกล่าว

นายชาคริตกล่าวอีกว่า เทสโก้ฯ ยังสนับสนุนให้ลูกค้าจับจ่ายอย่างใส่ใจสิ่งแวดล้อมจาก 3 มาตการ คือ 1. ลดการใช้ถุงพลาสติก ซึ่งปัจจุบันประสบความสำเร็จแล้วใน 5 สาขา โดยที่ผ่านมาสามารถลดการใช้ถุงพลาสติกได้ถึง 50 ล้านใบ หรือกว่า 260,000 ใบต่อปี 2. จำหน่ายสินค้า Green Product ให้เป็นทางเลือกของลูกค้า และ 3. ให้แต้มพิเศษ “Green Point” กับลูกค้าที่ไม่ใช่ถุงพลาสติกและซื้อสินค้า Green Product นอกจากนี้ยังมีโครงการช่วยเหลือชุมชนให้อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมด้วย เช่น โครงการ 9 ล้านกล้า 80 พรรษามหามงคล และล่าสุดกำลังเตรียมพื้นที่จอดรถจักรยานเพื่อให้ลูกค้าเลือกเดินทางมาสาขาโดยไม่ใช้พาหนะที่ปลดปล่อยคาร์บอนซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในสัปดาห์หน้า

ทั้งนี้ นโยบายสนับสนุนลดใช้ถุงพลาสติกในตอนแรกนั้น เทสโก้ฯ จะมีถุงผ้าแจกให้กับลูกค้า หลังจากนั้นลูกค้าจะเตรียมถุงผ้ามาเอง ซึ่งในการดำเนินการครั้งแรกนั้นยังไม่เป็นที่พอใจของลูกค้าและสร้างความเครียดให้กับพนักงาน แต่ไม่นานนักลูกค้าก็เริ่มปรับตัวและยอมรับที่จะปฏิบัติตามนโยบายของทางเทสโก้ฯ ด้วยดี ปัจจุบันถ้าลูกค้าซื้อสินค้า 1-2 ชิ้น ลูกค้าจะถือเอง ไม่ใช้ถุง แต่ถ้าสินค้ามากกว่านั้นลูกค้าจะเตรียมถุงมาจากบ้าน หรือหากลูกค้าไม่มีถุง ทางเทสโก้ฯ มีจำหน่ายถุง PVC แบบบางให้ในราคาใบละ 25 บาท

เทสโก้ โลตัส

“องค์กรต้องแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม โดยต้องเป็นองค์กรที่ทำงานเก่งและทำความดีด้วย นั่นคือการสร้างความยั่งยืน ซึ่งการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ของเทสโก้ฯ เป็นการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ของสังคมด้วย ซึ่งเป็นการสร้างคุณค่าร่วมที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง และแม้ว่าเทสโก้จะปรุงปรุงร้านค้าทุกสาขาให้ลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ครบแล้ว แต่ก็ยังคิดค้นและพัฒนาเทคโนโยลีและอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อการประหยัดพลังงานต่อไป” นายชาคริตกล่าว

นอกจากนี้ ยังกล่าวว่า เทสโก้ฯ ทั่วโลกต่างมีโจทย์เพื่อความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมทั้งสิ้น ซึ่งแต่ละประเทศจะเลือกประเด็นสิ่งแวดล้อมในบริบทที่เหมาะสม โดยประเทศไทยนั้นจากการสำรวจพบว่า คนไทยสนใจประเด็นสิ่งแวดล้อมอยู่ 2 เรื่อง คือ การปลูกต้นไม้และการลดการใช้ถุงพลาสติก ดังนั้น เทสโก้ โลตัส ในไทยจึงเดินหน้าในโครงการดังกล่าวเพราะเป็นเรื่องที่ลูกค้าสนใจ และขยายการรับรู้เรื่องสิ่งแวดล้อมของลูกค้าให้มากขึ้นผ่านการสร้างอาคารที่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เช่น เทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส สาขาถนนนวมินทร์แห่งนี้ โดยสาเหตุที่เลือกสาขานี้เป็นต้นแบบ เนื่องจากอยู่ใกล้สำนักงานใหญ่ทำให้ควบคุม ดูแล และแก้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังไม่มีร้านค้าปลีกอื่นๆ ที่เป็นคู่แข่ง จึงทำให้การบริหารจัดการทุกอย่างเป็นอิสระ ไม่กดดัน และทดลองต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับกรณีป้ายแสดงราคาบนชั้นวางสินค้าที่เป็นจอ LED นั้นนายชาคริตกล่าวว่า เป็นการให้บริการที่อยู่ในช่วงทดลองว่าลูกค้าจะสามารถมองเห็นราคาได้ชัดเจนหรือไม่ซึ่งเริ่มได้ไม่ถึงเดือน โดยป้ายจอ LED ต่างๆ จะกำหนดโดยสำนักงานใหญ่ซึ่งจะส่งข้อมูลราคาสินค้าต่างๆ ผ่าน WiFi เข้ามายังจอ LED แต่ละเครื่อง ซึ่งระบบการนี้จะลดความผิดพลาดของราคาสินค้าได้อย่างดี เนื่องจากส่งข้อมูลมาจากแห่งเดียวกันทั้งหมด อีกทั้งยังลดภาระของพนักงานในการเปลี่ยนป้ายราคาอยู่เสมอด้วย ที่สำคัญยังช่วยลดการใช้กระดาษอีกด้วย

นายเสรี รัตนเริงชัย ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายวิศวกรรมและพลังงาน
นายเสรี รัตนเริงชัย ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายวิศวกรรมและพลังงาน

ด้าน นายเสรี รัตนเริงชัย ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายวิศวกรรมและพลังงานกล่าวว่า เทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส สาขาถนนนวมินทร์แห่งนี้เป็นร้านค้าคาร์บอนนูทรัลแห่งแรก และเป็นกรีนสโตร์แห่งที่ 4 ของเทสโก้ฯ ซึ่งลงทุนมาตรการกว่า 10 รายการเพื่อลดการใช้พลังงาน เช่น การใช้หลอด LED ทั้งไฟเพดานและไฟในตู้แช่ ทำให้ได้ไฟสว่างขึ้นและประหยัดพลังงานร้อยละ 20-30 การใช้กระจกเป็นกำแพงหน้าร้านเพื่อประหยัดไฟในจุดที่แสงส่องถึง การใช้ตู้แช่ที่มีประตูปิด การใช้สารทำความเย็นที่ปล่อยคาร์บอนไดออกไซต์ต่ำ ฯลฯ โดยมาตรการต่างๆ นี้สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้ถึง 450,000 บาทต่อปี

ทั้งนี้ เทสโก้ โลตัส เป็นบริษัทฯ แรกในอุตสาหกรรมค้าปลีกที่เปิดตัว “กรีนสโตร์” แห่งแรกที่สาขาพระราม 1 ในปี พ.ศ. 2547 โดยนำพลังงานทดแทนมาใช้ เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ ที่ได้จากแผงโซลาร์เซลที่ติดตั้งบนหลังคา จากนั้น ในปี พ.ศ. 2551 เทสโก้ โลตัส เดินหน้าเปิดกรีนสโตร์แห่งที่ 2 ที่สาขาศาลายา จ.นครปฐม โดยนำพลังงานลมมาใช้ รวมถึงการรีไซเคิลในรูปของไบโอแก๊ซและไบโอดีเซลมาใช้อย่างคุ้มค่า ต่อมาในปี พ.ศ. 2554 เทสโก้ โลตัส ได้เปิดตัวนวัตกรรม “สโตร์ปลอดคาร์บอนฯ” สาขาบางพระ จ.ชลบุรี ถือเป็นแห่งแรกของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย โดยใช้เทคโนโลยีล่าสุดในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ ที่เกิดจากการใช้ไฟฟ้าและชดเชยปริมาณก๊าซคาร์บอนฯ ที่เหลือด้วยพลังงานทดแทนที่ได้จากแหล่งผลิตภายในสาขา จนมีค่าการปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ เทียบเท่ากับศูนย์