ประเด็นฮอตรอบสัปดาห์: “สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล” ถูกไล่ออกจาก มธ. นศ. เชื่อถูกกลั่นแกล้ง รถกระบะชนนักปั่นรอบโลกดับ ลูกเมียบาดเจ็บ กระแสคำถาม “วันนี้วันนี้วันอะไร”

ประเด็นฮอตรอบสัปดาห์ประจำวันที่ 22-28 กุมภาพันธ์ 2558

  • “สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล” ถูกไล่ออกจาก มธ. นศ. เชื่อถูกกลั่นแกล้ง
  • รถกระบะชนนักปั่นรอบโลกดับ ลูกเมียบาดเจ็บ
  • กระแสคำถาม “วันนี้วันนี้วันอะไร”
  • พนง. ไทยพาณิชย์มีส่วนโกง สจล. ชดเชยไม่เกิน 1,500 ล้าน
  • ไม่ใช่หงอนหงอนพญานาค แต่มันคือ “ฟันกรามช้าง”

“สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล” ถูกไล่ออกจาก มธ. นศ. เชื่อถูกกลั่นแกล้ง

Somsak_Jiam
ที่มาภาพ: http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Somsak_Jiam.jpg

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา คมชัดลึกรายงานว่า เมื่อ 23 กุมภาพันธ์ 2558 ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ลงชื่อในคำสั่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่ 356/2558 เรื่องลงโทษไล่ออกจากราชการ โดยมีใจความว่า ด้วย ดร.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา ตำแหน่งอาจารย์สังกัดภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เลขที่อัตรา 2793 ได้กระทำผิดวินัยร้ายแรง โดยมีพฤติการณ์เมื่อได้รับบันทึกฉบับลงวันที่ 18 พฤษภาคม 2557 จากหัวหน้าภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ แจ้งให้ทราบถึงการพิจารณาการอนุมัติการลาไปปฏิบัติงานในประเทศ เพื่อเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการระหว่าง 1 สิงหาคม 2557 – 31 กรกฎาคม 2558 ว่าด้วยการพิจารณาเป็นไปด้วยความล่าช้า

และระยะเวลาล่วงเลยไปถึง 6 เดือนแล้วยังไม่ได้รับการพิจารณาอนุมัติจากมหาวิทยาลัย และแจ้งให้ ดร.สมศักดิ์กลับมาปฏิบัติราชการ และรับมอบหมายภาระงานสอนในภาคการศึกษาที่ 2 ปีการศึกษา 2557 ให้จำนวน 2 วิชา คือ ประวัติศาสตร์ไทย 3 และประวัติศาสตร์การเมืองไทยหลังปี 2475 แต่ ดร.สมศักดิ์ไม่กลับมาปฏิบัติราชการตามที่ภาควิชาแจ้งไว้ ต่อมาเมื่อคณะศิลปะศาสตร์ได้บันทึกลงวันที่ 26 พฤษภาคม 2557 แจ้งให้ ดร.สมศักดิ์กลับมาปฏิบัติราชการโดยด่วน แต่ก็ยังเพิกเฉยไม่มาปฏิบัติราชการ โดยปรากฏข้อเท็จจริงว่า ดร.สมศักดิ์ไม่ได้ยื่นเรื่องขอลาประเภทอื่น นอกจากการยื่นหนังสือขอลาออกจากราชการ โดยขอให้มีผลตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคม 2557 ต่อมามหาวิทยาลัยได้พิจารณาไม่อนุมัติการลาไปปฏิบัติงานในต่างประเทศ

ทั้งนี้พฤติการณ์การกระทำของ ดร.สมศักดิ์ดังกล่าวถือเป็นการจงใจไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการตามระเบียบ แบบแผนของทางราชการในเรื่องการลา และการปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา ซึ่งสั่งในหน้าที่ราชการโดยชอบด้วยกฎหมาย ทำให้มหาวิทยาลัยได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ชื่อเสียงมหาวิทยาลัยและทรัพย์สิน ซึ่งเป็นเงินเดือนและสวัสดิการอื่นๆ ที่มหาวิทยาลัยและคณะศิลปศาสตร์ได้จ่ายให้แก่ ดร.สมศักดิ์ ในระยะเวลาระหว่างนั้นเป็นความผิดวินัยร้ายแรงตามมาตรา 39 วรรค 5 แห่ง พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน ในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. 2547 และเป็นการละทิ้งหน้าที่ราชการติดต่อในคราวเดียวกันเป็นเวลาเกินกว่า 15 วัน โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร และมีพฤติการณ์อันแสดงถึงความจงใจไม่ปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการ ตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคม 2557 จนถึงปัจจุบัน ถือเป็นการกระทำผิดวินัยร้ายแรง ตามข้อ 55 (6) ของข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่าด้วยการดำเนินการทางวินัย การอุทธรณ์ และการร้องทุกข์ พ.ศ. 2551 แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่าด้วยการดำเนินการทางวินัย การอุทธรณ์และการร้องทุกข์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2555 ด้วยสมควรได้รับโทษไล่ออกจากราชการ

ฉะนั้นอาศัยตามความมาตรา 51 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน ในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. 2547 ข้อ 54 ข้อ 57 และข้อ 61 (2) (8) ของข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่าด้วยการดำเนินการทางวินัย การอุทธรณ์ และการร้องทุกข์ พ.ศ. 2551 แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่าด้วยการดำเนินการทางวินัย การอุทธรณ์และการร้องทุกข์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2555 จึงให้ลงโทษไล่ ดร.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ออกจากราชการ ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคม 2557 ซึ่งเป็นวันละทิ้งหน้าที่ราชการเป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2558

นอกจากนี้ ล่าสุด เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ ได้กล่าวถึงกรณีมีนักศึกษาออกมาประท้วงต่อต้าน กรณีมหาวิทยาลัยมีคำสั่งให้ ดร.สมศักดิ์ เจียมธีรสุกล ออกจากราชการอย่างไม่เป็นธรรมว่า หากนักศึกษาจะประท้วงต้องเข้าใจข้อเท็จจริง สาเหตุที่ต้องไล่ ดร.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ออกเพราะไม่มาปฏิบัติการสอนเกินกว่า 15 วันในคราวเดียวกัน ซึ่งนักศึกษาควรจะดูข้อมูลและข้อเท็จจริงตรงนี้ด้วยว่าเป็นเหตุอันสมควรหรือไม่ โดยเฉพาะเป็นนักศึกษาธรรมศาสตร์ หากมีความไม่เข้าใจในเรื่องใดสามารถมาสอบถามตนได้โดยตรง พร้อมจะอธิบายให้เข้าใจถึงเหตุผลต่างๆ

ทั้งนี้ ตามปกติหนังสือไล่ออกจากราชการจะไม่มีการนำมาเผยแพร่หรือเปิดเผยต่อสาธารณะ แต่จะแจ้งไปยังเจ้าตัวเพื่อให้รับทราบคำสั่งเท่านั้น ซึ่งไม่รู้เช่นกันว่าหนังสือคำสั่งหลุดออกมาได้อย่างไร อีกทั้งกับ ดร.สมศักดิ์ก็รู้จักกันเป็นอย่างดี ไม่มีทางนำข้อมูลมาเปิดเผยอย่างแน่นอน

รถกระบะชนนักปั่นรอบโลกดับ ลูกเมียบาดเจ็บ

640x390_635988_1424602364
ที่มาภาพ: http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/635988

เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2558 ที่ผ่านมา เว็บไซต์สนุกดอทคอม รายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บัวลาย จ.นครราชสีมา ได้รับแจ้งเหตุรถกระบะเฉี่ยวชนรถจักรยานบนถนนมิตรภาพ เป็นเหตุทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีผู้เสียชีวิต 1 คน และได้รับบาดเจ็บ 2 คน เป็นชาวต่างชาติ

นายฮวน ฟราสซิสโก นักปั่นจักรยานชาวชิลี เสียชีวิตจากเหตุดังกล่าว ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 คน เป็นภรรยาและลูกชายวัย 2 ขวบได้รับบาดเจ็บไม่มากนัก ส่วนรถกระบะคู่กรณีพบว่าเสียหลักและพลิกคว่ำอยู่บริเวณเกาะกลางถนน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อหาขับรถโดยประมาท เป็นเหตุทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต

ทั้งนี้ เหตุดังกล่าวได้รับความสนใจในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ก มีการแชร์ภาพเหตุการณ์ส่งกันทั้งเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ เนื่องจาก นายฮวน ฟราสซิสโก เป็นนักปั่นจักรยานรอบโลก อยู่ระหว่างการทำสถิติลงกินเนสเวิลด์เรคคอร์ด มีเป้าหมายปั่นจักรยาน 5 ทวีป ภายใน 5 ปี ระยะทาง 250,000 กิโลเมตร พร้อมกับครอบครัว

สำหรับนายฮวน ออกเดินทางมาจากบ้านเกิดประเทศชิลี ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2553 โดยมีเป้าหมายสิ้นสุดการเดินทางที่ทวีปออสเตรเลีย ในเดือนพฤศจิกายน 2558 ที่จะถึงนี้ แต่ปรากฏว่ามาประสบเหตุสุดสลดขึ้นระหว่างเดินทางผ่านประเทศไทยดังกล่าว ล่าสุดเมื่อ 26 กุมภาพันธ์ เว็บไซต์สนุกดอทคอมรายงานความคืบหน้า ภรรยาของนักปั่นรอบโลก ยืนยันไม่สานต่อการปั่นจักรยานรอบโลก 5 ทวีป ระยะทาง 250,000 กิโลเมตรของสามี เนื่องจากไม่สะดวกหลายอย่าง

อย่างไรก็ตาม เมื่อปี 2556 เคยเกิดเหตุนักปั่นจักรยานรอบโลก 2 สามีภรรยาชาวอังกฤษ ประสบเหตุถูกรถกระบะชนเสียชีวิตในลักษณะเดียวกัน เกิดขึ้นในพื้นที่ อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา เหตุการณ์ครั้งนั้นกลายเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วโลก

กระแสคำถาม “วันนี้วันอะไร”

1(2149)
ที่มาภาพ: http://www.naewna.com/local/146446

 

หลังเกิดกระแสคำถาม “วันนี้วันอะไร” ขึ้นในโลกออนไลน์ โดยมีผู้ใช้ทวิตเตอร์ @pnpvr_ โพสต์ข้อความถามคำถามที่ว่า “อยากให้พรุ่งนี้เป็นเมื่อวานจัง วันนี้จะได้เป็นวันศุกร์ ถามว่าวันนี้คือวันอะไร” และระบุว่า คำถามนี้เป็นคำถามในชุดข้อสอบเข้าเรียนชั้นอนุบาล ของโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมออนไลน์ ถึงความยากง่ายของคำถาม รวมไปถึงพยายามค้นหาคำตอบกันจ้าละหวั่น

ล่าสุดไทยรัฐออนไลน์รายงานว่า ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของโรงเรียนสาธิตจุฬาฯ ได้ยืนยันว่า คำถามดังกล่าวไม่ใช่ข้อสอบของทางโรงเรียน รวมไปถึงโรงเรียนไม่เคยเปิดรับสมัครนักเรียนในระดับชั้นอนุบาล เนื่องจากระดับชั้นอนุบาลนั้นจะเปิดให้เป็นสวัสดิการสำหรับบุตรหลานของครูอาจารย์และพนักงานเท่านั้น แต่ในส่วนของฝ่ายประถมนั้น เปิดรับสมัครและมีการสอบเข้าเรียนตามปกติ

นอกจากนี้ ทีมข่าวไทยรัฐทีวียังได้ตรวจสอบและค้นหาแหล่งที่มา พบว่า คำถามนี้เคยมีคนโต้ตอบกันมานานหลายต่อหลายปีแล้วในต่างประเทศ ในประโยคที่ว่า “I wish yesterday was tomorrow, because today would be Friday.” ซึ่งคำถามในรูปแบบนี้ ต่างประเทศเรียกว่า ‘Riddle’ (ริดเดิล) หรือคำถาม ‘อะไรเอ่ย’ อย่างที่เข้าใจกันในภาษาไทย ซึ่งตรรกะและวิธีการคิดนั้นก็เป็นไปได้หลายรูปแบบ

ด้านอาจารย์เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว แก้ปัญหาโจทย์นี้ด้วยเช่นกัน โดยระบุว่า เมื่อได้ลองหาคำตอบในอินเทอร์เน็ตแล้วพบว่า มีคำตอบออกมาหลายทางมาก มีทั้งวันพุธ วันศุกร์ วันอาทิตย์ และวันเสาร์ ซึ่งผู้มีตอบว่าวันอาทิตย์จะมีมากที่สุด ที่น่าสังเกตคือ ตรรกะวิธีการคิดที่ออกมานั้นมีหลากหลายแนว ซึ่งดูน่าเชื่อถือพอๆ กัน

นอกจากนี้ อาจารย์เจษฎายังได้ลองหาคำตอบด้วยวิธีแทนค่าวันแต่ละวัน เช่น ถ้าวันนี้เป็นวันอาทิตย์ : อยากให้พรุ่งนี้ (วันจันทร์) เป็นเมื่อวาน (วันเสาร์) จัง วันนี้จะได้เป็นวันศุกร์ เมื่อวันพรุ่งนี้กลายเป็นวันเสาร์ไปแล้ว วันนี้ก็น่าจะเป็นวันศุกร์

พนง.ไทยพาณิชย์มีส่วนโกง สจล. ชดเชยไม่เกิน 1,500 ล้าน

ptd
ที่มาภาพ: http://goo.gl/76HDg5

 

เกิดคำถามขึ้นมากมายกรณีไฟไหม้ตึกสำนักงานใหญ่ของธนาคารไทยพาณิชย์ หลังมีปัญหาในคดีโกงเงินของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง หรือ สจล. ซึ่งมีธนาคารไทยพาณิชย์เป็นผู้เล่นสำคัญ ล่าสุดเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ไทยรัฐออนไลน์รายงานความคืบหน้าว่า ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ได้ร่วมกันแถลงข่าวถึงกรณีการบรรลุข้อตกลงร่วมกัน โดยธนาคารไทยพาณิชย์จะให้เงินเพื่อดูแลความเสียหายในวงเงินไม่เกิน 1,500 ล้านบาท แก่ สจล. ตามมูลค่าความเสียหาย ที่ทาง สจล. ได้ประเมินไว้ แต่หากในที่สุดมีหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่า สจล. มีความเสียหายที่แท้จริงน้อยกว่าวงเงินข้างต้น สจล. จะจ่ายคืนส่วนต่างให้แก่ธนาคาร โดยข้อตกลงนี้จะไม่กระทบต่อการดำเนินคดีอาญากับกลุ่มผู้ทุจริต โดยยืนยันให้ความร่วมมือเจ้าหน้าที่ตำรวจในการดำเนินคดีจนถึงที่สุด

ดร.วิชิต สุรพงษ์ชัย ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การที่ธนาคารไทยพาณิชย์ให้เงินเพื่อดูแลความเสียหายแก่ สจล. ในวงเงินไม่เกิน 1,500 ล้านบาทในครั้งนี้นั้น ธนาคารยึดหลักธรรมาภิบาล ความรับผิดชอบต่อลูกค้าและสังคม ซึ่งกรณีนี้ได้ปรากฏว่า มีพนักงานของธนาคารมีส่วนเกี่ยวข้องในการทุจริต ธนาคารจึงแสดงความรับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้นกับ สจล. ธนาคารเห็นว่า หากปล่อยให้เรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างสถาบันยืดเยื้อต่อไป จะส่งผลกระทบต่อชื่อเสียง และความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อทั้ง 2 สถาบัน และอาจส่งผลกระทบในวงกว้างทั้งในภาคเศรษฐกิจและการศึกษาของประเทศ เพราะธนาคารเป็นหนึ่งในสถาบันหลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ เช่นเดียวกับ สจล. ที่เป็นหนึ่งในสถาบันหลักด้านการศึกษาทั้ง 2 สถาบัน จึงเห็นพ้องกันให้ดำเนินการยุติเรื่องโดยเร็ว ส่วนเรื่องการเอาผิดตามกฎหมายก็ให้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยทั้ง 2 สถาบัน พร้อมจะสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างดีที่สุด เพื่อให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม”

ด้าน ศ.ดร.โมไนย ไกรฤกษ์ รักษาการแทนอธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กล่าวว่า สถาบันขอขอบคุณธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ในการแสดงความรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ทั้ง สจล. และธนาคารไม่ต้องการที่จะให้เกิดขึ้นอีก โดยในส่วนของ สจล. แล้วต้องถือว่าเป็นบทเรียนที่สำคัญอย่างยิ่ง ที่จะต้องรีบดำเนินการป้องกันและแก้ไขอย่างเร่งด่วน ในส่วนของการบริหารจัดการทางด้านการเงินของ สจล. ก็จะมีความรัดกุมมากยิ่งขึ้น ทุกกระบวนการในการทำธุรกรรมทางด้านการเงินสามารถตรวจสอบได้ ด้านคดีความ สจล. ก็จะให้ความร่วมมือกับทุกฝ่ายอย่างเต็มที่ เพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดให้ถึงที่สุด และเพื่อให้การดำเนินคดีเป็นไปด้วยความถูกต้องและยุติธรรมกับทุกฝ่าย

เบื้องต้น สจล. ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขอบคุณธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ที่ให้ความสำคัญกับคดีความเสียหายที่เกิดขึ้นกับ สจล. และเห็นความสำคัญของสถาบันการศึกษา ที่มีหน้าที่หล่อหลอมเยาวชนของชาติ ให้เป็นผู้มีความรู้เพื่อนำไปพัฒนาประเทศ ซึ่ง สจล. ก็จะนำเงินจำนวนดังกล่าวของ สจล.มาเพิ่มความแข็งแกร่งทางด้านวิชาการและด้านการบริหารในส่วนต่างๆ ของสถาบันต่อไป

ไม่ใช่หงอนหงอนพญานาค แต่มันคือ “ฟันกรามช้าง”

8D855711224E456FA1459A62B01EC83F
ที่มาภาพ: http://goo.gl/b4DReO

 

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เว็บไซต์เอ็มไทย รายงานกรณีที่มีข่าวเกี่ยวกับวัตถุประหลาดซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าเป็นซากของ หงอนพญานาค โดยเปิดเผยที่มาของวัตถุดังกล่าวว่ามีลูกศิษย์นำมามอบให้ พระครูวิสุทธิปัญญาสาร เจ้าคณะจังหวัดอุตรดิตถ์ เจ้าอาวาสวัดท่าไม้เหนือ พร้อมกับบอกว่าได้มาจากพ่อค้าลาวที่เวียงจันทร์ ซึ่งเชื่อว่าเป็นซาก หงอนของพญานาค มีทั้งหมด 3 หัว

โดยซื้อมาในราคาเกือบ 200,000 บาท  ซึ่งวัตถุนี้ชาวบ้านไปพบในถ้ำแห่งหนึ่งติดกับแม่น้ำโขงในพื้นที่แขวงสุวรรณเขตของลาว ซึ่งลูกศิษย์ได้ซื้อต่อนำมาบูชาและนำส่วนที่สมบูรณ์ที่สุดมาถวายวัด จนกลายเป็นที่ฮือฮาของชาวบ้านแห่กันมาเคารพกราบไหว้เพื่อขอโชคขอลาภ

อาจารย์เจษฎา เด่นดวงบริพัทธ์ อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์จุฬาฯ เปิดเผยกับทีมข่าวยกทัพข่าวเช้าว่า เรื่องของหงอนพญานาคเป็นแค่เรื่องของความเชื่อความศรัทธา ซึ่งพญานาคเป็นเพียงตำนานที่เล่าขานกันมาเท่านั้น แต่กรณีของ หงอนพญานาคที่พบในวัดจังหวัดอุตรดิตถ์ คือ ซากกระดูกฟันกรามช้างเท่านั้น และถ้าเก่าแก่เป็นหินเป็นซากฟอสซิลแล้ว ก็ควรรีบเอาไปให้กรมทีัพยากรธรณี จะได้ช่วยกันวิจัยพันธุ์ช้างโบราณในประเทศไทย

นอกจากนี้เมื่อมีการตรวจสอบข้อมูล พบวัตถุลักษณะคล้ายกับที่ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นหงอนพญานาค มีการลงทะเบียนเป็นฟอสซิล ตามฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์วัดของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งยืนยันว่าเป็นฟอสซิลฟันกรามช้างขนาดใหญ่