ป.ป.ช. เชียงใหม่ – ตำรวจภูธรภาค 5 จับกุมนายก อบต.บ่อแก้ว เรียกรับเงิน 2 แสนบาท

ธนบัตรที่มีเลขธนบัตร ตรงกับที่ได้ทำสำเนาไว้
ธนบัตรที่มีเลขธนบัตร ตรงกับที่ได้ทำสำเนาไว้

เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2560 นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. ได้เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2560 ป.ป.ช.จังหวัดเชียงใหม่ประสานกับตำรวจภูธรภาค 5 เพื่อออกหมายค้นห้องทำงานของนายก อบต.บ่อแก้ว อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ จากนั้นจึงได้เข้าตรวจค้นห้องทำงานของนายก อบต.บ่อแก้ว พบเงินสด จำนวน 200,000 บาท วางบนโต๊ะทำงาน ซึ่งเป็นธนบัตรที่มีเลขธนบัตร ตรงกับที่ได้สำเนาไว้ในการลงบันทึกประจำวันก่อนหน้านี้ จึงทำการตรวจยึดของกลางธนบัตรและเอกสารเกี่ยวกับการส่งมอบงาน การตรวจรับงานจ้างโครงการที่เกี่ยวข้องพร้อมทั้งเชิญ นายก อบต.บ่อแก้ว ไปส่งพนักงานสอบสวน สภ.สะเมิง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป โดย นายก อบต.บ่อแก้ว ผู้ถูกกล่าวหา มีสิทธิต่อสู้คดี สิทธิในการประกันตัว หรือสิทธิอื่นๆ ตามที่กฎหมายกำหนดเช่นเดียวกัน

สำหรับ ความเป็นมาของการเข้าตรวจค้นและจับกุมในครั้งนี้ สืบเนื่องจากได้มีการแจ้งเบาะแส กับพนักงานเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดเชียงใหม่ว่านายก อบต. บ่อแก้ว ได้เรียกรับเงินเพื่อเป็นการตอบแทนการอนุมัติเบิกจ่ายเงินโครงการก่อสร้างระบบประปาหมู่บ้านแบบบาดาลขนาดใหญ่ งวดสุดท้าย (งวดที่ 3 ) ซึ่งมีการส่งมอบงานแล้ว เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2559 และคณะกรรมการตรวจงานจ้างได้ตรวจรับงานจ้างปริมาณและคุณภาพครบถ้วนถูกต้อง ตามสัญญา เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 สมควรให้เบิกจ่ายเงินงวดสุดท้าย (งวดที่ 3 ) แต่ปลัด อบต. บ่อแก้ว ยังไม่ลงนามอนุมัติเบิกจ่าย ผู้รับจ้างจึงได้เข้าพบนายก อบต. บ่อแก้ว ในวันที่ 28 ธันวาคม 2559 ซึ่งนายก อบต. บ่อแก้ว กล่าวในทำนองว่า “หากต้องการให้เรื่องผ่านให้นำเงินมาให้ 50,000 บาท และเมื่อได้รับเช็คแล้วให้นำมาให้อีก 20,000 บาท ซึ่งได้คุยกับปลัด อบต. บ่อแก้ว แล้วว่าจะขอ 70,000 บาท”

จากนั้น จึงได้มีการวางแผนและพยายามเข้าจับกุม นายก และปลัด อบต.บ่อแก้ว ตั้งแต่วันที่ 29 ธันวาคม 2559 แต่ยังไม่สามารถเข้าดำเนินการจับกุมได้เพราะผู้ถูกกล่าวหาไม่อยู่ กระทั่งวันที่ 6 มกราคม 2560 ได้มีการเรียกเงินเพิ่มขึ้นจากเดิม 70,000 บาท เป็น 200,000 บาท จึงได้วางแผนจับกุม ขอหมายศาลและเข้าจับกุมตัวได้ในวันที่ 9 มกราคม 2560 ทั้งนี้จะได้มีการขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดต่อไป