ประเด็นฮอตรอบสัปดาห์ – บ่องตง!! “ทวงคืน-ผัดกะเพราไม่ใส่ถั่วฝักยาว ข้าวโพดอ่อน และหัวหอมใหญ่”

16 มีนาคม 2013

ประเด็นที่ถูกพูดถึงมากสุดในโซเชียลมีเดียในรอบสัปดาห์ 10–16 มีนาคม 2556

เรื่องแรก จากการที่เฟซบุ๊กของรัฐสภาไทย ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นจากชาวออนไลน์ในหัวข้อ “คุณเห็นด้วยกับการออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรมหรือไม่” โดยมีการระบุว่า ได้ทำการเก็บข้อมูลตั้งแต่วันที่ 7-10 มีนาคม 2556 ที่ผ่านมา

โดยผลสำรวจจากเฟซบุ๊กรัฐสภาไทย มีผู้แสดงความเห็นว่า “ไม่เห็นด้วย” ถึง 7,455 คน มากกว่าความคิดเห็นที่ว่า “เห็นด้วย” ซึ่งมีเพียง 2,341 คน จึงส่งผลให้เป็นประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมกันอย่างมากมาย เพราะหลังจากที่ผลโหวตออกมา สรุปว่าความคิดที่ไม่เห็นด้วยมีคะแนนนำไปถึง 3 เท่าตัว และโพลสำรวจดังกล่าวได้ถูกลบไป หลายสำนักข่าวได้มีการรายงานเรื่องนี้ และนำเสนอข้อความที่พบหลังจากโพลถูกลบไป ได้แก่

“นักวิจัยจะเก็บรวบรวมข้อความที่ท่านโพสต์และทุกความคิดเห็นเรียกว่า Mention ครับ แล้วนำมาวิเคราะห์แยกตามกลุ่มอายุ อาชีพ การศึกษา และภูมิศาสตร์ โดยที่ทุกความคิดเห็นเป็นประโยชน์ครับ …จากทีมงานวิจัยเชิงลึก”

“การสำรวจโพลบนเฟซบุ๊กเป็นการทำวิจัยแบบ Social media monitoring research ซึ่งฝังคำถามไว้มากกว่า 30 แห่ง ในโลกออนไลน์เพื่อทำ seeding เก็บรวบรวมข้อมูลเชิงลึก ดังนั้น ผลที่ท่านเห็นต้องรวบรวมจากทุกจุดแล้วมาวิเคราะห์ครับ ซึ่งจะเก็บข้อมูลตั้งแต่วันที่ 7 – 10 มีนาคม …ทีมงานวิจัยเชิงลึก”

แม้เรื่องนี้ จะยังไม่มีการสรุปใด แต่หลายความเห็น คิดว่าการกระทำนี้เป็นการแสดงให้เห็นถึงการหมกเม็ด ปิดบัง ซ่อนเร้น ความเห็นของประชาชน เป็นอย่างยิ่งเมื่อพบว่ามีผู้ไม่เห็นด้วยมากกว่า ก็ลบโพลออก ซึ่งหากผลออกมา มีผู้กดไลค์เห็นด้วยกับการออก พ.ร.บ. นิรโทษกรรมมากกว่า ทางรัฐสภาคงจะไม่ลบอย่างแน่นอน

ที่มาภาพ: http://hilight.kapook.comview83133

ที่มาภาพ: http://hilight.kapook.comview83133

“การเลือกตั้งโกง ได้ผู้แทนโกง แล้วสภาโกง ได้รัฐบาลโกง จึงบริหารประเทศแบบโกงทุจริตคอรับชัน” เห็นจะเป็นจริง เพราะปัจจบันรัฐสภามีแต่ข่าวเน่า ๆ ตลอด ส.ส. เงินเดือนก็แพง แต่โดดร่มกันอย่างน่าทุเรศที่สุด แถมเสียบแทนกันอีก นี่ยังดีนะที่เสียบแทนกันเฉพาะบัตร”

“เปลี่ยนเป็นร่างกฎหมายการค้ามนุษย์ การทารุณกรรมสัตว์ การบุกรุกป่า ฯลฯ โทษยังต่ำและเป็นปัญหาใหญ่อยู่ทุกวันนี้และจะหนักขึ้นทุกวันๆ ประโยชน์ก็เพื่อมวลมนุษย์จริงๆ ส่วนกฎหมายนิรโทษกรรมทำเพื่อคนๆ เดียว”

“โพลบนเฟซ ส่วนมากเจาะกลุ่มผู้มีคอม มีเฟซใช้แค่นั้น คนที่เห็นด้วยแต่ไม่มีคอมไม่เล่นเฟส ก็มีเยอะ คะแนนคัดค้านย่อมไม่น่าเชื่อถือไม่ใช่การแสดงความเห็นของคนทั้งประเทศ”

“ถ้ากฎหมายไม่เป็นกฎหมายทำผิดแล้วไม่ต้องรับผิดต่อไปจะเป็นบรรทัดฐานให้คนเอาเยี่ยงอย่างมากขึ้น”

“จะเอาแต่คำชมว่าดีๆ ๆ ๆ …จะเอาแต่คำว่าดี ๆ ๆ …ต้องการแค่คำชมว่าดี ๆ ๆ ๆ …ความดีเอาเข้าตัว ความชั่วโยนให้คนอื่น …นี่แหละสันดานคนถ่อย เถื่อน เขาล่ะพรรคเผาไทย”

“หากจะหาความ สง่างามของรัฐสภาในปัจจุบัน คงจะเป็นการยาก เพราะจำนวนเสียงหรือความได้เปรียบต่างๆ และระบอบการเมืองปัจจุบันนั้นเป็นประชาธิปไตยที่เคลือบแฝง นักการเมืองส่วนมากมาจากกลุ่มที่แสวงประโยชน์ จึงได้กระทำในสิ่งที่ตนและพรรคพวกต้องการแม้จะเป็นการกระทำที่ไร้จริยธรรม และขาดสำนึกที่ดี การเดินหน้าผลักดันให้สภาบัญญัติกฎหมายหรือการที่จะพิจารณากฎหมายโดยหลักแล้วจะต้องเป็นกฎหมายที่เกิดผลในทางเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม แต่รัฐสภาในปัจจุบันมีความเลอะเทอะเกิดขึ้น เนื่องจากความพยายามในการผ่านกฎหมายที่ก่อประโยชน์ต่อนักการเมือง และพรรคการเมืองที่ตนสังกัด ทำให้เกิดความเสื่อมเสียและขาดความเชื่อถือของประชาชน”

เรื่องที่สอง มีการทวีตข้อความและแชร์ต่อกันอย่างแพร่หลาย เมื่อมีชาวต่างชาติรายหนึ่งซึ่งเป็นนักเขียนบล็อกท่องเที่ยวประเทศไทย ชื่อว่า Richard Barrow (ริชาร์ด บาร์โรว์) ได้ใช้ทวิตเตอร์ที่มีชื่อว่า @RichardBarrow ทวีตข้อความร้องเรียนสำนักงานสรรพากรพื้นที่สมุทรปราการ 1 ที่ได้โกงค่าออกเอกสารกำกับภาษี ที่มีใบสั่งให้เขาต้องจ่ายเป็นจำนวนเงิน 1,000 บาท พร้อมทั้งได้ทวีตรูปของเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวไว้ด้วย

ตามรายงานข่าว ได้มีการยกข้อความจากทวิตเตอร์ของนายริชาร์ดและแปลเป็นภาษาไทยแล้ว มีเนื้อหาดังนี้
“ผมมาสำนักงานสรรพากร เพื่อมารับเอกสารที่พิสูจน์ว่าผมเป็นผู้เสียภาษี แต่แทบไม่น่าเชื่อว่า เจ้าหน้าที่ให้ผมจ่ายเงินให้เขา 1,000 บาท ค่าออกเอกสารให้ แต่ผมปฏิเสธไป ขอโทษนะที่ผมไม่สามารถทนกับการคอร์รัปชันโกงกินของเจ้าหน้าที่รัฐได้อีกแล้ว ภาษีที่ผมจ่ายไปต้องมาเป็นค่าจ้างให้กับคนพวกนี้หรือ ผมถ่ายรูปเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวมาด้วย และผมก็ยังยืนยันที่จะไม่จ่าย เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวเดินลงไปข้างล่าง ก่อนกลับขึ้นมายื่นเอกสารให้ผม และบอกให้ผมจ่าย 260 บาท จาก 1,000 บาทเมื่อกี้ และเขายังบอกให้ผมลบรูปเขาออกด้วย แต่ผมบอกเขาว่าขอคิดดูก่อน”

นอกจากนี้ นายริชาร์ดยังกล่าวทิ้งท้ายว่า “โปรดปฏิเสธการติดสินบน และช่วยกันกำจัดคอร์รัปชันออกไปจากประเทศไทย ถ้าทุกคนช่วยกัน เราทำได้”

โดยได้มีการแชร์ข้อความนี้ต่อกันเป็นจำนวนมาก ด้วยเพราะหลายความเห็น ต่างเห็นด้วยกับการต่อต้านและกำจัดคอร์รัปชันให้หมดไปจากประเทศ พร้อมทั้งต้องการเป็นหนึ่งเสียงที่จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการจัดการอย่างจริงจัง

“โปรดปฏิเสธการติดสินบน และช่วยกันกำจัดคอร์รัปชันออกไปจากประเทศไทย ถ้าทุกคนช่วยกัน เราทำได้” ….คนไทยส่วนใหญ่นั่งดูดาย แต่คนต่างชาติมาเรียกร้องให้หยุดคอร์รัปชันในประเทศไทย”

“พอเป็นข่าว เจ้าหน้าที่รัฐทั้งหลายหายไปไหนหมด เข้าตอบบ้างก็ได้ เช่น ค่าเทอมลูกไม่มี หรือ รถกำลังขาดส่ง หรือ บลา บลา บลา เขาอาจจะเห็นใจ คนจ่ายภาษีก็เริ่มเบื่อ เหมือนไม่ได้เอาไปพัฒนาประเทศ แต่เหมือนทำทานยังไงก็ไม่รู้ แต่มันได้บุญหรือเปล่าอ่ะเราทั้งหลาย ถ้าภาษีของเรา ทำให้คุณภาพชีวิตของคุณดีขึ้น เราก็ยินดีจ่ายค่ะ ”

“มันกลายเป็นเรื่องเคยชิน นิสัยคนไทยไปซะแล้ว เรื่องใหญ่ๆ เกิดจากจุดเล็กๆ เสมอ จนรามไปทั่ว”

“อยากให้ตรวจสอบคนใหญ่คนโต ของหน่วยงานที่เก็บภาษีด้วย”

“กระจายข่าวให้ ต่างประเทศ ได้รับ รู้ ว่าประเทศไทยเป็นยังไง ? ยอมรับความจริงกันสะที (อย่าโลกสวยให้มาก)”

“เพราะเขาเห็นเป็นต่างชาติไงครับ เขาคิดว่าฝรั่งมันคงไม่รู้เรื่องไรหรอก แต่หารู้ไม่ เดี๋ยวนี้ฝรั่งรู้เรื่อง หัวหมอ เข้าใจเรื่องแบบนี้ที่เกิดขึ้นในสังคมไทยแล้ว”

เรื่องที่สาม กลายเป็นแฟนเพจเฟซบุ๊กยอดฮิตชั่วข้ามคืน หลังจากที่หลายๆ คนเริ่มมีความสงสัยกับข้อความที่ว่า “ทวงคืนผัดกะเพราไม่ใส่ถั่วฝักยาว ข้าวโพดอ่อน และหัวหอมใหญ่” ซึ่งได้มาจากแฟนเพจที่ชื่อดังบนเฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/PadKraphaoPurismMovement?fref=ts

โดยแฟนเพจนี้ มีสโลแกนที่ว่า “อย่าปล่อยให้อาหารประจำชาติเรา ถูกดัดแปลงทางพันธุกรรมให้จงได้!” และได้มีการโพสต์ข้อความแรกว่า ‘ท่านผู้นิยมผัดกะเพราที่แท้จริงทั้งหลาย ท่านเบื่อไหม กับผัดกะเพราที่ใส่ถั่วฝักยาว เวลาเคี้ยวจะดังเอี้ยดๆ อ้าดๆ แสบหู เบื่อกับรสถั่ว รสหอมใหญ่ หรือกระทั่งข้าวโพดอ่อน ที่ปะปนในผัดกระเพรา จากนี้ไป เราจะร่วมกันทวงคืนผัดกะเพราจริงๆ สู่สังคมไทยกัน ร่วมด้วยช่วยกันเถิดครับ’

ทั้งนี้ ตามรายงานข่าวมีการพูดถึงแฟนเพจดังกล่าว โดยมีการคาดว่าวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของการสร้างเพจนั้นน่าจะได้รับแรงบันดาลใจมาจากแฟนเพจที่ชื่อว่า “ทวงคืน พลังงานไทย” และ “ทวงคืน ปตท.” ซึ่งจัดทำเพื่อชักชวนให้เกิดการแชร์ข้อมูลขยายไปในวงกว้าง เรื่องของการถูกเอาเปรียบ เรื่องราคาน้ำมัน ทั้งยังเปิดเผยข้อมูลของรัฐบาลประเทศสหรัฐอเมริกา EIA ที่จัดอันดับไทยให้อยู่ลำดับที่ 24 ของโลกในการผลิตก๊าซธรรมชาติ และลำดับที่ 33 ของโลกในการผลิตน้ำมัน จากกว่า 200 ประเทศ

เนื่องจากได้มีข้อความเชิงล้อเลียนเรื่องดังกล่าวว่า “ปตท. ใหญ่ขนาดนั้น เค้ายังจะทวงคืน แล้วนี่คือผลประโยชน์พื้นฐานที่สุดของคนไทย อาหารแทบจะเรียกได้ว่าประจำชาติ เราต้องทวงคืนให้ได้มาซึ่งรสชาติเดิมๆ รีบแชร์ เราต้องเร่งทวงคืนก่อนผัดกะเพราจะกลายพันธุ์ไปเป็นผัดถั่วฝักยาวข้าวโพดอ่อนที่มีกะเพราเป็นตัวประกอบอดทน”

อย่างไรก็ตาม ในเนื้อข่าวมีการพูดถึงผู้สร้างแฟนเพจ “ทวงคืนผัดกะเพราไม่ใส่ถั่วฝักยาว ข้าวโพดอ่อน และหัวหอมใหญ่” ว่าไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรกับ ปตท. เป็นแค่นักแปลและคอลัมนิสต์ อายุ 27 ปี และไม่ได้เป็นแอดมินเพจอื่น นอกจากสำนักงานแปลของตัวเองเท่านั้น ซึ่งก็นับได้ว่า เรื่องราวธรรมดาที่ทุกคนพบเจอในชีวิตประจำวันนี้ ก็สร้างกระแสความฮือฮาให้ดังได้ในชั่วข้ามคืนจริงๆ

ที่มาภาพ : https://www.facebook.comphoto.phpfbid

ที่มาภาพ: https://www.facebook.comphoto.phpfbid

“วาระแห่งชาติวาระนี้ไม่สามารถทำได้ในสถานการณ์จริง เพราะแม่ค้ายังต้องควบคุมต้นทุนอาหาร โดยการลดเนื้อสัตว์และใส่ผักเพื่อเพิ่มปริมาณผัดกะเพราจานนั้น การไม่ใส่ผักใด จะให้มีแต่เนื้อเน้นๆ ก็พอทำได้ แต่จะทำให้ผัดกะเพรามีปริมาณน้อยลง และอาจถูกต่อว่าจากลูกค้าที่ชอบจ่ายน้อย แต่ขอเยอะได้ ส่วนตัวชอบผักค่ะ เป็นตัวกินผัก กินได้ทุกผัก ใส่มาเหอะขอให้ผัดอร่อยก็พอคะ”

“ท่านผู้นิยมผัดกะเพราที่แท้จริงทั้งหลาย…. ท่านเบื่อไหม กับผัดกะเพราที่ใส่ถั่วฝักยาว เวลาเคี้ยวจะดังเอี๊ยด ๆ อ๊าด ๆ แสบหู เบื่อกับรสถั่ว รสหอมใหญ่ หรือกระทั่งข้าวโพดอ่อน ที่ปะปนในผัดกะเพรา จากนี้ไป เราจะร่วมกันทวงคืนผัดกะเพราจริง ๆ สู่สังคมไทยกัน.. ร่วมด้วยช่วยกันเถิดครับ”

“รสนิยมความชอบย่อมไม่เหมือนกัน แน่นอน คนไม่ชอบผัก อาจจะเห็นด้วย แต่ส่วนตัวผมชอบกินผัก ฉะนั้น ผมว่าเวลาสั่ง ก็ให้บอกแม่ค้าให้ละเอียด ไม่งั้นเค้าจะเรียกว่าอาหารตามสั่ง หรอกเหรอครับ”

“ตำนานของผักกระเพรา ใส่ถั่วฝักยาว และอื่นๆ เกิดจากร้านป้า ท่านนึง กระเพราะหมดแล้วขี้เกียจไปซื้อ เลยใส่ถั่วฝักยาวแทน จากนั้นก็มีคนเลียนแบบตามๆ กันมา”

“ต่อไปนี้ให้พ่อแม่พี่น้องช่วยกันโพสต์ผัดกะเพราร้านที่ใส่ถั่วฝักยาว ใส่ข้าวโพดอ่อน ใส่หอมใหญ่ หรือใส่อะไรแปลกปลอมอย่างอื่น มาไว้ในกระทู้นี้ด้วย เพราะถือว่าเท่ากับการทรยศอาหารประจำชาติครับ มีเบาะแสร้านไหน ทรยศผัดกะเพรา ระบุร้าน พิกัดมาได้เลย ช่วยกันทวงคืนความเป็นธรรมของผัดกะเพราคืนมา… ทั้ง กทม. ปริมณฑล และต่างจังหวัด”

“ปตท. ใหญ่ขนาดนั้น เค้ายังจะทวงคืน… แล้วนี่คือผลประโยชน์พื้นฐานที่สุดของคนไทย อาหารแทบจะเรียกได้ว่าประจำชาติ เราต้องทวงคืนให้ได้มาซึ่งรสชาติเดิม ๆ รีบแชร์ เราต้องเร่งทวงคืนก่อนผัดกะเพราจะกลายพันธุ์ไปเป็นผัดถั่วฝักยาวข้าวโพดอ่อนที่มีกะเพราเป็นตัวประกอบแทน”

เรื่องที่สี่ สัปดาห์นี้มีคลิปวิดีโอที่ได้รับความสนใจจากชาวไทยเป็นจำนวนมาก กับชื่อคลิปที่ว่า “ฉันไม่พูดภาษาไทย (I Don’t Speak Thai)” จากสาวอเมริกัน ที่มีชื่อว่า แม็กกี้ โรเซนเบิร์ก สาวสวยจากเมืองบรูคลิน นิวยอร์ก โดยในคลิป สาวแม็กกี้เธอมีความพยายามที่จะฝึกฝนภาษาไทย จึงได้แต่เพลงพร้อมเล่นเจ้ากีตาร์ตัวเล็ก หรืออูคูเลเล่ เพื่อสื่อสารกับเพื่อนๆ คนไทย เธอไม่ได้พูดภาษาไทยมาแต่กำเนิด แต่มีความพยายามที่จะพูด เพราะอยากเป็นเพื่อนกับคนไทย แต่ภาษาไทยนั้นไม่ง่ายเลย อีกทั้งในเพลงเธอยังได้กล่าวขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจสำหรับความพยายามเรียนรู้ภาษาไทยของเธอด้วย

แน่นอนว่าคลิปนี้ได้รับความสนใจจากเพื่อนๆ คนไทยอย่างมาก ด้วยน้ำเสียงใสๆ บวกกับเสียงเครื่องดนตรีที่เข้าจังหวะ น้ำเสียงการออกเสียงภาษาไทยสำเนียงต่างชาติ ที่แม้จะมีคำที่ถูกผิดไปบ้าง แต่ก็ได้ใจคนไทย ให้ฟังไปอมยิ้มไปได้จริงๆ ชมคลิป

แม๊กกี้ โรเซนเบิร์ก สาวนิวยอร์คผู้หลงใหลภาษาไทยและเพลงไทย  ที่มาภาพ : https://www.facebook.comphoto

แม็กกี้ โรเซนเบิร์ก สาวนิวยอร์กผู้หลงใหลภาษาไทยและเพลงไทย ที่มาภาพ: https://www.facebook.comphoto

“ภาษาไทยของเรามันมี เมโลดี้ ต่างชาติได้ยินก็อยากพูดได้ ร้องเพลงไทยได้เราควรจะดีใจนะ ไม่ต้องบ่องตง!!”

“ยอดเยี่ยมจริงๆ ฝรั่งชอบร้องเพลงไทย แต่คนไทยก็ชอบเพลงฝรั่ง”

“ฟังแล้วตลกดี ไม่มีคนเรียบเรียงเนื้อเพลงให้เธอ ก็เลยได้คำแบบห้วนๆสั้นๆ มาแต่ก็ตลกดี ความหมายเปลี่ยนแปลงนิดหน่อย แต่เสียงเธอก้องกังวานดี”

“ต้องการจะสื่อประมาณว่าฉันพูดภาษาไทยไม่เป็นไม่เก่งเเต่อยากจะพูดภาษาไทย เเต่ฝรั่งสื่อไม่เป็นเลยร้องออกมาเเปลกๆ เนื้อเเปลฟังดูแทม่งๆ เสียงดีเเต่เนื้อร้องไทยฟังเเล้วมั่วมาก แต่ก็ยอมรับในความพยายาม”

“น่ารักมากๆ พยายามสูงด้วย ฝรั่งเก่งนะ พยายามเรียนภาษาไทยกันเยอะ ผิดกับคนไทยบางคนไม่อยากพูดภาษาไทย ชอบทำภาษาไทยเพี้ยน”

“คุณคือ คนที่ จะทำให้ ช่องว่างระหว่าง เชื้อชาติ และ ภาษา นั้น มันแคบลง จน รุ้สึก เหมือน ว่า โลกนี้ อยุ่ใกล้กันมาก แค่คำว่า พยายาม ของ คุณที่จะ เรียน รุ้ ภาษาของประเทศเรา มันก็ทำให้ เกิดความเป็นไปได้ เกิดขึ้นมา”

เรื่องที่ห้า สัปดาห์นี้ มีคำศัพท์ที่มาแรงในโลกออนไลน์ จนกลายเป็นคำฮิตติดปากเพิ่มอีกหนึ่งคำ หลังจากที่ผ่านมาได้ติดใช้คำฮิตแบบไม่รู้ตัวกับคำว่า “จุงเบย” ไปแล้ว ก็มาต่อกันที่คำว่า “บ่องตง” ซึ่งเป็นคำที่มีความหมายมาจากคำว่า “บอกตรงๆ” โดยที่มาของคำฮิตนี้ยังไม่มีผู้ใดทราบได้ แต่จะเห็นกันได้อย่างชัดเจนบนหน้าเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ของเหล่าดาราคนดัง จนมีผู้ใช้กันมากขึ้น ทั้งนี้ ในความคิดของผู้เขียนแล้ว คำฮิตเหล่านี้ อาจจะมาจากการที่ปัจจุบันผู้คนนิยมการพิมพ์ข้อความโต้ตอบ หรือมีการแชทกันมาก เมื่อต้องใช้การพิมพ์อย่างรวดเร็ว จึงอาจมีการเขียนผิดเขียนถูกไปบ้าง จนบ่อยครั้งก็มองว่าเป็นคำที่ตลกดี จึงนิยมใช้กันมากขึ้น อย่างคำว่า “จุงเบย” ที่มาจากคำว่า “จังเลย” ถ้าสังเกตจะเห็นได้ว่าแป้นพิมพ์ของ “สระอุ” จะอยู่ถัดไปด้านบนของ “ไม้หันอากาศ” และ ตัวอักษร “ล” ก็อยู่ใกล้กับ “บ” จนอาจทำให้เขียนสลับกันไปได้ ในส่วนของคำว่า “ บ่องตง” ก็เช่นกัน ก็น่าจะมาจากการพิมพ์ที่รวดเร็ว จนผิดเพี้ยนไปได้

อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นเพียงคำฮิตที่ใช้สื่อสารเพื่อความสนุกสนาน แต่ก็สร้างความกังวลให้ผู้รักภาษาไทยไม่น้อย เพราะยิ่งนานวัน คำศัพท์แสลงที่วัยรุ่นใช้กันยิ่งแพร่หลายมากขึ้น โดยหลายคอมเมนท์ก็แสดงความเห็นไปในทางเป็นห่วงอนาคตเด็กไทยในการใช้ภาษาไทยอยู่ไม่น้อย อย่างที่ผ่านมา มีคำศัพท์ที่นิยมใช้จนติดปากกันอยู่หลายคำ อาทิ เกรียน, กาก, เซาะกราว, งุงิ, หุหุ, หึหึ, ครุคริ, คริคริ, เวิ่นเว้อ, ว่อ, ดราม่า, เทพ, พ่องงงงงง, เมิง และ เพิ่ลลลลล เป็นต้น

ที่มาภาพ : http://variety.teenee.comfoodforbrain51126.html

ที่มาภาพ: http://variety.teenee.comfoodforbrain51126.html

กระแสคำฮิต “บ่องตง” นี้แรงจนศิลปินชื่อดังบนสังคมออนไลน์ในสังกัดบานาน่า นามว่า “คาวบอย” ที่มีน้ำเสียงคล้ายกับแอ๊ด คาราบาว จนมีคนขนานนามให้กับเขาว่าเป็นเงาเสียงของแอ๊ด คาราบาว ออกซิงเกิลตามกระแสคำฮิตอย่างคำว่า “บ่องตง” หลังจากที่เคยปล่อยซิงเกิ้ล “เจ็บจุงเบย” ไปแล้ว

โดยเนื้อหาของเพลง เป็นเรื่องราวที่ต่อจากเพลงเจ็บจุงเบย ซึ่งภายใต้คลิปในยูทูบมีการระบุข้อความไว้ด้วยว่า

“หวังว่าน้องๆ จะเอาคำเหล่านี้ไปใช้ถูกที่ ถูกเวลา ภาษาไทยไม่มีวันวิบัติ มีแต่จะพัฒนาไปข้างหน้า ถ้าเราใช้ให้เป็น ภาษาไทยดิ้นได้ คำแฟชั่นผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ฟังเพื่อความบันเทิง แล้วเราจะมีความสุขที่ได้เกิดมาใช้ภาษาไทยครับ” “
ชมคลิปได้ที่นี่

“ทุกวันนี้เข้าไปอ่านร่วมแสดงความคิดเห็น บอกตรงๆ คนไทยสมัยนี้เขียนหนังสือไทยไม่เป็น สะกดคำไม่ถูก เขียนเอาตามความคิดของตนเอง ว่าควรจะเขียนว่าแบบนี้ หรืออาจไม่รู้ว่าคำๆนั้นเขียนว่าอย่างไร ทั้งๆที่คำที่ใช้เขียนทั่วไป ก็ยังสะกดคำกันไม่ถูกเลย บ่งบอกถึงความไม่สนใจ หรือใส่ใจภาษาไทย ซึ่งเป็นภาษาของชาติไทย เห็นแล้วน่าเศร้าจริงๆ ภาษาไทยก็เขียนไม่ถูก แล้วยังมีคำที่เขียนกันขึ้นมาเองในหมู่คน ที่คิดว่าคำนี้มันเจ๋ง คำนี้มันโดน ทำให้ภาษาไทยวิบัติ เพราะความสนุก ความไร้สาระ ในเรื่องไม่เป็นเรื่อง มันเจ๋งตรงไหน เป็นความอับอายซะมากกว่า ที่เกิดเป็นคนไทยทั้งที แต่ไม่มีความรักในชาติ ความภาคภูมิใจที่คนไทยมีภาษาใช้สื่อสารเป็นของตนเอง ไม่ต้องเป็นเมืองขึ้นของประเทศใดๆ ในอดีตที่ผ่านมา ขอเถอะ หันมาใส่ใจ สนใจภาษาไทยกันหน่อย”

“อย่าให้เพี้ยนไปมากกว่านี้เลย คำไหนที่ไม่มีในภาษาของเรา ถ้าจะอุบัติขึ้นมาก็ไม่เป็นไร แต่คำที่มีอยู่แล้ว ช่วยใช้ให้มันถูกหน่อย ไม่เช่นนั้นจะภาษาวิบัติกันจริงๆ”

“บอกตรงๆ อย่าทำให้ภาษาไทย ต้องวิบัติไปมากกว่านี้เลย เรามีภาษาที่สวยงามอยู่แล้ว ขอให้ภาษาเราบ่งบอกความเป็นเอกลักษณ์ไทยก็ยังดีนะครับ”

“ใช้ในการคุยกับเพื่อนฝูง คนสนิทเฮฮา พอได้ ขำๆ แต่ โลกออนไลน์ ก็มีคนเข้าไปอ่านไปเจอเยอะ เหมือน ดาบ 2 คม คนที่เค้าใช้คุยกับเพื่อน ฯลฯ ก็อาจจะแอนตี้ ไป แต่มีกลุ่มคนที่ เค้าไม่เห็นด้วยก็เยอะนะ ว่าแต่แปลกเนอะภาษาไทยมีให้คนไทย มีให้ใช้กันดีๆ ไม่ชอบ อยากได้ภาษาต่างด้าวซะงั้น ”

” ซีเรียสกันไปทำไมครับ ในเมื่อภาษาไทยมันไม่มีอะไรตายตัว ใช้ให้ถูกที่ถูกเวลามันก็เพียงพอแล้วนะครับ อีกอย่าง #บ่องตง คือภาษาพูดที่วัยรุ่นฮิตกันอยู่แล้ว แค่เอามาพิมพ์ให้มันดูขำๆ เหมือนว่าเราพูดแทน ไม่ได้เอาไปใช้ให้เป็นทางการอะไร คนที่เล่นศัพท์ใหม่ๆ พวกนี้ไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่รักภาษาไทยนะครับ”

“อยากกลับไปอยู่ยุคพ่อขุนรามคำแหง ที่ไม่ต้องตามกระแสใคร ”

  • ปชช.ชาวไดบู

    “บอกตรงๆ” ควรกลับไปดูละครหลังข่าวของช่องช่องหนึ่ง ชื่อ บ่วงบาป ที่เขาใช้ภาษาไทยได้ดีในช่วงที่ยังไม่เลิกทาส
    แต่เราคนไทยทุกคนที่เกิดในยุคที่เลิกทาสแล้ว ควรใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง และไม่ควรเป็นทาสของผู้ใดในต่างแดนอีก…

เครือข่ายสังคม