ประเด็นที่ถูกพูดถึงมากสุดในโซเชี่ยลมีเดียรอบสัปดาห์ ..คลิปฉาวข้าราชการซี 7

ประเด็นที่ถูกพูดถึงมากสุดในโซเลี่ยลมีเดียในรอบสัปดาห์ 8-14 มกราคม 2555

สัปดาห์ที่สองของเดือนมกราคม เป็นที่ตั้งตารอคอยของเหล่าเด็กน้อย และคนอยากเด็กทั้งหลาย วันที่ภาครัฐและเอกชนต่างให้ความสนใจกับความเป็นเด็ก อีกทั้งผู้ใหญ่ที่อยากทำตัวเด็ก ก็จะได้ปลดปล่อยอารมณ์ความเป็นเด็กของตัวเองกันในวันนี้ วันเสาร์ที่ 14 มกราคม 2555 “วันเด็กแห่งชาติ” โดยในปีนี้ เยาวชนของไทย มีคำขวัญประจำวันเด็ก จากท่านนายกหญิงของเราว่า “สามัคคี มีความรู้คู่ปัญญา คงรักษาความเป็นไทย ใส่ใจเทคโนโลยี” เพราะโลกยุคปัจจุบันเจริญไปข้างหน้าเรื่อยๆ เทคโนโลยี เป็นสิ่งที่สำคัญและมีอิทธิพลเป็นอย่างมาก ทุกวันนี้เรามีโทรศัพท์มือถือที่เป็นสมาร์ทโฟน สามารถท่องโลกอินเตอร์เนตได้ทุกที่ ทุกเวลา ข้อมูลข่าวสารใกล้ตัวเรามาก ทั้งสิ่งที่เป็นประโยชน์และไม่เป็นประโยชน์ ซึ่งล้วนแต่ต้องใช้สติปัญญาในการตัดสินเพื่อรับข้อมูลทั้งสิ้น

เรื่องแรก ของสัปดาห์นี้ เป็นเรื่องราวความรักไม่มีวันตาย ของหนุ่มสุรินทร์ เจ้าของเฟซบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า Chadil Defftry โดยมีภาพเจ้าบ่าวกำลังบรรจงสวมแหวนให้กับเจ้าสาวที่นอนเป็นศพอยู่ “ขอเชิญร่วมงาน มงคลสมรสของผมและแอน พร้อมกับรดน้ำแอน ในวันที่ 4 ม.ค.55 ที่ วัดหลวงปู่สาม จ.สุรินทร์ มากันเยอะนะครับ” โดยเหตุการณ์นี้ เกิดจากการที่ คนรักของเขาประสบอุบัติเหตุถูกรถชน และเสียชีวิตไปเมื่อก่อนปีใหม่

ถึงแม้จะมีเพียงร่างที่ปราศจากลมหายใจของแฟนสาว แต่ฝ่ายชายก็เลือกที่จะทำตามสัญญาเคยให้ไว้ คือการแต่งงาน ซึ่งเป็นภาพที่เห็นไม่ว่าจะเป็นการบรรจงสวมแหวนแต่งงานและการจุมพิตที่หน้าผาก ทำให้ชาวเน็ตต่างพากันร้องไห้ ทั้งเสียใจและเสียดายกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่เหตุการณ์นี้ก็ทำให้เราได้รู้ว่า “รักแท้มีอยู่จริง” แม้ว่าเส้นทางชีวิตจะต้องจบลง แต่ความรักของเขาทั้งคู่ก็ยังคงอยู่ตลอดไป

ที่มาจาก http://facebook.com/chadildeffy
ที่มาจาก http://facebook.com/chadildeffy

ความคิดเห็นส่วนมากจะชื่นชมในการแสดงความรัก เหตุการณ์นี้เหมือนเป็นการเตือนสติคนทุกคน ว่าทุกวินาทีที่ยังมีลมหายใจ ควรทำอะไรให้กับคนที่เรารัก ก่อนไม่มีโอกาสได้ทำ แต่ก็มีบางคนที่มองว่าอาจไม่สมควรที่จะมาแสดงอะไรแบบนี้ เพราะเป็นเรื่องของกาลเทศะมากกว่า “ดูแล้วสงสาร และก็ซึ้งใจกับภาพที่เห็น แต่ก็นั้นแหละต่างกันก็ต่างจิตใจ ต่างความคิด มองแล้วไม่มีประโยชน์อันใดที่จะเป็นสื่อออกมาอย่างที่เห็น การแต่งงานกับเจ้าสาวที่ไร้ซึ่งลมหายใจจะมีประโยชน์อะไรหากกระทำนั้นเจ้าสาวไม่ได้รับรู้อะไร การกระทำเป็นเพียงลบภาพความผิดของตัวเอง ผู้หญิงทุกคนปรารถนาจะแต่งชุดเจ้าสาวสวยๆ ตอนมีชีวิตอยู่ มีเวลา มีโอกาสให้ทำแต่ไม่ทำ พอเวลาไม่มี โอกาสไม่มีกลับมาทำ แต่ก็ไม่ถือว่าเป็นเขาผิดหรอกนะ แค่ผิดเวลาและเทศะ เวลาคือต้องแต่งก่อนจะสิ้นลม เทศะคือไม่มีใครแต่งงานในสถานที่แบบนั้น เจ้าสาวเอ๋ยไปดีเถิด หากเธออยู่บนสวรรค์จงก้มมาดูเจ้าบ่าวเธอนะ จะรักเธอตลอดไป หรือเพียงไม่มีกี่วันแล้วเขาก็มีใหม่ นั่นแหละคือบทพิสูจน์แห่งรักมากกว่า หลับดีนะ”

“ชีวิตคนเรานั้นสั้น… ขึ้นอยู่กับความกรุณาของพญามัจจุราช จะรีบทำอะไรจงรีบทำเสียก่อนที่จะไม่มีโอกาสได้นะ” , “น่าเห็นใจครับ หากใครไม่เจอแบบนี้ ก็คงจะไม่เข้าใจทำไมผู้ชายคนนี้ทำได้ขนาดนี้ ปีใหม่ที่ผ่านมา ผมก็นั่ง countdown กับ ศพของเพื่อนผม 4 คน ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุยกครัวที่ลำปาง มันเศร้าครับ นั่งฟังเสียงพลุในงานศพเพื่อน พูดไม่ออกเหมือนกัน”

เรื่องที่สอง เมื่อรถบรรทุกและรถเมล์กว่า 100 คันชุมนุมปิดถนนหน้ากระทรวงพลังงาน ใกล้กับ บริษัท ป.ต.ท. จำกัด (มหาชน) ถนนวิภาวดีรังสิต ขาออก เพื่อค้านรัฐบาลขึ้นก๊าซเอ็นจีวี ขณะที่รถแท็กซี่นับร้อยก็ไปชุมนุมรอบทำเนียบรัฐบาล ในวันที่ 8 มกราคม 2555 เพื่อขอคำตอบที่ชัดเจนจากรัฐบาลกรณี ปรับขึ้นก๊าซเอ็นจีวี โดยหากไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจนจากทางรัฐบาล จะพร้อมใจหยุดให้บริการประชาชนทั้งหมด รวมถึงรถบรรทุกจากทั่วประเทศ จะทยอยมาที่กรุงเทพฯ เพื่อกดดันมากขึ้น

แต่สุดท้ายก็เป็นการประท้วงกดดันเพียงวันเดียว ไม่ได้สร้างความลำบากใจใหรัฐบาลซักเท่าไหร่ แต่ที่ได้รับความลำบากใจและเดือดร้อนที่สุดคือประชาชน ผู้ใช้บริการรถสาธารณะ และใช้รถส่วนตัว ที่การจราจรติดขัดและยังไม่มีรถเมล์ให้ใช้บริการเหมือนเดิมอีกในวันนั้น

ประชาชนต่างมีการระบายความเครียด ผ่านช่องทางโซเชี่ยลมีเดียถึงการกระทำครั้งนี้ ว่า “พี่ๆ ที่จะชุมนุมประท้วงปิดถนน ผมขอเสนอให้พี่ “ปิดทางเข้า-ออก บ้านรัฐมนตรี” ที่รับผิดชอบแทนจะดีกว่านะครับ ถ้ายังไม่ได้ผล เขยิบไปปิดหน้าบ้านรองนายกฯ ที่ดูแล อย่างวันนี้พี่แท็กซี่ รถบรรทุก ควรไปปิดบ้าน รมต.พลังงาน ต่อด้วยบ้านรองนายกฯกิตติรัตน์ แต่ทุกครั้งการประท้วง ต้องปิดบ้านนายกฯด้วย (ผู้บริหารสูงสุด)จะได้ผลและได้ใจกว่าการปิดถนนนะครับ” , “ถูกรัฐบาลหลอกให้ติดแก๊ส NGV ค่าติดก็แสนแพง พอหลอกคนไปติดแก๊สได้ตามเป้า มันก็ขึ้นค่าแก๊สซิครับ เกิดเป็นคนไทยก็ต้องรับกรรมไปครับ เพราะคนในรัฐบาลนี้ มันมีหุ้นใน ปตท.ทั้งนั้น พอขึ้นค่าแก๊สปุ๊บพวกมันก็เตรียมตัวรวยได้เลย รับรองหุ้นปตท.ขึ้นกระจาย”

เรื่องที่สาม คนทำศาสนาเสื่อมอีกแล้ว เมื่อมีคลิปหลุดมาทางรายการเรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3 ถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของพระที่อยู่ในผ้าเหลือง ส่ายเอวโยกสะโพกไปมาคล้ายหญิงสาวถือเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมเป็นอย่างมาก ซึ่งพระรูปนี้เป็นถึงเลขาธิการวัดด้วย

กระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงพฤติกรรมไม่เหมาะสมของพระรูปนี้ ซึ่งมีคลิปวิดิโอและนำมาเผยแพร่โดยบุคคลที่บอกว่าเป็นคนรักศาสนาและทนเห็นกับพฤติกรรมของพระของวัดนี้ไม่ไหวแล้วจริงๆ พร้อมทั้งแจ้งว่าพระรูปดังกล่าวมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมมาเป็นระยะเวลายาวนาน มีการเตือนไปแล้วแต่ก็ไม่เป็นผล จึงนำภาพหลักฐานมายืนยันดังกล่าว โดยขณะนี้เจ้าอาวาสวัดดังกล่าว ไดทำทัณฑ์บน พระฉาวรูปนี้แล้วพร้อมทั้งสั่งพักงานเลขาธิการวัดเป็นเวลา 15 วัน หากมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมอีกจะลงโทษขั้นเด็ดขาดให้สึกหรือขับออกจากวัด

แต่ถึงยังไง ก็สร้างความไม่พอใจอย่างมากต่อพุทธศาสนิกชน ที่เลื่อมใสและนับถือในพระพุทธศาสนา หลากหลายความเห็น ซึ่งโดยรวม ไม่พอใจที่มีเหตุการณ์ไม่ดีเช่นนี้มาก พระคือผู้ที่บุคคลกราบไหว้ให้ความนับ ควรมีความสำรวมและอากัปกิริยาที่น่าเลื่อมใส แม้จะเป็นในมุมที่เป็นอารมณ์ขันก็ตาม “พระก็คือคน คนย่อมทำผิดได้ ก็ลงโทษไปตามพระวินัย ถ้าผิดกฏหมายบ้านเมือง ก็จับไปดำเนิดคดี แต่อย่าอ้างคนไม่ดีเพียงหยิบมือมาเป็นเงื่อนไข ที่จะลบหลู่ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์” , “พระหรือแพะ เสื่อมหมดศาสนาไทยเพราะมีมารศาสนาเช่นนี้อยู่ มาทางใหนไปทางนั้นเลย” , “ข้อดีของข่าวพระ คือ เรารู้จุดอ่อนจุดแข็งของบุคคลากรในพระพุทธศาสนา และรู้ทิศทางที่จะพัฒนา
ข้อเสีย คือ ทำให้คนที่มีศรัทธาอยู่แล้ว ก็เสื่อมศรัทธาคนที่ยังไม่เคยมีศรัทธาก็ไม่มีศรัทธาเพิ่ม และข้อเสียอีกแบบ ทำให้คนโง่ด่าเหมารวม เห็นคนผิดคนเดี่ยว ทำเป็นมองไม่เห็นพระพุทธเจ้า ทำเป็นมองไม่เห็นพระธรรม ทำเป็นมองไม่เห็นพระสงฆ์ ทั้งในอดีต และปัจจุบัน และทั้งที่ยังจะมีเพิ่มขึ้นในอนาคต”

เรื่องที่สี่ จากคลิปวิดิโอ ที่มีข้าราชการซี7 ชื่อนายสมบัติ ชาติไชยไววิทย์ หัวหน้าฝ่ายตรวจผู้โดยสาร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กรมศุลกากร ตบบ้องหูนายศิริชัย ใหม่ชุ่ม เจ้าหน้าที่ประจำท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เนื่องจากไม่พอใจที่ถูกตรวจค้น โดยตามข่าว นายสมบัติ ไม่ได้พกบัตรประจำตัวมา เจ้าหน้าที่เป็น outsource ของบริษัทล็อกซเล่ย์ ไม่ใช่พนักงานของสนามบินจึงขอตรวจตามกฏระเบียบเพราะไม่รู้จัก จึงโดนต่อว่าและทำร้ายร่างกาย จนนายศิริชัย แก้วหูฉีกขาด มีอาการเวียนหัว และอาเจียน อีกด้วย

เหตุการณ์นี้ ทำให้ถูกมองว่าเป็นความไม่ถูกต้อง ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่วางอำนาจ ใช้อภิสิทธิ์เกินไป เกิดมาเป็นมนุษย์ มีความเท่ากัน ไม่ว่าจะะใหญ่หรือเล็ก ควรปฏิบัติตามกฏระเบียบของสังคม และพึงระวังการทำผิด ทุจริต ที่รู้อยู่แก่ใจ พลังของโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค ยิ่งใหญ่กว่าที่คิด และหวังว่าจะมีความถูกต้องเกิดขึ้น ไม่ว่ามันจะมากหรือน้อยในสายตาใครก็ตาม

ซึ่ง ชาวโซเชี่ยลเน็คเวิร์ค ต่างให้ความเห็นกกันว่า “คนดัง คนมียศ คนมีเงิน ในประเทศไทยทำไม่ผิด ติดยา ยอมไปบำบัดก็ไม่ติดคุก ถ้าเป็นคนจนคงเข้าคุกไปแล้ว หมดอนาคตแล้วประเทศไทย เป็นห่วงตัวเองจัง ไม่มีเส้นสายกับใครซะด้วย” , “เค้าก็ทำตามหน้าที่ ผิดตรงไหน เค้าไม่ได้มีหน้าที่มายืนดูว่าใคร มีตำแหน่งซี 7 หรือตำแหน่งอะไรก็ตาม แล้วก็ให้ผ่านไป แล้วคุณละก็แค่ ซี7 สงสัยคอรัปชั่นเงินไปเที่ยวแน่นอน”

มาถึงเรื่องที่ห้า ของสัปดาห์นี้ เป็นเรื่องความสามารถเฉพาะตัวของผู้หญิง ที่ผู้ชายทั้งหลายต่างพากันหวาดกลัวต้องคิดแล้วคิดอีกกันเลยทีเดียว ใครจะรู้ว่ามหัศจรรย์ของการแต่งหน้าจะเปลี่ยนแปลงคนไดอย่างไม่น่าเชื่อ เมื่อมีคลิปวิดิโอจากสาวจีน ที่มีใบหน้าธรรมดา มาแต่งหน้าเปรียบเทียบกันให้เห็นความแตกต่าง คนดูถึงกลับอึ้งกันเลยทีเดียว จากดวงตาที่เล็กหยี กลายเป็นดวงตาโตสวยงาม ใบหน้าก็สวยอย่างกับคนละคน ไม่ต้องศัลยกรรมก็สวยได้ แบบนี้เขาเรียกว่าได่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่งจริงๆ

ที่มาจาก http://video.sanook.com/player/index.php?videoID=454105
ที่มาจาก http://video.sanook.com/player/index.php?videoID=454105

เป็นข้อดีที่ทำให้เรารู้ว่าโลกปัจจุบัน รุดหน้าไปมากในทุกๆ เรื่อง ชาวเน็ตจึงให้คำชื่นชมกับคลิปนี้กันมาก “เค้าทำให้เปรียบเทียบกันค่ะ จะได้เข้าใจง่ายๆจะได้เห็นความแตกต่างชัดๆ” , “สวยจนน่าตกใจเลย ที่นี้เวลาจะจีบใครสักคน คงต้องคิดนานเลย” , “มหัศจรรย์ของผู้หญิง คือการแต่งหน้า แต่งตัวนี่แหละ เพราะผู้หญิงก็มีเวทมนต์”