สอวช. ผนึก Plant-Rich Leaders ชวนองค์กรไทยเพิ่มทางเลือกอาหารจากพืช 30% ใน 1 ปี

ข่าวประชาสัมพันธ์

ดร.สิริพร พิทยโสภณ รองผู้อำนวยการ สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.)

สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ Future Table สมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย (Global Compact Network Thailand) Humane World for Animals และภาคีเครือข่าย จัดงาน Plant-Rich Leaders: Awards & Showcase 2026 ภายใต้ Bangkok Climate Action Week 2026 ณ สมาคมฝรั่งเศสกรุงเทพ ถนนวิทยุ

ดร.สิริพร สิริพร พิทยโสภณ รองผู้อำนวยการ สอวช. กล่าวว่า อาหารเป็นจุดเชื่อมระหว่างสุขภาพ เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม การปรับระบบอาหารจึงไม่อาจเกิดจากผู้ผลิตได้เพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยภาคบริการและภาคการบริโภคร่วมด้วย โดยองค์กรสามารถเริ่มต้นได้จากสิ่งที่จัดซื้อ จำหน่าย และให้บริการในแต่ละวัน ตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบในท้องถิ่น การลดขยะอาหาร ไปจนถึงการเพิ่มธัญพืช ผัก ผลไม้ ถั่ว และโปรตีนจากพืชในเมนูให้หลากหลายและน่ารับประทานมากขึ้น เพื่อเป็นตัวเลือกให้กับผู้บริโภค

สำหรับโครงการ Plant 30% Leaders Club สอวช. ได้ร่วมกับภาคีจัดตั้งขึ้น เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการและองค์กรต่างๆ ปรับเปลี่ยนสัดส่วนอาหารในเมนูรายการสินค้า หรือการจัดซื้อจัดเลี้ยงในองค์กร ให้มีองค์ประกอบจากพืช (Plant-Rich) เพิ่มขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม และส่งเสริมการยกระดับสุขภาวะของประชาชน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมถึงขับเคลื่อนระบบอาหารที่ยั่งยืนของประเทศไทย ซึ่งที่ผ่านมาได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการร้านอาหาร โรงแรม โรงพยาบาลและร้านค้าเป็นอย่างดีโดยองค์กรสมาชิกที่เข้าร่วมสามารถเลือกแนวทางที่เหมาะกับรูปแบบธุรกิจของตัวเองได้ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มเมนูและสินค้า การเพิ่มสัดส่วนวัตถุดิบหรือโปรตีนจากพืช หรือการปรับนโยบายจัดซื้อและจัดเลี้ยง โดยตั้งเป้าให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไม่น้อยกว่า 30% ภายใน 1 ปี พร้อมติดตามผลจากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจริงในเมนู ผลิตภัณฑ์ และการจัดซื้อ

“Plant-Rich ไม่ได้หมายถึงการบังคับให้ทุกคนเป็นมังสวิรัติหรือเลิกบริโภคเนื้อสัตว์ทั้งหมด แต่คือการเพิ่มสัดส่วนความหลากหลาย คุณภาพ และความน่ารับประทานของอาหารจากพืช เพื่อให้ผู้บริโภคมองเห็น เข้าถึง และเลือกได้ง่ายขึ้น เป้าหมาย 30% จึงไม่ใช่เพดาน แต่เป็นก้าวแรกที่ชัดเจน ที่สามารถนําไปปฏิบัติและติดตามความก้าวหน้าได้โดยมีPlant 30% Leaders Club ทำหน้าที่เป็นพื้นที่ให้องค์กรสมาชิกประกาศเจตนารมณ์ แลกเปลี่ยนวิธีดำเนินงานเรียนรู้จากกรณีจริง สื่อสารความสำเร็จ และสร้างความร่วมมือหรือจับคู่ธุรกิจ เพื่อเปลี่ยนเป้าหมาย 30% ให้เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ผู้บริโภคมองเห็นและสัมผัสได้” ดร.สิริพร กล่าว

ดร.สิริพร กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ประกอบการและองค์กรมีบทบาทสำคัญในการกําหนดสิ่งที่ผู้บริโภคมองเห็นและตัดสินใจเลือก หากผู้นํากลุ่มแรกแสดงให้เห็นว่าทางเลือก Plant-Rich สามารถทำได้จริง ทั้งในด้านรสชาติ ราคา และการดำเนินธุรกิจ จะช่วยลดความเสี่ยงและสร้างแรงจูงใจให้องค์กรอื่นดำเนินการตาม ขณะเดียวกัน ความต้องการเมนู Plant-Rich ยังส่งสัญญาณไปตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่เกษตรกร ผู้ผลิตวัตถุดิบและส่วนประกอบอาหาร ผู้ประกอบการอาหารแปรรูป เชฟ ร้านอาหาร โรงแรม โรงพยาบาล ไปจนถึงธุรกิจท่องเที่ยวและสุขภาพ

การขับเคลื่อนดังกล่าวจึงเป็นทั้งวาระด้านสุขภาพและโอกาสทางเศรษฐกิจของไทย โดยช่วยสร้างตลาดให้วัตถุดิบโปรตีนสูงและความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศ เช่น ไข่ผำ ถั่ว และเห็ด ต่อยอดสู่อาหารและส่วนประกอบอาหารมูลค่าสูง ตลอดจนสนับสนุนเป้าหมายเพิ่มมูลค่าอุตสาหกรรมอาหารอนาคตของไทย เป็น 500,000 ล้านบาทภายในปี 2570

อย่างไรก็ตาม ภายในงานยังได้มีการมอบรางวัล Plant-Rich Leaders ให้กับหน่วยงานหรือองค์กรที่ให้คํามั่นสัญญาว่าจะปรับเปลี่ยนเมนูหรือรายการสินค้าต่าง ๆ ไปสู่เมนูจากพืช และประกาศเจตนารมณ์ขององค์กรสมาชิก Plant 30% Leaders Club ครอบคลุมโรงแรม ผู้ประกอบการร้านอาหาร ผู้ผลิตและค้าปลีกอาหาร รวมถึงองค์กรผู้จัดซื้อและจัดเลี้ยง พร้อมจัดนิทรรศการนวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต และสาธิตการปรุงอาหาร Plant-Rich เพื่อเป็นตัวอย่างแนวทางการออกแบบเมนูอาหารให้หน่วยงาน องค์กร หรือผู้ประกอบการที่เข้าร่วม สามารถนําไปประยุกต์ใช้ได้จริง

“วันนี้เราไม่ได้มาร่วมกันเพียงเพื่อมอบรางวัล แต่เรากําลังสร้างกลุ่มผู้นําที่จะพิสูจน์ว่า อาหารที่ดีต่อสุขภาพ ดีต่อธุรกิจ และดีต่อโลก สามารถอร่อย เข้าถึงง่าย และเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันได้ สอวช. ขอเชิญชวนหน่วยงานที่สนใจเข้าร่วมเครือข่าย และสนับสนุนร่วมกันทำให้ทางเลือก Plant-Rich กลายเป็นเรื่องง่ายสำหรับทุกคน” ดร.สิริพร กล่าว