น้ำท่วมกรุงเทพฯชี้ไม่มีคนมอนิเตอร์ จัด ‘จราจรน้ำ-เครื่องสูบน้ำประสิทธิภาพ 30%’ คาด 2-3 วันน้ำลด

ที่มาภาพ : https://www.facebook.com/photo?fbid=2981146505581562&set=a.364974780532094

จากสถานการณ์ฝนตกต่อเนื่องในพื้นที่กรุงเทพมหานครตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน 2569 จนถึงวันที่ 26 กันยายน 2569 ทำให้น้ำท่วมหนักในหลายพื้นที่ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร ประกาศให้กรุงเทพมหานครทั้ง 50 เขต เป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย 

นายอรรถเศรษฐ์ เพชรมีศรี ผู้เชี่ยวชาญการบริหารจัดการน้ำ และอดีตที่ปรึกษาผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร ให้ความเห็นต่อกรณ๊น้ำท่วมในครั้งนี้ว่า “กทม.รู้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่าจะมีหย่อมความกดอากาศ และเป็นร่องความกดอากาศพาดผ่านอยู่บนกทม. ซึ่งหย่อมมันอยู่ตรงพื้นที่ กทม. เลย ตั้งอยู่พอดีเป๊ะ ทีนี้ ‘การเป็นหย่อม’ มันจะแช่ มันไม่ได้ถูกพัดไปเลยทีเดียว ไม่ได้เข้ามาแล้วออกไปได้เลย มันหมุนอยู่ในศูนย์กลางของ กทม. ก็พาความชื้นจากอ่าวไทยขึ้นมา”

พร้อมกล่าวต่อว่า ‘ประเด็นมันอยู่ที่เมื่อเรารู้และมันคาดการณ์ได้ พอคาดการณ์ได้เราต้องพร่องน้ำทั้งหมด ในคลองสำคัญๆ ให้ลงให้หมด ให้ลงแบบลงให้หมดเลย จะเลี้ยงน้ำไว้ไม่ได้ คำถามก็คือว่า เกณฑ์การพร่องน้ำ ปัจจุบันมีเกณฑ์การพร่องน้ำ แต่จากข้อมูลพยากรณ์อากาศที่บ่งชี้ชัด มันต้องปรับปรุงเกณฑ์การพร่องน้ำให้ลึกลงไปอีก ไม่ใช่ว่าคุณจะพร่องได้ระดับเท่านี้ เพราะถ้าพร่องได้ระดับขนาดนี้ ก็รู้ว่ามันเอาไม่อยู่”

โดยย้ำว่าการพร่องน้ำมันมีเกณฑ์ในบางพื้นที่ เช่น คลองนี้คุมน้ำติดลบเท่านี้ๆ แตกต่างกันไป เรารู้อยู่ว่าที่ผ่านมาการคุมน้ำแบบนี้ มันไม่ได้ผล ต้องปรับเกณฑ์ในการคุมน้ำใหม่ เมื่อมีหย่อมความกดอากาศเข้า มีร่องมรสุมเข้าหรืออะไรเข้ามาเราต้องคุมน้ำ ‘นอกตาราง’ ต้องคุมน้ำให้มันติดกับขอบกับท้องคลองไปเลย รวมทั้งต้องตรวจสอบเครื่องสูบน้ำ ในสถานีที่สำคัญที่สุดก็คือสถานีปลาย คือสถานีที่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งหมด  ที่ต้องเอาน้ำออก เพราะฉะนั้นสถานีสูบน้ำพวกนี้ต้องพร้อมใช้งาน 100%  เครื่องสูบน้ำที่อยู่ในสถานีปลายต้องประสิทธิภาพต้อง 100 % ทั้งหมด แต่สถานีปลายมีประสิทธิภาพประมาณ 30%

“วันนี้มันก็ยังคงเป็นอย่างนั้นอยู่ ซ้ำร้ายบางสถานียังอยู่ในช่วงปรับปรุงอยู่ ทำให้เครื่องสูบน้ำใช้งานไม่ได้ อันนี้เลยเป็นปัญหาที่จะเอาน้ำออกจากพื้นที่ได้ช้า รวมทั้งการบริหารจัดการน้ำหรือการคอนโทรลน้ำ ให้เอาออกจากพื้นที่ในคลองต่างๆ โดยใช้ศักยภาพของอุโมงค์ในการเอาออก อันนี้ก็สั่งการได้ช้า ต้องใช้อุโมงค์เป็นตัวช่วยตั้งแต่ต้น คำถามว่ามีบางอุโมงค์ คือคลองที่สำคัญๆ ในตอนบนคือคลองเปรมประชากร คลองลาดพร้าว ซึ่งคลองลาดพร้าวจะมาชนกับคลองแสนแสบ ระหว่างคลองลาดพร้าวชนแสนแสบมีอุโมงค์พระราม 9 อยู่”

ทั้งนี้ระหว่างทางคลองลาดพร้าว มีตั้งแต่อุโมงค์บางซื่อ มักกะสัน แล้วดิ่งลงมาถึงพระราม 9 แต่น้ำของคลองลาดพร้าวไม่ถูกตัดเข้าคลองบางซื่อ เพื่อลงอุโมงค์บางซื่อ เมื่อตัดยอดน้ำไม่ได้ พอน้ำดิ่งลงมา น้ำของคลองลาดพร้าวก็ไปแย่งการรับน้ำของคลองแสนแสบ ถ้าสามารถตัดน้ำจากคลองลาดพร้าวได้ แสนแสบรองรับน้ำเข้าได้เยอะขึ้น อุโมงค์จะระบายน้ำออกพระโขนงเลย ทำให้น้ำคลองแสนแสบด้านในทั้งหมดดีขึ้น จะลดลงเร็วขึ้น

“นี่คือเป็นเรื่องของการตัดสินใจและการบริหาร ในภาวะที่มีน้ำหลากเข้ามาแบบนี้ มันขึ้นอยู่กับการตัดสินใจ ตั้งแต่คนมอนิเตอร์ที่คอยสั่งการว่าจะทำอย่างไร คำถามวันนี้ก็คือ กทม.ไม่มีใครมอนิเตอร์ ไม่มีคนสั่งการเพื่อจัดจราจรน้ำ อาทิเช่น สั่งปิดน้ำจากคลองลาดพร้าวก่อนอย่าเพิ่งเอาเข้า เอาน้ำจากคลองลาดพร้าวไปลงที่มักกะสัน แล้วเอาน้ำจากคลองแสนแสบเข้า ต้องมีคนสั่งเพื่อจัดจราจรน้ำ ว่าอันนี้ไปก่อน แล้วอันนี้ค่อยไป เพื่อที่จะบริหารจัดการน้ำให้มันถูก แต่วันนี้มันไม่มีคนมอนิเตอร์ ถึงแม้มีข้าราชการ เวลาเขาลงไป เขาก็ลงไปทำงานในพื้นที่ แต่มันต้องมีคนที่คอยมอนิเตอร์ให้เขา เขาจะมองไม่เห็นว่าภาพรวมว่าเป็นอย่างไร”

“คนมอนิเตอร์สำคัญต้องเห็นภาพรวม ต้องมีประสบการณ์ อย่างเช่น ทำไมน้ำหน้าสถานีมันต่ำ แสดงว่าน้ำไม่ไหลไปที่สถานี เพราะฉะนั้นมันจะต้องมีอะไรที่ขวางทางน้ำอยู่ ก็ต้องเร่งให้ไปเปิดทางน้ำนั้นให้ได้ เรื่องพวกนี้มันไม่ใช่บอกว่าใช้เทคโนโลยีมาตัดสินใจได้หมด มันไม่ใช่ ต้องใช้ประสบการณ์ด้วย ต้องดูให้เป็นด้วยว่ามันเกิดอะไรขึ้น พอเห็นผังน้ำ เห็นระดับน้ำ ต้องเข้าใจแล้วว่าควรที่จะต้องทำอะไร วันนี้เชื่อว่าไม่มีคนมอนิเตอร์”

https://www.facebook.com/photo?fbid=2985433011819578&set=a.310787915950781

พร้อมย้ำว่า “ฝนตกครั้งนี้ (24-27 กันยายน 2569) เรารู้ล่วงหน้า ตั้งแต่วันที่ 23-24 กันยายน แล้วว่าฝนมันจะเข้ามา เอาจริงๆ ถ้าสถานีสูบน้ำทุกสถานี รวมทั้งอุโมงค์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ เราคิดว่ากรุงเทพฯ อาจจะท่วมแบบนี้ แต่แป๊บเดียว ไม่นาน มันจะระบายได้เร็วขึ้น แต่พอเราไม่ทำให้มันมีพื้นที่รับน้ำมากพอ หมายความว่าเราไม่พร่องน้ำมากพอ มันก็เลยเกิดประเด็น น้ำรอระบาย รวมทั้งประสิทธิภาพสถานีปลายที่จะลงแม่น้ำเจ้าพระยา มันสูบออกได้น้อยลง แล้วบางสถานีตอนนี้ก็ปรับปรุงอยู่ ทำให้น้ำออกจากพื้นที่ได้ช้า”

“พอฝนใหม่เข้ามาเติม ของเก่ายังไม่ออกเลย ใหม่ก็มา แม้ฝนตกตั้งแต่วันที่ 24 เวลา 16.00 น. จนถึงปัจจุบัน แตะประมาณสัก 300 มิลลิเมตร ฝนสะสมรวมกันเกือบ 2 วัน 300 มิลลิเมตร คือมันไม่ได้ตกแบบเป็นเรนบอมบ์ เพราะฉะนั้นมันมีเวลา ฝนตกๆ หยุดๆ ปานกลางสลับเบา การตกแบบนี้ มีเวลาที่จะเอาน้ำออกจากพื้นที่ได้พอสมควรเลย ขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการว่าคุณจะจัดการอย่างไร”

ดังนั้นสิ่งสำคัญในการบริหารจัดการน้ำท่วม หัวใจคือสถานีสูบน้ำปลายทางที่ต้องเอาออกแม่น้ำเจ้าพระยา รองลงมาคือเส้นเลือดใหญ่ก็คือคลองสายหลัก คลองซอย ส่วนเส้นเลือดฝอยคือท่อ ท่อระบายน้ำที่ลำเลียงน้ำจากถนน จากหมู่บ้านออกไป แต่ถ้าคลองสายหลักและหัวใจมันไม่ดี มันทำอะไรยาก  น้ำท่วมครั้งนี้บอกให้เห็นเลยว่าสำคัญที่สุดคือหัวใจ วันนี้น้ำมันออกไม่ได้ ให้เส้นเลือดฝอยดีขนาดไหนแต่หัวใจทำงานไม่ได้เต็มที่ น้ำออกได้อย่างไร ก็ไม่ได้ ตายหมดทั้งเมือง ภาพมันเป็นอย่างนี้จริงๆ

“ช่วงนี้น้ำเจ้าพระยาสูง บางช่วงต้องปิดประตูน้ำ ระหว่างที่เปิดประตูน้ำไม่ได้ ก็ต้องวสูบน้ำออกไป สูบสู้กัน พอน้ำเจ้าพระยามันต่ำลง ก็เปิดประตูเพื่อน้ำในก็ออกได้ เมื่อน้ำนอกมันต่ำกว่าน้ำใน เราก็เปิดประตูให้น้ำในออกไป จะช่วยทำให้ระบายเร็วขึ้น ทั้งเปิดประตู ทั้งสูบ ตอนนี้ต้องรอทางนี้ทางเดียว และยังต้องสูบ สูบสู้ไปเรื่อยๆ อยู่”

เมื่อถามว่าสำหรับเครื่องสูบน้ำที่ทำงานอยู่ จะทำงานไหวไหม และบางสถานีที่ทำงานไม่เต็มที่ หามาเสริมทันไหม นายอรรถเศรษฐ์กล่าวว่า “ตอนนี้ไม่ทัน ตอนนี้เราไม่รู้หรอกว่า เครื่องมันเดินมา 2 วันแล้ว เราไม่รู้หรอกว่าจะเกิดอะไรขึ้น ตอนนี้ต้องรอให้น้ำเจ้าพระยามันต่ำลง แล้วให้เขาเปิดประตูระบายน้ำออก ถ้าฝนหยุดตก กับปริมาณน้ำเดิมที่รอระบายเต็มพื้นที่ คาดว่าต้องใช้ถึง 2 วัน ถึงจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ โดยที่ต้องเดินเครื่องสูบน้ำแบบต่อเนื่อง 2-3 วันเต็ม ถึงจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

ที่มาภาพ : https://www.facebook.com/d.ng.xrrth.sers.th เฟชบุ๊กแดง อรรถเศรษฐ์

ล่าสุดนายอรรถเศรษฐ์ โพสต์เฟซบุ๊กเช้าวันที่ 27 กันยายน 2569 ว่า “ฝากถึงผู้บัญชาการระบายน้ำกรุงเทพว่า ให้พิจารณา คลองลาดพร้าวจากจุดวัดที่ ปตร56 น้ำลดลงมา20เซ็นแล้ว ส่วนคลองแสนแสบน้ำทรงตัวไม่ลด ช่วยพิจารณาเปิด ปตร ศูนย์วิจัย เพื่อให้น้ำคลองแสนแสบได้เข้าไปยังอุโมงค์มักกะสัน และช่วยหยุดสูบเติมน้ำจากสถานีริมคลองด้านใต้ สถานีวัดศรีบุญเรือง โต๊ะยอ คลองจิก กะจะ ทำแบบนี้เพื่อลดน้ำย่านบางกะปิ รามคำแหง และย่านบางกะปิ ยังมีการก่อสร้างดาดท้องคลอง ตาหนัง ยายเผื่อน ขวางทางน้ำอยู่เต็มคลองทำให้น้ำในพื้นที่ลงยากเข้าไปอีก ผมช่วยมอนิเตอร์เผื่อท่านตกหล่นคิดไม่ถึง อาจจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยแล้วแต่ท่านพิจารณา”