
ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ มาตรการกีดกันทางการค้า และกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น ผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องเร่งปรับตัวและมองหาโอกาสใหม่ในการขยายธุรกิจสู่ตลาดที่มีศักยภาพสูง หนึ่งในตลาดที่น่าจับตามองคือ “ตลาดฮาลาลโลก” ซึ่งมีผู้บริโภคมุสลิมมากกว่า 2,000 ล้านคนทั่วโลก และมีมูลค่าทางเศรษฐกิจเติบโตอย่างต่อเนื่อง การกระจายตลาดส่งออกไปยังประเทศสมาชิกองค์การความร่วมมืออิสลาม (OIC) โดยเฉพาะอินโดนีเซีย มาเลเซีย และซาอุดีอาระเบีย จึงเป็นกลยุทธ์สำคัญในการสร้างการเติบโตและลดความเสี่ยงทางธุรกิจของผู้ประกอบการไทยในระยะยาว
ดร.มีนา ภัทรนาวิก ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) นางสาวแอนเจลา อังเกรนี่ ซูโวโน อัครราชทูตที่ปรึกษา ฝ่ายเศรษฐกิจและ UN-ESCAP สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินโดนีเซียประจำประเทศไทย นายฮาร์ดี้ จันดรา ประธานหอการค้าอินโดนีเซีย-ไทย (Indonesia-Thai Chamber of Commerce: INTCC) นางสาวพีชยา จิระธรรมกิจกุล ผู้จัดการงานอุตสาหกรรมอาหาร เกษตร และสุขภาพ ฝ่ายสนับสนุนการสร้างนวัตกรรมภาคเอกชน โปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP) ภายใต้สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้เข้าร่วมพิธีเปิดกิจกรรม “Export Tools for SMEs” ภายใต้โครงการ HALAL BRIDGE Program 2026 ซึ่ง EXIM BANK ร่วมกับ ITAP ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ibank) และสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) จัดขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมและยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการไทยให้สามารถขยายธุรกิจสู่ตลาดฮาลาลและตลาดต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการเสริมองค์ความรู้ด้านการตลาด การพัฒนาผลิตภัณฑ์ มาตรฐานและการรับรอง การสร้างแบรนด์ การเชื่อมโยงโอกาสทางธุรกิจ และการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่เหมาะสม ณ โรงแรมจูบิลี เพรสทีจน์ รัชดาภิเษก เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569
HALAL BRIDGE Program 2026 มุ่งสร้าง Business Ecosystem ที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม เครือข่ายธุรกิจ และแหล่งเงินทุน เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถพัฒนาสินค้า ยกระดับมาตรฐาน สร้างแบรนด์ ขยายตลาด และเชื่อมโยงโอกาสทางธุรกิจกับคู่ค้าในต่างประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานพันธมิตรในการส่งเสริมการวิจัยตลาด การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ตลอดจนการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา
ในฐานะ Export Co-pilot EXIM BANK พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการไทยในทุกขั้นตอนของการเติบโต ตั้งแต่การประเมินศักยภาพธุรกิจ การให้คำปรึกษาด้านการค้าระหว่างประเทศ การวางกลยุทธ์ขยายตลาด การเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจ ไปจนถึงการสนับสนุนสินเชื่อ ประกันการส่งออก และเครื่องมือบริหารความเสี่ยงทางการค้า เพื่อสร้าง “สะพานแห่งโอกาส” ให้ผู้ประกอบการไทยก้าวสู่ตลาดฮาลาลและตลาดโลกได้อย่างมั่นใจ
นายดอนนี โยกันโตโร เลขาธิการหอการค้าอินโดนีเซีย-ไทย เปิดเผยว่า อินโดนีเซียเป็นหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์ที่มีศักยภาพสูงสำหรับผู้ประกอบการไทย โดยมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP Growth) 5.61% ในไตรมาสแรกของปี 2569 และเป็นประเทศที่ได้รับการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) สูงเป็นอันดับ 2 ของอาเซียน รองจากสิงคโปร์ สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั่วโลกต่อเศรษฐกิจอินโดนีเซีย
ปัจจุบันอินโดนีเซียมีประชากรมากกว่า 290 ล้านคน และมีชนชั้นกลางกว่า 45 ล้านคนที่มีกำลังซื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม สินค้าพรีเมียม สินค้าฮาลาล และผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตยุคใหม่ ขณะเดียวกัน ประเทศยังมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตกว่า 212 ล้านคน และผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ประมาณ 180 ล้านคน ทำให้ช่องทาง Digital Marketing, Social Commerce และ E-Commerce เป็นเครื่องมือสำคัญในการเข้าถึงผู้บริโภค
โอกาสของผู้ประกอบการไทยในตลาดอินโดนีเซียครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งอาหารและเครื่องดื่มฮาลาล เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์สุขภาพ บริการดิจิทัล เศรษฐกิจสีเขียว พลังงานสะอาด และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ไฟฟ้า (EV)
อย่างไรก็ตาม การเข้าสู่ตลาดอินโดนีเซียจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมด้านกฎระเบียบและมาตรฐานอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะการรับรองฮาลาล การขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์กับสำนักงานอาหารและยาของอินโดนีเซีย (BPOM) และมาตรฐานแห่งชาติอินโดนีเซีย (SNI) ซึ่งเป็นข้อกำหนดสำคัญสำหรับสินค้าอาหาร เครื่องดื่ม เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์สุขภาพ
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการขยายธุรกิจสู่ต่างประเทศคือ การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา นางปานรดา คุวานนท์ นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการ กองส่งเสริมพัฒนาทรัพย์สินทางปัญญา กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศเป้าหมายเป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการไม่ควรมองข้าม เพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิและสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในตลาดโลก
ปัจจุบันประเทศไทยเป็นภาคีพิธีสารมาดริด (Madrid Protocol) ทำให้ผู้ประกอบการสามารถยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเพื่อรับความคุ้มครองในหลายประเทศผ่านการยื่นคำขอเพียงครั้งเดียวกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา ช่วยลดต้นทุนและอำนวยความสะดวกในการขยายธุรกิจสู่ต่างประเทศ
ผู้ประกอบการที่สนใจขยายตลาดใหม่และเพิ่มโอกาสทางธุรกิจในตลาดฮาลาล สามารถขอรับคำปรึกษาและบริการทางการเงินจาก EXIM BANK ได้ที่ EXIM Contact Center โทร. 0 2169 9999 หรือ Facebook “EXIM Bank of Thailand” โดย EXIM BANK พร้อมเป็นพันธมิตรเคียงข้างผู้ประกอบการไทยในการยกระดับศักยภาพธุรกิจ บริหารความเสี่ยง และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในตลาดโลก



