การค้าชายแดนและผ่านแดนไทย ส.ค. 68 หดตัว -3.1%ค้าชายแดนลบ -23.6% ผ่านแดนยังบวก +20.9% ส่งออกข้าวไทย 8 เดือน กว่า 5 ล้านตัน

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ

การค้าชายแดนและผ่านแดนไทย ส.ค. 68 หดตัว -3.1%ค้าชายแดนลบ -23.6% ผ่านแดนยังบวก +20.9% รวม 8 เดือนขยายตัว 9.2% ส่วนส่งออกข้าวไทย 8 เดือน กว่า 5 ล้านตัน

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยตัวเลขการค้าชายแดนและการค้าผ่านแดน เดือนสิงหาคม 2568 มีมูลค่าการค้ารวม 150,131 ล้านบาท หดตัว -3.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นการส่งออก 75,056 ล้านบาท (-14.7%) และการนำเข้า 75,074 ล้านบาท (+12.2%) โดยไทยขาดดุลการค้าในเดือนสิงหาคม 2568 ทั้งสิ้น -18 ล้านบาท

ขณะที่ 8 เดือนแรกของปี 2568 การค้าชายแดนและการค้าผ่านแดนมีมูลค่าการค้ารวม 1,338,400 ล้านบาท (+9.2%) เป็นการส่งออก 763,533 ล้านบาท (+7.6%) การนำเข้า 574,867 ล้านบาท (+11.4%) และไทยได้ดุลการค้า 188,666 ล้านบาท

การค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน 4 ประเทศ เดือนสิงหาคม 2568 มีมูลค่าการค้ารวม 63,938 ล้านบาท (-23.6%) เป็นการส่งออก 33,951 ล้านบาท (-30.1%) การนำเข้า 29,986 ล้านบาท (-14.5%) และไทยได้ดุลการค้ารวมทั้งสิ้น 3,965 ล้านบาท โดยการค้าชายแดนกับมาเลเซียมีมูลค่าสูงสุด 26,969 ล้านบาท (-5.7%) รองลงมา คือ สปป.ลาว 23,131 ล้านบาท (-0.1%) เมียนมา 13,827 ล้านบาท (-20.8%) และกัมพูชา 10 ล้านบาท (-99.9%) ซึ่งสินค้าส่งออกชายแดนสำคัญในเดือนสิงหาคม 2568 ได้แก่ น้ำมันดีเซล 2,051 ล้านบาท เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อื่น ๆ 1,350 ล้านบาท และน้ำมันสำเร็จรูปอื่นๆ 1,117 ล้านบาท ทำให้ 8 เดือนแรกของปี 2568 การค้าชายแดนมีมูลค่ารวม 636,219 ล้านบาท (-3.6%) เป็นการส่งออก 377,902 ล้านบาท (-6.7%) และการนำเข้า 258,317 ล้านบาท (+1.2%)

ด้านการค้าผ่านแดนไปประเทศที่สาม เดือนสิงหาคม 2568 มีมูลค่าการค้ารวม 86,193ล้านบาท (+20.9%) เป็นการส่งออก 41,105 ล้านบาท (+4.3%) และการนำเข้า 45,088 ล้านบาท(+41.5%) โดยการค้าผ่านแดนไปจีน มีมูลค่าสูงที่สุด 41,181 ล้านบาท (+12.9%) รองลงมาคือ สิงคโปร์ และเวียดนาม มีมูลค่า 14,279 ล้านบาท (+56.0%) และ 8,361 ล้านบาท (+27.8%) ตามลำดับ ซึ่งสินค้าส่งออกผ่านแดนสำคัญในเดือนสิงหาคม 2568 ได้แก่ ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ 7,135 ล้านบาท ทุเรียนสด 7,095 ล้านบาท และเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อื่น ๆ 2,339 ล้านบาท ทำให้ 8 เดือนแรกของปี 2568 การค้าผ่านแดนมีมูลค่ารวม 702,181 ล้านบาท (+24.2%) เป็นการส่งออก 385,631 ล้านบาท (+26.5%) และการนำเข้า 316,550 ล้านบาท (+21.4%)  

………

ส่งออกข้าวไทย 8 เดือน กว่า 5 ล้านตัน

กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เผย 8 เดือนของปี 2568 (มกราคม – สิงหาคม)ไทยส่งออกข้าวได้ 5.04 ล้านตัน แม้ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนจากผลผลิตข้าวโลกที่เพิ่มขึ้นมาก แต่ยังสะท้อนถึงความเชื่อมั่นในคุณภาพข้าวไทยของผู้บริโภค ซึ่งข้าวพรีเมียมของไทยยังคงได้รับความนิยมในตลาดโลก โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิและข้าวกล้อง รวมถึงข้าวนึ่งที่มีการเติบโตเชิงบวก ดึงดูดตลาดสำคัญอย่างจีน แอฟริกาใต้ และสหรัฐฯ ที่ยังคงนำเข้าข้าวไทยเพิ่มขึ้น พร้อมเดินเกมส์ขยายตลาดเชิงรุก 3 เดือนหลังต่อเนื่อง

นางอารดากล่าวว่าปี 2568 (มกราคม –สิงหาคม) ไทยส่งออกข้าวปริมาณ 5.04 ล้านตัน ลดลง 23.98% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีปริมาณส่งออกอยู่ที่ 6.63 ล้านตัน และมีมูลค่า 2,987 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 99,061 ล้านบาท) ลดลง 30.58% จากปีก่อนที่มีมูลค่า 4,303 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 153,913 ล้านบาท) โดยปัจจัยที่มีผลทำให้การส่งออกลดลงมาจากประเทศผู้ส่งออกและผู้นำเข้าหลักต่างมีผลผลิตข้าวเพิ่มขึ้น เนื่องจากปริมาณน้ำและสภาพอากาศเอื้ออำนวยต่อการเพาะปลูก ส่งผลให้ปริมาณข้าวในตลาดโลกสูงกว่าความต้องการ ซึ่งก่อให้เกิดแรงกดดันด้านราคา ประกอบกับประเทศผู้นำเข้าสำคัญของโลกอย่างอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ที่ชะลอการนำเข้าข้าว นอกจากนี้ ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นยังเป็นอีกปัจจัยที่กดดันการส่งออกทำให้ราคาสินค้าส่งออกไทยมีความสามารถในการแข่งขันด้านราคาลดลงเมื่อเทียบกับคู่แข่งในตลาดโลก อย่างไรก็ดี ปัจจัยด้านราคาส่งผลให้ไทยยังสามารถขยายการส่งออกข้าวไปยังตลาดจีน สหรัฐอเมริกา และแอฟริกาใต้ รวมทั้งภูมิภาคตะวันออกกลางและยุโรปได้เพิ่มขึ้น โดยข้าวหอมมะลิไทย ข้าวนึ่ง ข้าวเหนียว และข้าวกล้อง เป็นชนิดข้าวที่มีปริมาณการส่งออกเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในขณะที่ข้าวที่มีปริมาณส่งออกลดลง คือ ข้าวขาว และข้าวหอมไทย ที่มีการแข่งขันสูงทางด้านราคากับผู้ส่งออกสำคัญอย่างเวียดนาม อินเดีย และปากีสถาน

อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมฯ ยังคงเร่งผลักดันการส่งออกข้าวอย่างต่อเนื่อง โดยได้เจรจากับประเทศคู่ค้าสำคัญ เช่น ญี่ปุ่น และจีน เพื่อรักษาตลาดและเพิ่มปริมาณการส่งออก รวมทั้งเจรจาการซื้อขายแบบรัฐต่อรัฐกับ COFCO รัฐบาลจีนที่ยังคงเหลือตามสัญญาอีก 280,000 ตัน ซึ่งผลการเจรจามีความคืบหน้าเชิงบวก นอกจากนี้ ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2568 กรมฯ จะเดินหน้าเชิงรุกผลักดันการส่งออกข้าวไทยเพื่อช่วยให้มีคำสั่งซื้อรองรับผลผลิตข้าวผ่านการจัดกิจกรรมที่สำคัญ อาทิ การรับรองคณะผู้นำเข้าข้าวฮ่องกงในเดือนพฤศจิกายนเพื่อกระชับความสัมพันธ์สร้างความเชื่อมั่นเพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาดโดยเฉพาะข้าวหอมมะลิไทย การเร่งขยายตลาดข้าวขาวและข้าวนึ่งไปยังตลาดที่มีความต้องการและมีศักยภาพ เช่น อิรัก และซาอุดีอาระเบีย การจัดทำความตกลง MOU ความร่วมมือการค้าข้าวไทย – สิงคโปร์ รวมทั้งการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าในตลาดศักยภาพ เช่น Foodex Saudi (ซาอุดีอาระเบีย) งาน ANUGA (เยอรมนี) และงาน China International Import Expo (CIIE) (จีน) เพื่อเพิ่มโอกาสและขยายช่องทางตลาดของข้าวไทยไปสู่ตลาดต่างประเทศให้เพิ่มขึ้น