1721955
เทศกาล What the Doc! เริ่มต้นขึ้นแล้ววันนี้ ตั้งแต่ 22-31 สิงหาคม สามารถเช็คข้อมูลและจองตั๋วได้เลยทาง https://wtd.in.th/th/ โดยจะจัดฉาย 2 โรงคือ เฮาส์ สามย่าน https://www.housesamyan.com/site/Movie และ เซ็นจูรี สุขุมวิท (ติดรถไฟฟ้า BTS อ่อนนุช) ซึ่งสามารถซื้อตั๋วได้ทาง https://ticket.docclubandpub.com/ หรือติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ได้ทางเพจ https://www.facebook.com/whatthedocthailand ที่สำคัญหนังทุกเรื่องมีคำบรรยายไทย
ในฐานะที่อยู่ในทีมจัดโปรแกรมและคัดหนังทั้งหมดเกือบทุกเรื่องในเทศกาลสารคดีน้องใหม่แต่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้ใคร What The Doc! เทศกาลที่ตั้งคำถามว่าตกลงแล้วภาพยนตร์สารคดี มันสามารถมีหน้าตาและกลวิธีการเล่าเรื่องที่สร้างสรรค์ได้แบบไหนอย่างไรบ้าง โจทย์สำหรับปีนี้ที่จัดขึ้นเป็นปีแรก เราจึงเลือกหนังที่มีความหลากหลายสุดทางมาก เรียกได้ว่าโฮะสารพัดความเป็นไปได้ทางสารคดีมาให้ดูกันกว่า 80 เรื่อง เพื่อให้เห็นพัฒนาการของสารคดีที่มีผู้คนมากมายมาช่วยกันผลักดันขอบเขตของมันออกไปกว้างไกลไพศาล และทุกเรื่องเหล่านี้เราคัดสรรมาอย่างดี รับรองได้ว่าสนุก สนุกจนคุณอาจคิดไม่ถึงเลยว่า หนังสารคดีจะสนุกได้มากขนาดนี้ และมีวิธีการในการบันดาลความสนุกได้สร้างสรรค์ขนาดนี้ ซึ่งนอกจากเป็นหนังดูยากแล้ว ผู้กำกับจะมาร่วม Q&A ด้วยในหลายโปรแกรม และเราขอยกหนังเด่น ๆ มาไว้เป็นลายแทงหนังห้ามพลาด ดังนี้
สายประกวดผู้กำกับหญิง
ในเทศกาลWTD! มีสายประกวดหลักอยู่สองสาย คือ สายประกวดไทย และสายประกวดนานาชาติ แต่ยังมีสายรางวัลพิเศษอีก 2 สายคือ สายสิ่งแวดล้อม และสายผู้กำกับหญิง เหตุผลง่าย ๆ ที่เราจำเป็นต้องมีรางวัลพิเศษสำหรับผู้กำกับหญิงก็เพราะว่า ผู้กำกับหญิงมีน้อยจริง ๆ แน่นอนว่าในสายประกวดหลักทั้งไทยและเทศต่างก็มีผู้กำกับหญิงรวมอยู่ด้วย แต่เราพบว่ายังมีภาพยนตร์สารคดีอีกจำนวนหนึ่งที่กำกับโดยผู้หญิง ที่ไม่สามารถเข้าถึงสายประกวดหลักได้ด้วยเหตุผลว่าในสายประกวดหลักจำกัดเอาไว้เพียง 12 เรื่อง ที่นี้ก็จะน่าเสียดายมากหากจะปัดตกภาพยนตร์จำนวนนี้ออกไป เนื่องจากประเด็นและฝีมืออันท้าทาย และนี่คือ 7 เรื่องที่ถูกคัดเลือกเข้ามาในสายนี้
ABORTION DREAM TEAM กลุ่ม 4 หญิงแกร่งชาวโปแลนด์ในนาม “Abortion Dream Team” ผู้เชื่อว่าการทำแท้งเป็นสิทธิ์และชูประเด็นชวนช็อคว่า “การทำแท้งไม่ผิดค่ะ” พวกเธอช่วยเหลือผู้หญิงนับแสนจากกรณีนี้ แน่นอนว่าการกระทำของพวกเธอตกเป็นเป้าโจมตีจากฝ่ายอนุรักษ์นิยมและรัฐบาลอย่างรุนแรงจนถึงขั้นอาจถูกจำคุก ชมการต่อสู้ยืนหยัดในสิ่งที่พวกเธอเชื่อ หนังผ่านเทศกาลสารคดีชื่อดังมาแล้ว อาทิ เทศกาลหนังสารคดีนานาชาติเทสซาโลนิกิ ประเทศกรีซ และ ด็อคพอยต์ เฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์
AND THE FISH FLY ABOVE OUR HEADS นี่คือหนังสารคดีเจ้าของรางวัล ZONTE รางวัลพิเศษที่มีมาเพื่อผู้กำกับหญิงโดยเฉพาะ เป็นรางวัลสำคัญจากเทศกาลที่ยิ่งใหญ่ Visions du Réel เมืองนียง ประเทศสวิส หนังถ่ายทำในเมืองเบรุต เลบานอน ที่มักจะถูกพูดถึงในฐานะ “รัฐล้มเหลว” ไม่ว่าจะปัญหากลุ่มติดอาวุธ เฮซบอลเลาะห์ รัฐอ่อนแอ ไม่สามารถจัดการปัญหาเศรษฐกิจ ความยุติธรรม และสวัสดิการขั้นพื้นฐานได้ รัฐบาลมีความสั่นคลอนไม่น่าเชื่อถือทำให้เกิดจราจลบ่อยครั้ง และจำเป็นต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากชาติอื่นอยู่ตลอดเวลา ทว่าหนังเรื่องนี้เลือกจะเล่าผ่านสายตาเพศหญิง จับจ้องร่างกายเพศชาย บนชายหาดภายใต้บรรยากาศแห่งความสิ้นหวัง ในประเทศชายเป็นใหญ่ที่ยกย่องความเชื่อที่ไม่ว่ายิวหรือมุสลิมก็เชื่อเหมือนกันว่า “พระเจ้าลิขิตทุกสิ่งไว้แล้ว”

As a Bird that Briefly Perches ผลงานของศิลปินและผู้กำกับชาวฮ่องกงพลัดถิ่นที่แบ่งหนังเป็น 3 ส่วน ตั้งแต่การร้อยเรียงความหวนคำนึงถึงบ้านเกิดเข้ากับธรณีวิทยาของฮ่องกง ถัดไปเป็นการเปรียบเทียบธรรมชาติมนุษย์กับการทำสวนเรือนกระจก และส่วนสุดท้ายสะท้อนถึงทางเลือกในการใช้ชีวิตที่ต้องปรับตัวในต่างประเทศ โดยตีความกระบวนการทางเกษตรเข้ากับการอพยพของสิ่งมีชีวิต หนังเคยได้รับเลือกไปเทศกาลที่ยิ่งใหญ่สำหรับคนรุ่นใหม่ เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติร็อตเตอร์ดัม เนเธอร์แลนด์ และเทศกาลนานาชาติลีดส์ ประเทศอังกฤษ
Lina (Iin Marlina) ในบรรดาหนัง 1,599 เรื่องที่ส่งเข้ามา เรายืนยันได้ว่าไต้หวันเป็นประเทศหนึ่งที่ส่งหนังเข้ามาเยอะมาก และไต้หวันมีโรงเรียนสอนสารคดีดี ๆ ไม่น้อย ทั้งในไทเป และไถหนาน หนังเรื่องนี้เป็นหนังนักเรียนจาก มหาวิทยาลัยศิลปะแห่งชาติไต้หวัน (NTUA) ซึ่งเป็นสคูลทางศิลปะที่เก่าแก่ที่สุดของไต้หวัน และสถาบันนี้มีผู้ผลิตผลงานโดดเด่นทางสารคดีมากมาย อาทิ Hung Chun-Hsiu, Hung Chun-Hsiu, Wu Hsing-Ying, Lu Teng-Gui และ Shen Ke-Shang ขณะที่ตัวผู้กำกับสารคดีหญิงเรื่องนี้เคยเข้าโครงการแลกเปลี่ยนของ FAMU สถาบันภาพยนตร์เก่าแก่ของสาธารณรัฐเชค ที่โดดเด่นในแนวทางทดลองใหม่ ๆ และเฉพาะตัว เธอเล่าเรื่องง่าย ๆ แต่จับใจทำให้เราไม่อาจตัดเรื่องนี้ออกไปจากลิสต์ได้เลย คือการเล่าถึง ลีน่า สาวใช้จากอินโดนีเซีย ผู้มีบุคลิกอึดถึกทนและยิ้มเสมอภายในครอบครัวที่เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายและบางครั้งก็เย็นชา ตัวผู้กำกับเป็นคนในครอบครัวที่ถ่ายทอดสิ่งเหล่านี้ออกมาได้อย่างน่าทึ่งและน่ารัก
Love Bound (Queer East / Queer Vision) ผู้ผลิตเรื่องนี้รับหน้าที่เป็นทั้งผู้กำกับ โปรดิวเซอร์ ช่างภาพและตัดต่อเอง เธอเป็นชาวจีนใน UK ที่คร่ำหวอดในเทศกาลหนังสายเควียร์มานาน แต่ก็ยังมีผลงานโดดเด่นในแพลตฟอร์มระดับโลกอย่าง BBC, TIME, Reuters, Al Jazeera สารคดีเรื่องนี้เล่าถึงนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิ์หญิงรักหญิงจากจีน ประเทศที่ประกาศก้องว่าไม่มี LGBTQ+ เธอต้องต่อสู้กับกฎหมายไม่เป็นธรรมและตำรามหาวิทยาลัยที่มีเนื้อหาว่าร้ายกลุ่มคนรักเพศเดียวกัน เธอถูกอาจารย์ไล่ออก ถูกครอบครัวบังคับให้เข้ารับการบำบัด และถูกจับตาอย่างหนักโดยเจ้าหน้าที่รัฐ ความหวังเดียวคือการย้ายไปลอนดอนเพื่อพบคนรักทางไกล สารคดีเรื่องนี้เล่าช่วงเวลาอันเปราะบางท่ามกลางวิกฤติโควิด-19 ขยายไปสู่การสร้างชุมชนชาวเควียร์เอเชียในยูเค หนังเปิดตัวในเทศกาลยิ่งใหญ่สำหรับชาวเควียร์ อาทิ Queer East และ Queer Vision

Muljil: Diving ตัวผู้กำกับชาวเกาหลีเรื่องนี้อยู่ในสายงานโฆษณาเป็นส่วนใหญ่ ผลงานหนึ่งที่เธอมีส่วนร่วมและชาวไทยน่าจะรู้จัก คือสารคดีเบื้องหลังของหนึ่งในสมาชิกวง BTS เรื่อง Jung Kook: I Am Still อย่างไรก็ตามนี่เป็นผลงานหนึ่งของเธอที่ไม่ใช่ในทางคอมเมอร์เชียลอย่างที่แล้ว ๆ มา หนังเปิดตัวในเทศกาลสารคดีนานาชาติ EBS (หรือ EIDF) ของช่องทีวีเพื่อการศึกษาของเกาหลี EBS(คล้ายไทยพีบีเอสบ้านเรา) อันเป็นเทศกาลที่มุ่งเน้นเกี่ยวกับธรรมชาติ วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม เล่าถึงวัฒนธรรมเก่าแก่บนเกาะเชจูที่เรียกว่า “แฮนยอ” นักดำน้ำลึกหญิงซึ่งมีอาชีพหาสาหร่าย จับหอยและสัตว์ทะเลอื่น ๆ แฮนยอ เป็นที่เลื่องชื่อในด้านจิตวิญญาณอิสระและมักถูกนำเสนอในมุมของตัวแทนแห่งความมุ่งมั่น เป็นตัวแทนโครงสร้างครอบครัวกึ่งแม่เป็นใหญ่ของชาวเกาะเชจู
The Other Daughter (FFD-Indonesia) ผู้กำกับจากอุษาคเนย์เพียงหนึ่งเดียวที่เข้าถึงโปรแกรมนี้ได้ ด้วยโปรเจกต์สารคดีเรื่องแรกของเธอที่ผ่านการคัดเลือกจาก IDOC LAB-Indonesia สารคดีเรื่องนี้ตั้งคำถามถึงความเกลียดชังของตัวเธอเองที่มีต่อแม่ เล่าห้วงเวลาสุดท้ายก่อนแม่จะจากไป เธอตัดสินใจทำสารคดีเรื่องนี้เพื่อสำรวจว่าตัวเธอเองยังสามารถจะรักแม่คนนี้ได้อีกหรือไม่ แล้วความรู้สึกเกลียดชังนั้นยังคงอยู่หรือหายไปแล้ว

สายนานาชาติ
อย่างที่บอกไปว่าเกินคาดไปมากจริง ๆ สำหรับเทศกาลภาพยนตร์สารคดีหน้าใหม่ WTD! ที่กลายเป็นว่ามีผู้สมัครมากถึง 1,599 เรื่อง และมีจำนวนมากถึง 74 ประเทศ แต่สิ่งที่ยิ่งน่าตื่นเต้นไปกว่านั้นอีก คือเมื่อเราพบว่าภาพยนตร์ในสายประกวดนานาชาติทั้ง 12 เรื่องนี้ล้วนผ่านการคัดกรองจากเวทีใหญ่ ๆ สำคัญระดับโลกมาแล้วทั้งสิ้น อย่างไรก็ตามเนื่องจากสายประกวดที่มากถึง 12 เรื่อง เราจึงขออนุญาตหยิบมาเป็นลายแทงเล่าสู่ให้ฟังเพียงบางเรื่อง
After the Snowmelt สารคดีไต้หวันเรื่องนี้มีความซับซ้อนเกี่ยวกับอัตลักษณ์ทางเพศ และอาจกลายเป็นความลับอย่างหนึ่งที่เราไม่ควรเล่าให้ฟังเลย อย่างไรก็ตามมันเต็มไปด้วยความเศร้าของเพื่อนสนิทคู่หนึ่ง ที่คนหนึ่งตัดสินใจไปเดินป่าในเนปาลกับแฟนหนุ่ม แล้วพบว่าหิมะถล่มติดอยู่นั่นนาน 47 วัน อันเป็นสาเหตให้ตัวผู้กำกับหญิงตัดสินใจเดินตามรอยเพื่อรวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับเพื่อนสนิทของเธอจากความทรงจำของผู้คน และประจักษ์ต่อธรรมชาติอันโหดร้ายที่มีร่องรอยบางอย่างให้ขบคิดเกี่ยวกับความจริงของเหตุการณ์ดังกล่าว อันเกี่ยวข้องกับหญิงข้ามเพศกับคนชายขอบของสังคมจีน ทัศนคติและกฎหมายของชาวจีนที่มีต่อ LGBTQ+ ความซับซ้อนในความสัมพันธ์ระหว่างเพศ ไปจนถึงการแสวงหาตัวตนและที่อยู่ที่ยืนในสังคม ตั้งแต่เริ่มโปรเจกต์ สารคดีเรื่องนี้ได้รางวัลกรังปรีซ์จากงาน Taiwan Creative Content Fest (TCCF) ในประเทศไต้หวันเอง และได้รับการสนับสนุนจากกองทุนต่างชาติ เช่น DMZ Docs Development Fund จากเกาหลีใต้, Asiadoc Workshop จากอินโดนีเซีย, และ Dojo Residency จากญี่ปุ่น เปิดตัวในเทศกาล Visions du Réel และ BFI Flare: London LGBTQIA+ Film Festival และอีกเทศกาลที่ได้ชื่อว่าคัดเลือกหนังยากมากและยิ่งใหญ่มากของญี่ปุ่น Tokyo FILMeX
Chinatown Cha-cha บันทึกเรื่องราวของ Coby Yee นักเต้นบอร์เลสก์(ในบ้านเราอาจเรียกได้ว่าจินตลีลาแต่ในที่นี้คือเน้นอารมณ์ขันและบันเทิงสุด ๆ)ชื่อดังและเจ้าของไนต์คลับ Forbidden City ในซานฟรานซิสโกช่วงกลางศตวรรษที่ 20 เธอกลับมาขึ้นเวทีอีกครั้งในวัยอาม่า 92 ปี ร่วมกับกลุ่มนักเต้นอาซิ้ม Grant Avenue Follies ซึ่งประกอบด้วยอดีตนักเต้นจีนอเมริกันในวัย 70–90 ปี ที่รวมตัวกันออกทัวร์ผ่าน สหรัฐฯ, คิวบา และจีน เชื่อมชุมชนจีนโพ้นทะเลผ่านการแสดงศิลปะเริงระบำรำร่าย และความทรงจำร่วมกัน แต่นี่ไม่ใช่แค่สารคดีเล่าอดีต มันคือบทสนทนาว่าด้วยเรื่องความแก่ตัว การยืนยันตัวตน ความทรงจำ และหลักฐานบันทึกสำคัญเกี่ยวกับวัฒนธรรมจีนอเมริกัน ผ่านการแสดงอันสุดแสนจะเจิดจรัสเปิ๊ดสะก๊าด ด้วยลีลาพริ้วไหวทรงพลังและล้นด้วยศิลปะอันแสนเริงใจ ความแจ่มอีกประการของสารคดีเรื่องนี้คือนอกจากผู้กำกับจะเป็นหญิงแล้ว เธอยังเลือกใช้ทีมงานหลักทั้งหมดเป็นผู้หญิงด้วย หนังเปิดตัวในเทศกาลหนังนานาชาติฮาวาย, เทศกาลหนังฟาร์อีสต์, CAAMFest หรือเดิมในชื่อเทศกาลหนังเอเชียนอเมริกันแห่งซานฟรานซิสโก และเทศกาลหนังคลีฟแลนด์
On the Tenderness of Men เราน่าจะเรียกหนังสารคดีเรื่องนี้ได้ว่าเป็นภาพยนตร์เชิงทดลองทางภาพและเสียงในแบบความเรียง โดยใช้ความหลากหลายทางเสียงมาเป็นตัวบรรยาย ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเสียงของคนเล่าเรื่อง แต่คือกลวิธีในการใช้เสียงรูปแบบต่าง ๆ ในการเล่าเรื่อง อันเป็นประเด็นเกี่ยวกับ ร็อคเชิร์ช หรือ Temppeliaukio Church ในเฮลซิงกิ และประวัติของ Timo Suomalainen สถาปนิกผู้มักจะถูกละเลยจากแวดวงสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ในฟินแลนด์ ผสานสงครามฤดูหนาว ไปสู่การอพยพจากการรุกรานของโซเวียต และมาสู่สงครามในฉนวนกาซาในยุคปัจจุบันเด้วยการใช้ซาวด์สเคปร่วมกับสถาปัตยกรรม หลักฐานวัตถุจากหอจดหมายเหตุ และบทกวี อันสอดแทรกประเด็นการกดขี่ ย้ายถิ่นฐาน และการหลงลืมทางประวัติศาสตร์ ตัวผู้กำกับหญิงเป็นศิลปิน-ผู้สร้างภาพยนตร์ นักเขียน และภัณฑารักษ์คนสำคัญชาวออสเตรีย-อิหร่าน ที่ทำงานร่วมกับเครือข่ายในลอนดอน เฮลซิงกิ และเอเธนส์ และแน่นอนว่าจากชื่อเรื่องเอง และจากตัวเธอเองผู้เป็นหญิง หนังเรื่องนี้จึงเปี่ยมไปด้วยแนวคิดแบบเฟมินิสต์ ที่มุ่งวิพากษ์อำนาจ ความรู้ และโครงสร้างอันสืบทอดมาจากลัทธิล่าอณานิคม จักรวรรดินิยม อันส่งผลต่อเพศสภาพ เชื้อชาติ ชาติพันธุ์ และอัตลักษณ์มาจนปัจจุบัน หนังเปิดตัวในเทศกาลหนังสารคดีเทสะโลนิกิ และเทศกาลภาพยนตร์ออสเตรียนอันเลื่องชื่อ Diagonale
The Fabulous Gold Harvesting Machine ถ้าคุณต้องการหนังสารคดีสักเรื่องหนึ่งที่แทบจะแยกไม่ออกเลยว่าตกลงแล้วเรากำลังดูสารคดีหรือหนังฟิคชั่นดราม่าดี ๆ อยู่กันแน่ เราขอแนะนำเรื่องนี้ หนังอบอุ่นฟีลกู๊ดแสนละมุนภายในครอบครัว เมื่อช่างขุดทองเข้าสู่วัย 60 ผู้กรำงานมหาโหดมาเกินครึ่งชีวิต กำลังเผชิญโรคร้ายและการไม่ได้รับสิทธิทางสังคม ไม่ว่าจะประกันสุขภาพหรือเบี้ยเลี้ยงผู้ชราภาพ และสถานการณ์ยังคงบีบให้เขาต้องทำงานหนักต่อไปเพื่อความอยู่รอด ศักดิ์ศรี และลูกชายของเขาที่ตัวชายชราไม่ได้คาดหวังมาก่อนว่าจะมาสืบสานงานที่โละร้างแทบจะไม่มีใครทำแล้ว ไม่เท่านั้นนี่คือหนังที่ถ่ายทำในสภาพแวดล้อมเย็นจัด หิมะตกหนัก เสี่ยงอันตราย มันจึงเป็นภาพสู้ชีวิตของทั้งตัวผู้ถูกถ่ายทำและผู้ถ่ายทำซึ่งตัวผู้กำกับเป็นผู้ถ่ายภาพเอง ท่ามกลางบรรยากาศแสนตรึงใจทั้งทัศนียภาพและความอุ่นละมุนระดับไมโครเวฟที่เปี่ยมด้วยพลังและแสงแห่งความหวัง หนังเปิดตัวในเทศกาล Hot Docs โตรอนโต และเทศกาลหนังสารคดีที่ใหญ่ที่สุดของโลก IDFA อัมสเตอร์ดัม, DOC NYC คว้ารางวัลจูรีไพรซ์จากเทศกาล de Cine de Lima เปรู หนำซ้ำยังติดอันดับสารคดีที่ควรถูกเสนอชื่อเข้าชิงสารคดียอดเยี่ยม ที่สำคัญตัวผู้กำกับยังทำหน้าที่เป็นผู้กำกับภาพ ผู้มีความสนใจในด้านภูมิประเทศที่มีภูมิทัศน์ท้าทายชีวิตมนุษย์
The New Ruins นี่คือหนังที่บ้าบอที่สุด และสนุกบรรลัย คนที่อยากทำสารคดีหลายคนมักจะมีข้ออ้างว่าฉันไม่เงิน ไม่มีปัญญาหรอกที่จะทำหนังสักเรื่องนึง เราขอแนะนำให้มาดูเรื่องนี้ คุณจะรู้ว่าแค่ภาพถ่าย ภาพเสิร์ชค้นจากจอคอมพ์ ภาพคลิปเก่า กล้องไก่กา มันเอามาเล่าเรื่องได้อยู่หมัดและสนุกได้ขนาดไหน แต่ไม่แค่นั้น หนังจุดประเด็นสำคัญมากเกี่ยวกับการล้างผลาญทำลายของมวลมหามนุษย์ ผู้เก่งกาจในการสร้างขยะ โดยเฉพาะขยะอิเล็คทรอนิคส์ แถมสารคดีเรื่องนี้ยังผลิตโดยนักโบราณคดีมือสมัครเล่นผู้หมกมุ่นกับการสะสมขยะอิเล็กทรอนิกส์มาเป็นสิบ ๆ ปี มันคือไดอารีเชิงทดลองที่ข้ามพรมแดนระหวางความทรงจำและความบันเทิงผ่านภาพและเสียงสารพัดไปสู่่การเดินทางเพื่อเผชิญหน้ากับ…บางสิ่ง สุดแสบ บ้าบอ สะเทือนใจ ประหลาดเวียร์ด มันเฉิดฉายมาแล้วในงาน Doc Fortnight ที่คัดเลือกหนังสำคัญต่อโลกมานำเสนอในหอศิลป์ MoMa นิวยอร์ก และเทศกาลอื่น ๆ อีกเช่น Rencontres Cinémas d’Amérique Latine (ตูรส์ ฝรั่งเศส), DMZ International Documentary Film Festival (เกาหลีใต้), Doc Buenos Aires (อาร์เจนตินา)
Until the Orchid Blooms (IDFA, SGIFF) ท่ามกลางกระแสรักชาติ และปลุกระดมให้เกลียดชังประเทศเพื่อนบ้าน เราขอชวนให้ทุกท่านมารับรู้ชีวิตชาวกัมพูชาผ่านสารคดีเรื่องนี้ หญิงพื้นเมืองกับลูกสี่คนของเธอในเมืองชนบททางภาคอีสานของกัมพูชา กระทั่งหมู่บ้านของเธอถูกเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำของรัฐท่วมจม ขณะที่เธอพยายามจะยืนหยัดบนผืนดินสุดท้ายของบรรพบุรุษ เคราะห์ซ้ำยังถูกรุกคืบด้วยบริษัทจีนที่หมายจะปลูกสวนยางในละแวกนั้น ผู้กำกับเป็นชาวกัมพูชา ถ่ายทำอย่างยาวนานด้วยบริบทที่ซื่อตรงต่อชุมชนพื้นบ้าน เดิมทีเขาเป็นนักศึกษาแพทย์ผู้ผันตัวมาใส่ใจด้านสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อม แล้วหันมาทำหนัง เขาเคยมีผลงานระดับโลกมาแล้ว อาทิ หนังสั้น Side by Side (2021) เคยคว้ารางวัล Youth Jury Prize จาก Locarno Open Door (อันเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลหนังอินดี้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก โลการ์โน ประเทศสวิส) และ Further and Further Away (2022) ยังได้รางวัล Best Performance จาก เทศกาลหนังสิงคโปร์ ครั้งที่ 33 ส่วน Until the Orchid Blooms เป็นผลงานสารคดีเรื่องยาวเรื่องแรกของเขา ซึ่งเคยผ่านเทศกาลหนังสารคดีที่ใหญ่ที่สุด IDFA มาแล้ว นอกจากนี้หนังสั้นของเขา Further and Further Away (2022) ยังเคยเข้าฉายในเทศกาลหนังเวนิส รวมถึงล่าสุดในปีนี้อันเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาไม่สามารถมาร่วมเทศกาล What the Doc! ได้ ก็เพราะเขาเพิ่งมีโปรเจกต์ใหม่ Chiet Chea Manusa (Becoming Human) ที่ได้รับคัดเลือกเป็นหนึ่งในภาพยนตร์สาย Biennale College Cinema ของงาน หนึ่งในสามเทศกาลที่เก่าแก่และยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก เทศกาลหนังเวนิส ครั้งที่ 82

What The Doc! เริ่มแล้วนะครับ และจัดเพียง 10 วันเท่านั้น 22-31 หนังทุกเรื่องมีคำบรรยายภาษาไทย มีความหลากหลาย มาจากทั่วโลก ถูกคัดสรรมาอย่างดี และคุณจะได้พบว่าสารคดีสนุกกว่าที่คิดเอาไว้มาก และโลกมีนวัตกรรมใหม่ ๆ ในการเล่าเรื่องของโลกใบนี้ด้วยวิถีแบบสารคดีไปไกลโพ้นมากแล้ว ไม่เชื่อเชิญมาดูให้เห็นกับตา https://wtd.in.th/th/



