“ไพบูลย์-มโน” ยื่นคำร้องเจ้าคณะใหญ่หนกลาง-ภาค1 ตั้งสอบ “พระธัมมชโย” ตามกฎ มส. ฐานอวดอุตริมนุสธรรม อาจเข้าข่ายปาราชิก

เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2559 เวลา 13.30 น.นายไพบูลย์ นิติตะวัน (ขวา) และนพ.ดร.มโน เลาหวณิช (ซ้าย) ยื่นคำร้องต่อสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เจ้าคณะใหญ่หนกลาง กล่าวหา "พระธัมมชโย" อวดอุตริมนุสธรรมล่วงละเมิดพระธรรมวินัย   ณ กุฎิเจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการามวรวิหาร เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร
เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2559 เวลา 13.30 น. นายไพบูลย์ นิติตะวัน (ขวา) และ นพ. ดร.มโน เลาหวณิช (ซ้าย) ยื่นคำร้องต่อสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เจ้าคณะใหญ่หนกลาง กล่าวหา “พระธัมมชโย” อวดอุตริมนุสธรรมล่วงละเมิดพระธรรมวินัย ณ กุฏิเจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการามวรวิหาร เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร

เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2559 เวลา 13.30 น. นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) พร้อมกับ นพ. ดร.มโน เลาหวณิช อาจารย์วิทยาลัยแพทยศาสตร์นานาชาติจุฬาภรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เดินทางที่วัดพิชยญาติการามวรวิหาร เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร เพื่อยื่นคำร้องกล่าวหาพระเทพญาณมหามุนี หรือ “พระธัมมชโย” เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ที่ได้กระทำการอวดอุตริมนุสธรรม ล่วงละเมิดพระธรรมวินัย อันเป็นครุกาบัติต่อสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เจ้าคณะใหญ่หนกลาง ในฐานะหัวหน้าคณะผู้พิจารณาชั้นต้น และ พระราชวิสุทธิเวที เจ้าคณะภาค 1 ในฐานะผู้พิจารณาชั้นต้น ปรากฏว่าสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ไปฟอกไตที่โรงพยาบาล จึงมอบหมายให้พระราชรัตนมุนี เลขาของสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ รับเรื่องแทน

ทั้งนี้ เนื่องจากพระเทพญาณมหามุนี เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ แต่ดำรงตำแหน่งต่ำกว่าเจ้าคณะภาค ดังนั้น จึงนำความตามกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 11 ข้อ 9 (2) กำหนดให้นำความในข้อ 7 (5) ก มาใช้โดยอนุโลม โดยนายไพบูลย์กล่าวว่า พระธัมมชโยที่ได้กระทำการอวดอุตริมนุสธรรมล่วงละเมิดพระธรรมวินัยอันเป็นครุกาบัติ ดังนี้

1. การอวดอ้างว่าพบเห็นวิญญาณของนายชาติชาย โรจน์กีรติกาญจน์ อยู่สวรรค์ชั้นที่ 2 ฝากข่าวมาบอกลูกว่า มีความสุขสบายดี ขอให้ลูกทำบุญอุทิศไปให้มากๆ (ทั้งที่ข้อเท็จจริงนายชาติชายยังไม่ได้เสียชีวิต)

2. อ้างว่าพบเห็นวิญญาณของสตีฟ จอบส์ ไปเกิดในสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา

3. เรื่องพบเห็นพุทธทาสภิกขุตกอยู่ในนรก เพราะสอนธรรมะผิดและเป็นมิจฉาทิฐิ เรื่องพบเห็นพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต อยู่ในนรก เพราะหลงว่าตนเป็นพระอรหันต์ พระธัมมชโยจึงช่วยขึ้นมาบำเพ็ญบารมีต่อที่ชั้นดาวดึงส์

และ 4. การอวดอ้างว่าตนเป็นต้นธาตุ ต้นธรรม เป็นพระพุทธเจ้า ทั้งฝ่ายโปรดและฝ่ายปราบ เหนือกว่าพระพุทธเจ้าธรรมดา ตนจึงสามารถให้ธรรมแก่ผู้ใดให้บรรลุธรรมกาย หรือปราบจับขังไว้ในตู้เซฟไม่ให้ได้ผุดได้เกิดก็ได้

“กรณีการเทศน์และเผยแพร่อวดอ้างว่านายชาติชายตายแล้วไปเกิดในสวรรค์ชั้นที่ 2 (น้าชาย นายสมคะเน ยอดพราหมณ์ พยาน) แต่ข้อเท็จจริงนายชาติชายยังไม่เสียชีวิต เป็นข้อพิสูจน์ว่าพระธัมมชโยกับพวกไม่มีญาณวิเศษจริง โดยมีการเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวผ่านเว็บไซต์ www.dmc.tv เมื่อวันที่ 29-30 พฤษภาคม 2556 และเมื่อวันที่ 11-15 ตุลาคม 2556 เพื่อหวังเงินบริจาคจากประชาชนที่หลงเชื่อในคุณวิเศษที่ไม่มีอยู่จริง ครบองค์แห่งอาบัติปาราชิกสิกขาบทที่ 4 คล้ายคลึงกับกรณี นายวิรพล ฉัตติโก หรือหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก แห่งวัดป่าขันติธรรม จังหวัดศรีสะเกษ กล่าวอ้างระหว่างเทศนาธรรมว่า เคยมีเพื่อนเป็นพระอินทร์ สามารถระลึกชาติได้ และเคยเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า โดยพระพุทธเจ้าตรัสว่า หลวงปู่เณรคำจะได้เป็นผู้กอบกู้ศาสนา และเวียนว่ายตายเกิดมาจนถึงยุคปัจจุบัน เพื่อนำพาศาสนิกชนให้หลุดพ้น ทำให้การกระทำดังกล่าวว่าเข้าข่ายการอวดอุตริมนุสธรรม” นายไพบูลย์กล่าว

นายไพบูลย์กล่าวต่อว่า การเดินทางมายื่นคำร้องครั้งนี้ ตนได้แนบวิดีโอบันทึกภาพและเสียงไว้เป็นหลักฐานแสดงให้เห็นว่าพระธัมมชโยกระทำการอวดอุตริมนุสธรรมให้พระราชรัตนมุนีส่งให้สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ ในฐานะหัวหน้าคณะผู้พิจารณาชั้นต้น และพระราชวิสุทธิเวที ฐานะผู้พิจารณาชั้นต้น ดำเนินการไต่สวนพระธัมมชโย กระทำการครบองค์ประกอบแห่งอาบัติดังนี้ 1. อุตริมนุสธรรมไม่มีในตน 2. อวดด้วยมุ่งลาภ สรรเสริญ 3. ไม่อ้างผู้อื่น 4. บอกแก่ผู้ใดผู้นั้นเป็นชาติมนุษย์ 5. เขารู้ด้วยความในขณะนั้น ครบทั้ง 5 องค์ประกอบ ดังนั้น ผู้ถูกกล่าวหาจึงเป็นปาราชิก (บุพพสิกขาวรรณนา หน้าที่ 130) จึงขอให้ดำเนินการไต่สวน ตามกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 11 ว่าด้วยการลงนิคหกรรม และดำเนินการนำส่งรายงานข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และพระธรรมวินัยที่เกี่ยวข้องต่อมหาเถรสมาคมด้วย เพื่อให้มหาเถรสมาคม (มส.) ได้พิจารณาดำเนินการให้พระธัมมชโย สละสมณเพศเสีย ตามอำนาจหน้าที่และขั้นตอนที่บัญญัติไว้ในกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 21

อ่านเพิ่มเติม: ซีรีย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น