พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์

…(โครงการรับจำนำข้าว) ไม่มีการขาดทุนถึง 2.6 แสนล้าน ตามที่ฝ่ายค้านกล่าวหา…

กล่าวโดยนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทยที่ได้รับมอบหมายให้แถลงการณ์ประชุมของพรรคเพื่อไทย ตามคำชี้แจงของนายณัฐวุฒิ ใสเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2556

ที่มา: Voice TV News ประจำวันที่ 11/06/2556

วิเคราะห์ข้อมูล

ขาดทุนแตะ 2.6 แสนล้าน?

จากกรณีรับจำนำข้าวในช่วงโครงการปี 54/55 ที่มีตัวเลขประมาณการขาดทุนออกมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์จากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ที่คาดการณ์ตัวเลขขาดทุนไว้ที่ 172,908 ล้านบาท ม.ร.ว.ปรีดียาธร เทวกุล ประมาณการณ์ไว้ที่ 200,000-210,000 ล้านบาท ตัวเลขขาดทุนจากคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวอยู่ที่ 260,000 ล้านบาท และการประมาณการณ์จากแหล่งอื่นๆ อีก

ภาพแสดงผลขาดทุนจำนำข้าวโดยการคำนวณ จากแหล่งต่างๆ
ภาพแสดงผลขาดทุนจำนำข้าวโดยการคำนวณ จากแหล่งต่างๆ

ทำให้นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เขียนข้อความแสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Korn Chatikavanij เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2556 เกี่ยวกับนโยบายการรับจำนำข้าว โดยอ้างอิงตัวเลขขาดทุนโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลจากคณะกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำผลผลิตการเกษตร ที่มีตัวเลขสูงถึง 2.6 แสนล้านบาท และเรียกร้องให้ฝ่ายรัฐบาลออกมารับผิดชอบ

กัดฟันมีความหวังเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว'คณะกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำผลผลิตการเกษตร' (ของกระทรวงการคลัง) ได้มีการสรุปโค…

โพสต์โดย Korn Chatikavanij บน 24 พฤษภาคม 2013

เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2556 นายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยอมรับว่าโครงการรับจำนำข้าว มีการขาดทุนเกิดขึ้น ส่วนสาเหตุที่ทำให้เกิดการขาดทุนนั้น อาจมาจากความแตกต่างของราคาจำนำและราคาขาย ต้นทุนในการดำเนินการ การระบายข้าวในราคาถูกเพื่อช่วยเหลือประชาชน และราคาสินค้าคงเหลือ

กรณีที่ว่ามีการขาดทุนสูงถึง 2.6 แสนล้านนั้น รัฐบาลสั่งการให้ทางคณะอนุกรรมการปิดบัญชีทบทวนตัวเลขดังกล่าว โดยอ้างว่าอาจมีการผิดพลาดเกิดขึ้นจึงลงผลให้ตัวเลขสูงเกินจริง ซึ่งในช่วงเช้าของวันที่ 17 มิถุนายน 2557 อนุกรรมการปิดบัญชีฯ หารือด่วน ก่อนที่จะมีการประชมของคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.)ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน

หลังการประชุมของคณะอนุกรรมการฯ ที่ประชุมไม่รับตัวเลขข้าวเปลือกที่อยู่ระหว่างแปรสภาพเป็นข้าวสารอีก 21.5 ล้านตันมาลงบันทึก เนื่องจาเป็นรายได้ที่จะเข้ามาในอนาคต การบันทึกบัญชีจะลงเฉพาะที่เป็นข้าวสารพร้อมขายแล้วเท่านั้น ขณะนี้ทางคณะอนุกรรมการปิดบัญชีจึงยังยืนยันตัวเลขการขาดทุนเท่าอยู่ที่ประมาณ 1.3 แสนล้านบาท

และจากจากผลการประชุม กขช. ในช่วงบ่าย ได้สรุปตัวเลขขาดทุนของโครงการรับจำนำรวมของปี 54/55 โดยอิงตามวิธีคำนวณผลกำไรขาดทุนสุทธิ ตามแนวทางของคณะอนุกรรมการปิดบัญชีฯ เป็นแนวทางคำนวณมูลค่าข้าวค้างสต๊อก ซึ่งมีตัวเลขอยู่ที่ 136,896.80 ล้านบาท แบ่งเป็นการขาดทุนจากโครงการรับจำนำข้าวนาปี ฤดูกาลผลิตปี 2554/2555 ประมาณ 42,963.13 ล้านบาท และขาดทุนในโครงการรับจำนำข้าวนาปรับ ฤดูกาลผลิตปี 2555 ประมาณ 93,933.67 ล้านบาท

สรุป

จากข้อมูลข้างกรณีตัวเลขขาดทุนโครงการรับจำนำข้าว 2.6 ล้านบาท ของทางคณะอนุกรรมการปิดบัญชีฯที่ทางฝ่ายค้านนำมาอ้างนั้นเป็นการนับรวมจำนวนข้าวทั้งหมดในสต๊อก หลังจากการประชุมสรุปผลวันที่ 17 มิถุนายน 2556 ได้ทำการตกลงให้การคำนวณเป็นไปในทางเดียวกันแล้วตัวเลขขาดทุนในโครงการรับจำนำข้าวจึงอยู่ที่ 136,896.80 ล้านบาท ไม่ถึง 2.6 ล้านบาท

ดังนั้นคำกล่าวที่ว่า “… (โครงการรับจำนำข้าว)ไม่มีการขาดทุนถึง 2.6 แสนล้าน ตามที่ฝ่ายค้านกล่าวหา…” ตามถ้อยแถลงของนายพร้อมพงศ์นั้นจึง “เป็นจริง”