กิตติรัตน์ ณ ระนอง

ปีนี้ไม่น่าจะมีอะไร (การส่งออก) ก็น่าจะทำได้ตามเป้าที่ 15% ถือเป็นการมองโลกในแง่ดี การตั้งเป้าไว้ต่ำทำได้ไม่ยาก

นายกิตติรัตน์ กล่าว บทสัมภาษณ์จากหน้าข่าวในเว็บไซต์ของพรรคเพื่อไทยยืนยันคำพูดนี้ได้เป็นอย่างดี

ที่มา: ข่าวเพื่อไทย ไม่ระบุวันที่ -http://www.ptp.or.th/news/m-detail.aspx?news_id=3805

ภาพข่าว บทสัมภาษณ์นายกิติรัตน์ ในเว็บไซต์เพื่อไทย
ภาพข่าว บทสัมภาษณ์นายกิติรัตน์ ในเว็บไซต์เพื่อไทย

บริบท

สืบเนื่องจากกรณีน้ำท่วมครั้งใหญ่เมื่อปี 2554 นิคมอุตสาหกรรมหลายแห่งจมน้ำนานนับเดือน เป็นผลให้การผลิตต่างๆ ชะชักงัน โดยเฉพาะนิคมฯ ขนาดใหญ่อย่างนิคมอุตสาหกรรมที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา บนพื้นที่โครงการรวม 2,050 ไร่ มูลค่าความเสียหายในพื้นที่ประมาณ 30,000 ล้านบาท จากตัวเลขการคำนวณความเสียหายดังกล่าว ประมาณการณ์ได้ว่าต้องใช้เวลาร่วม 3 เดือนในการฟื้นฟู

วิเคราะห์ข้อมูล

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2554 นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ยืนยันที่จะคงเป้าหมายการขยายตัวของมูลค่าการส่งออกสินค้าและบริการไทย ปี 2555 ไว้ที่ 15% มูลค่า 224,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และยังคงยืนยันต่อมาว่าตัวเลขส่งออกสามารถโตตามเป้าได้ แม้จะมูลค่าการส่งออกเมื่อต้นปีจะมีตัวเลขติดลบอย่างต่อเนื่อง

ต่อมานายกิตติรัตน์ได้ออกมาสารภาพว่า การตั้งเป้าส่งออกไว้ที่ร้อยละ 15 นั้น เป็นเพียงการโกหกสีขาว หรือที่เรียกว่า White lie เพื่อรักษาความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ และทางสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) นำโดยนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการสภาพัตน์ ได้แถลงถึงตัวเลขเศรษฐกิจมวลรวมของประเทศ และแจงกรณีที่ตัวเลขส่งออกไม่ถึงเป้าตามที่รัฐบาลคาดการณ์ไว้ โดยพลาดเป้าไปถึง 8% ส่งผลให้ต้องปรับการคาดการณ์การส่งออกทั้งปีในปี 2555 ลดลงเหลือเพียง 5.5%

สรุป

จากมูลค่าความเสียหาย และระยะเวลาที่ต้องฟื้นฟูข้างต้นนั้น ย่อมส่งผลกระทบมหาศาลต่อการส่งออกของไทยอยู่แล้ว การคาดการณ์ตัวเลขการส่งออกของนายกิตติรัตน์ไว้สูงถึง 15% ในภาวะวิกฤตินั้นค่อนข้างจะเป็นไปได้ยาก และภายหลัง นายกิตติรัตน์ ก็ได้ออกมายอมรับ และมีการยืนยันจากแถลงของสภาพัตน์ ทำให้คำกล่าวที่ว่า "ปีนี้ไม่น่าจะมีอะไร ก็น่าจะทำได้ตามเป้าที่ 15% ถือเป็นการมองโลกในแง่ดี การตั้งเป้าไว้ต่ำทำได้ไม่ยาก" อยู่ในเกณฑ์ที่ “เป็นเท็จ”