ไทยชู “Green Meeting” จัด IMF-World Bank 2026 ขนทัพ EV 320 คัน คาดลดคาร์บอนเทียบเท่าปลูกต้นไม้เกือบหมื่นต้น

ดร.วินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)

ไทยยกระดับการประชุม IMF–World Bank 2026 สู่ Green Meeting เต็มรูปแบบ นำรถยนต์ไฟฟ้า 320 คันให้บริการผู้ร่วมประชุม คาดลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิ 95.8 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า เดินหน้าระบบประชุมไร้กระดาษ ลดพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง และแปรรูปขยะอาหาร

ดร.วินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 (2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings) ระหว่างวันที่ 12-18 ต.ค. 2569 ได้ขับเคลื่อนแนวคิด “Green Meeting” โดยประเทศไทยและศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) ซึ่งเป็นศูนย์การประชุมที่ได้รับมาตรฐานอาคารเขียว มุ่งมั่นจัดการประชุมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม

ดร.วินิจ กล่าวว่า การเป็นเจ้าภาพ 2026 IMF–World Bank Group Annual Meetings ไม่ได้สะท้อนเพียงความพร้อมของประเทศไทยในการจัดงานระดับโลก แต่ยังเป็นโอกาสในการแสดงให้เห็นถึงแนวทางการจัดงานที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน โดยคณะผู้จัดการประชุมได้มุ่งส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียน ควบคู่กับการยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงานและลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล เพื่อให้สอดคล้องหลักการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ในเรื่องพลังงานสะอาดที่เข้าถึงได้ จึงนำรถยนต์ไฟฟ้ามาให้บริการและอำนวยความสะดวกด้านการเดินทาง สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการใช้พลังงานสะอาดขับเคลื่อนการประชุมระดับโลกสู่อนาคตที่ยั่งยืน

สำหรับ รายละเอียดการจัดประชุมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีดังนี้

ด้านยานพาหนะไฟฟ้าอำนวยความสะดวก รถยนต์ไฟฟ้าที่นำมาให้บริการรวมทั้งหมดประมาณ 320 คัน แบ่งเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคลสำหรับบุคคลสำคัญสูงสุด (VVIP) และผู้นำประเทศ ประมาณ 20 คัน รถยนต์นั่งส่วนบุคคลสำหรับผู้ว่าการ (Governor Car) ประมาณ 200 คัน รถเวียนสาธารณะ (Shuttle Bus) สำหรับผู้เข้าร่วมประชุม ไปยังโรงแรมที่พัก ห้างสรรพสินค้า และสถานที่ท่องเที่ยวชั้นนำ ประมาณ 100 คัน

การจัดให้บริการรถยนต์ไฟฟ้า รวมกว่า 320 คัน สำหรับผู้เข้าร่วมประชุม ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 95.8 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO₂eq) หรือเทียบเท่าการปลูกต้นไม้ใหญ่กว่า 9,580 ต้นในหนึ่งปี

ในการคำนวณการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการเปลี่ยนมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) แทนยานยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) มีปัจจัยสำคัญคือระยะทางรวมที่วิ่งจริง และค่าการปล่อยคาร์บอนต่อกิโลเมตร ของยานพาหนะแต่ละประเภท

รถยนต์ไฟฟ้าที่เตรียมไว้บริการในการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569

สมมติฐานและค่าอ้างอิงในการคำนวณ

ระยะทางต่อเที่ยว (ไป-กลับ)

  • โรงแรมทางการ – ศูนย์ฯ สิริกิติ์: ระยะทางประมาณ 6 กม./เที่ยว  ไป-กลับ = 12 กม.
  • สุวรรณภูมิ – โรงแรมทางการ: ระยะทางประมาณ 28 กม./เที่ยว  ไป-กลับ = 56 กม.

จำนวนรอบการวิ่งต่อวัน (ประมาณการตามช่วงเวลาให้บริการ)

  • รถยนต์นั่ง: วิ่งช่วง 07.00–08.30 น. (1.5 ชม.) และ 17.30–20.00 น. (2.5 ชม.)
    รวม 4 ชม./วัน  วิ่งได้ประมาณ 2 รอบไป-กลับ/คัน/วัน
  • รถบัส (สนามบินสุวรรณภูมิ – โรงแรมทางการ): วิ่ง 06.00–24.00 น. (18 ชม.)
     วิ่งได้ประมาณ 4 รอบไป-กลับ/คัน/วัน
  • รถบัส (โรงแรมทางการ – ศูนย์ฯ สิริกิติ์): วิ่ง 06.00–22.00 น. (16 ชม.)  วิ่งได้ประมาณ 8 รอบไป-กลับ/คัน/วัน

ส่วนต่างการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Net Emission Reduction):(คำนวณจากการลดลงของไอเสีย ICE หักลบด้วย คาร์บอนจากการผลิตไฟฟ้าเพื่อชาร์จ EV ตามค่า Grid Emission Factor ของไทย)

  • รถยนต์นั่งส่วนบุคคล: ลดลงสุทธิประมาณ 120 กรัม CO2eq/กม. (0.12 kg CO2eq/กม.)
  • รถบัสโดยสาร: ลดลงสุทธิประมาณ 800 กรัม CO2eq/กม. (0.80 kg CO2eq/กม.)

นอกจากการสนับสนุนการใช้ยานพาหนะไฟฟ้า (EV) เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางสำหรับผู้ร่วมประชุมแล้ว ประเทศไทยมุ่งมั่นยกระดับอุตสาหกรรม MICE สู่มาตรฐานความยั่งยืนระดับสากล ผ่านแนวคิด Green Meeting ยังมีการบริหารจัดการขยะอย่างครบวงจรโดยนำขยะอาหาร (Food Waste) ไปแปรรูปเป็นปุ๋ยอินทรีย์ การลดใช้กระดาษด้วยระบบประชุมดิจิทัล Paperless และลดใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งครั้งเดียวทิ้ง (Single-use Plastics) ) ในส่วนการจัดเลี้ยงทั้งหมด

ทั้งนี้ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เป็นต้นแบบศูนย์การประชุมสีเขียวระดับนานาชาติ ที่ได้รับการออกแบบและบริหารจัดการให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม ครอบคลุมตั้งแต่การสร้างอาคารประหยัดพลังงาน การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบประชุมดิจิทัลไร้กระดาษ ลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง ในส่วนการจัดเลี้ยง และการบริหารจัดการขยะอย่างครบวงจรและแปรรูปขยะอาหาร 

มาตรฐานอาคารเขียวสากลและการอนุรักษ์พลังงาน (Green Building & Energy Conservation) 

  • อาคาร QSNCC ได้รับการออกแบบตามแนวคิดประหยัดพลังงานที่มีประสิทธิภาพและได้รับการรับรองมาตรฐาน LEED-NC v4 ในระดับ Silver
  • ติดตั้งระบบ Building Automation System (BAS) บริหารจัดการกระบวนการวิศวกรรมอาคารและดูแลการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคุมอุณหภูมิภายในห้องจัดงานให้อยู่ที่ไม่ต่ำกว่า 25°C เพื่อประหยัดพลังงานไฟฟ้า
  • ใช้หลอดไฟ LED ทั่วทั้งอาคาร ช่วยลดพลังงานในระบบส่องสว่างลงกว่า 40% เมื่อเทียบกับมาตรฐาน ASHRAE 90.1-2010 พร้อมระบบปรับความสว่างในพื้นที่ส่วนกลางตามแสงธรรมชาติโดยอัตโนมัติ
  • ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนชั้นดาดฟ้าลดการใช้ไฟฟ้าจากแหล่งผลิตภายนอกได้ประมาณ 3%

ระบบประชุมดิจิทัลและการลดใช้กระดาษ (Paperless & Digital Meetings)

  • ใช้ระบบลงทะเบียนเข้างานแบบอิเล็กทรอนิกส์ และใช้นวัตกรรมสื่อการตลาดแบบดิจิทัลทดแทนการใช้กระดาษ
  • ตั้งค่าเป็นระบบจัดพิมพ์เอกสารสองด้าน พร้อมจัดจุดรวบรวมกระดาษที่ใช้แล้ว เพื่อส่งเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร

การจัดเลี้ยงยั่งยืนและการลดพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Sustainable Catering & Single-use Plastics Reduction)

  • คัดสรรวัตถุดิบและเครื่องปรุงจากชุมชนท้องถิ่น เพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชนและลดรอยเท้าคาร์บอนจากการขนส่ง
  • ใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและลดการใช้พลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง โดยเลือกใช้บรรจุภัณฑ์และผลิตภัณฑ์ที่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ แทนการใช้พลาสติก หรือโฟม

การบริหารจัดการขยะครบวงจรและการจัดการขยะอาหาร (Comprehensive Waste & Food Waste Management)

  • ส่งเสริมการคัดแยกขยะ 5 ประเภท โดยจัดเตรียมถังขยะแยกประเภทที่มีสีและฉลากชัดเจน ทั้งส่วนสำนักงานและการจัดงาน ได้แก่ ขยะเปียก ขยะทั่วไป ขยะรีไซเคิล ขยะอันตราย และขยะอิเล็กทรอนิกส์
  • นำขยะที่ไม่สามารถรีไซเคิลได้ไปแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงขยะ (Refuse Derived Fuel: RDF) เพื่อลดปริมาณขยะฝังกลบให้มากที่สุด
  • ติดตั้งเครื่องกำจัดขยะเศษอาหารที่สามารถแปรรูปเศษอาหารให้เป็นสารอินทรีย์สำหรับปุ๋ยบำรุงพืช และส่วนผสมของอาหารสัตว์แทนการส่งไปยังบ่อฝังกลบ รวมทั้งส่งต่อเศษอาหารให้พันธมิตรนำไปแปรรูปเป็นอาหารสัตว์
  • รณรงค์นำอาหารส่วนที่เหลือจากการจัดงานที่ยังคุณภาพดีแจกจ่ายให้แก่ชุมชนใกล้เคียง