เมืองไทยประกันชีวิต ชี้ไทยเผชิญวิกฤติสังคมสูงวัย-ออมไม่พอ ชูนวัตกรรมแบบประกัน มุ่งสร้างความยั่งยืน “Lifespan – Healthspan – Wealthspan”

เมืองไทยประกันชีวิต ประกาศยกระดับการสร้าง Longevity Ecosystem ครั้งสำคัญ เปิดตัว “Muang Thai Flexi Retire Series” แบบประกันบำนาญยุคใหม่ ยืดหยุ่นและออกแบบได้ในทุกความเป็นคุณ พร้อมผนึกพันธมิตรด้าน Senior Living และ Nursing Home ทั่วประเทศ เสริมแกร่งครบวงจร

เมืองไทยประกันชีวิต เดินหน้าสร้างประสบการณ์ใหม่ครั้งสำคัญ ตอกย้ำจุดยืนการเป็นพันธมิตรดูแลลูกค้าตลอดช่วงชีวิต ประกาศยกระดับ Longevity Ecosystem ครบวงจร รับสังคมสูงวัยระดับสุดยอด พร้อมเปิดตัว “Muang Thai Flexi Retire Series” ประกันบำนาญยุคใหม่ ตัวช่วยวางแผนเกษียณที่ยืดหยุ่นได้ในทุกความเป็นคุณ และจับมือพันธมิตรด้าน Senior Living และ Nursing Home  ทั่วประเทศ เพื่อมุ่งสร้างชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพให้แก่คนไทย 

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ฉายภาพความท้าทายของประเทศไทยในยุคสังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) เผยสถิติคนไทยเสี่ยง “แก่จน” และออมเงินไม่เพียงพอต่อการเกษียณ พร้อมปรับบทบาทการดำเนินธุรกิจ นำหลักการ ESG เข้ามาผสมผสานในกรมธรรม์และการลงทุน เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิต สุขภาพ และความมั่นคงทางการเงินของคนไทยในระยะยาว

นายสาระกล่าวว่า โครงสร้างประชากรไทยกำลังเผชิญความท้าทายอย่างหนัก จากอัตราการเกิดที่ลดลงจนประชากรไม่เติบโต รวมถึงความเปลี่ยนแปลงด้านมุมมองความคิดในแต่ละเจนเนอเรชั่น ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีและ AI เข้ามาดิสรัปต์ ทักษะการทำงานอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้แรงงานเสี่ยงต่อการล้าหลังหากไม่มีการรีสกิลหรืออัพสกิล

นอกจากนี้ ยังพบปัญหาใหญ่ทางเศรษฐกิจและสังคมที่สำคัญ ได้แก่:

  • ความเสี่ยงหลังเกษียณ: รายได้หลังเกษียณของคนไทยอาจไม่เพียงพอ โดยสถิติชี้ว่าประชากรแรงงานกว่า 30% มีเงินไม่พอใช้ และมากกว่า 60% มีเงินออมน้อยกว่า 200,000 บาท
  • อายุงานสั้นลง: คนไทยส่วนใหญ่เกษียณอายุการทำงานเร็วขึ้นที่อายุประมาณ 55-60 ปี ซึ่งเร็วกว่ากลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว (OECD)
  • ความเหลื่อมล้ำทางสังคม: ช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจน (Social Gap) และความไม่เท่าเทียมยังคงเป็นประเด็นสำคัญ
  • การขาดความรู้ทางการเงินและสุขภาพ (Financial & Health Literacy): คนไทยจำนวนมากยังขาดระบบการออมเงินที่ดี รวมถึงเข้าถึงข้อมูลด้านสุขภาพที่สับสนและหลากหลาย

นายสาระชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างของ 3 มิติสำคัญ ได้แก่

  1. Lifespan (อายุขัย): คนไทยมีอายุขัยเฉลี่ยยาวนานขึ้น (ประมาณ 82 ปี)
  2. Healthspan (ช่วงชีวิตที่มีสุขภาพดี): พบว่าคนทั่วไปมักมีช่วงเวลาป่วยเป็นโรคร้ายแรง ทุพพลภาพ หรืออัลไซเมอร์ ก่อนเสียชีวิตเฉลี่ยยาวนานถึง 10-11 ปี ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ต้องช่วยกันบีบช่องว่างนี้ให้แคบลง เพื่อให้ผู้สูงอายุมีชีวิตที่ยาวนานอย่างมีคุณภาพ
  3. Wealthspan (ช่วงชีวิตที่มีความมั่นคงทางการเงิน): เป็นมิติที่สังคมไทยพูดถึงน้อย แต่สำคัญที่สุด เพราะการออมเงินที่ไม่สัมพันธ์กับอายุขัยที่ยาวขึ้น จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตและภาวะเศรษฐกิจในภาพรวม

จากการที่ประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายจากโครงสร้างประชากร ทั้งการลดลงของวัยแรงงาน รวมถึงความเสี่ยงด้านเงินออมที่ไม่เพียงพอหลังเกษียณและค่ารักษาพยาบาลที่สูงขึ้น เมืองไทยประกันชีวิต ในฐานะองค์กรที่เคียงข้างสังคมไทยมาตลอด 75 ปี จึงมุ่งขยายบทบาทจากการให้ความคุ้มครองชีวิตและสุขภาพ สู่การขับเคลื่อน Longevity Ecosystem อย่างเต็มรูปแบบ โดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางในการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์และบริการ มุ่งเน้นการสร้างความสมดุลใน 3 มิติสำคัญ เพื่อให้การมีอายุที่ยืนยาวเป็นชีวิตที่มีคุณภาพและพึ่งพาตนเองได้ ได้แก่ การมีช่วงชีวิตที่ยืนยาวขึ้น (Lifespan) การส่งเสริมให้มีสุขภาพที่แข็งแรงยาวนานขึ้น (Healthspan) และการมีความมั่นคงทางการเงินที่เพียงพอตลอดชีวิต (Wealthspan)

นายสาระกล่าวว่า การขับเคลื่อนแนวคิด ESG (Environmental, Social, and Governance)ของเมืองไทยประกันชีวิตไม่ใช่เพียงการทำ CSR แต่เป็นการแทรกซึมลงธุรกิจประกันชีวิต ทั้งในด้านการออกกรมธรรม์และการลงทุน

บริษัทฯ มุ่งพัฒนาแบบประกันชีวิตที่ตอบโจทย์ตามพฤติกรรมและความต้องการของแต่ละกลุ่มบุคคล ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยเน้นการสร้างสมดุลระหว่าง Healthspan (การดูแลสุขภาพและการคุ้มครองโรคร้ายแรง) และ Wealthspan (การออมและการวางแผนทางการเงินหลังเกษียณ) เพื่อให้คนไทยสามารถ “อยู่ยาวอย่างสบายใจ” และก้าวผ่านวิกฤตสังคมสูงวัยได้อย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ เพื่อตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นและลงมือทำจริงในการตอบรับโลกยุคใหม่ ล่าสุดบริษัทฯ ได้เปิดตัว “Muang Thai Flexi Retire Series” แบบประกันบำนาญที่ออกแบบมาให้ยืดหยุ่นสูง เพื่อให้ลูกค้าสามารถวางแผนการเกษียณได้ตามไลฟ์สไตล์ของตนเอง ควบคู่ไปกับการผนึกกำลังร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรด้านการดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยระยะพักฟื้น (Senior Living และ Nursing Home) ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อส่งมอบการดูแลที่ครบวงจรตั้งแต่การวางแผนทางการเงินไปจนถึงการบริการด้านสุขภาพ ตอกย้ำจุดยืนในการเป็นพันธมิตรที่ช่วยดูแลลูกค้าตลอดช่วงชีวิต และตอบโจทย์การมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ (Longevity is  a Trend)

โดย “Muang Thai Flexi Retire Series” ถือเป็นนวัตกรรมใหม่ของแบบประกันบำนาญ ที่ถูกยกระดับให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น และถูกออกแบบให้เป็นหนึ่งในตัวช่วยวางแผนอนาคตเพื่อชีวิตที่ยืนยาวได้เป็นอย่างดี เลือกได้ว่าจะจ่ายเบี้ยประกันแบบไหน จ่ายครั้งเดียว จ่ายสั้น 5 ปี หรือจ่ายสบาย ๆ จนถึงอายุที่กำหนดครบอายุ 55 60 หรือ 65 ปี  เลือกได้ว่าจะรับเงินบำนาญตอนไหน ตอนครบอายุ 55 60 65 หรือ 70 ปี หากเลือกไปแล้วเปลี่ยนใจก็สามารถปรับเปลี่ยนแผนเกษียณได้ไม่ต้องกังวล ไม่ต้องจ่ายเบี้ยประกันภัยเพิ่มเติม ไม่ต้องมีการพิจารณารับประกันภัยใหม่ เลือกได้ว่าอยากรับประกันบำนาญแบบไหน แบบรายปี หรือรายเดือน  หมดกังวลเรื่องเงินเฟ้อพร้อมรับเงินบำนาญสูงขึ้นแบบขั้นบันไดตามช่วงอายุ หรือสามารถเลือกรับเงินบำนาญงวดแรกเป็นเงินก้อน 30% และใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 200,000 บาท  หมดกังวลเรื่องปัญหาสุขภาพเพราะเป็นแบบประกันภัยที่สามารถพิจารณารับประกันภัยแบบการันตีไม่ตรวจสุขภาพ  

สำหรับแบบประกันภัย Muang Thai Flexi Retire Series ประกอบด้วย “เฟล็กซี่ รีไทร์ โปร 90/1” ดี 55, 60, 65, 70 (บำนาญแบบลดหย่อนได้) หรือ “เฟล็กซี่ รีไทร์ เน็กซ์ 90/1” ดี 55, 60, 65, 70 (บำนาญแบบลดหย่อนได้) จ่ายเบี้ยครั้งเดียวเลือกออกแบบการรับเงินบำนาญได้ตามไลฟ์สไตล์   “เฟล็กซี่ รีไทร์ 90/5”  ดี 55, 60, 65  บำนาญปรับได้ตามใจเลือกออกแบบการรับเงินบำนาญได้ตามไลฟ์สไตล์ “เฟล็กซี่ รีไทร์ 9055, 9060, 9065 (บำนาญแบบลดหย่อนได้) เริ่มขายตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569

นายสาระ กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อเป็นการสร้าง Longevity Ecosystem ที่ครบวงจรมากยิ่งขึ้น เมืองไทยประกันชีวิต ยังได้ขยายเครือข่ายพันธมิตร Senior Ecosystem ในการดูแลกลุ่มผู้สูงอายุที่ครอบคลุมทุกรูปแบบการใช้ชีวิตอย่างเข้าใจ เข้าถึง และเติมเต็มชีวิตให้มีความอุ่นใจ มีคุณภาพชีวิตที่ดีและยั่งยืนมากยิ่งขึ้น พร้อมผนึกกำลังกับพันธมิตรด้านการดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยระยะพักฟื้น (Senior Living และ Nursing Home) จำนวน 44 แห่งครอบคลุมทั่วประเทศ ในการร่วมยกระดับคุณภาพชีวิตสำหรับสังคมผู้สูงวัย โดยผู้ถือกรมธรรม์ประกันภัยบำนาญของเมืองไทยประกันชีวิต ในกรณีที่เข้าใช้บริการบ้านพักผู้สูงอายุ สามารถแจ้งความประสงค์ให้จ่ายเงินบำนาญให้กับสถานบริการบ้านผู้สูงอายุที่เป็นเครือข่ายพันธมิตรได้โดยตรง พร้อมเตรียมขยายสิทธิดังกล่าวไปยังผู้ถือกรมธรรม์สะสมทรัพย์เร็ว ๆ นี้  

นอกจากนี้ ลูกค้าของเมืองไทยประกันชีวิต ยังได้รับสิทธิพิเศษและบริการที่หลากหลายจากพันธมิตร ครอบคลุมทั้ง โครงการที่อยู่อาศัยแนวคิดใหม่เพื่อผู้สูงวัยที่ยังกระฉับกระเฉง แต่ต้องการสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพและสะดวกสบาย รวมถึงที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงวัย และผู้ป่วยที่ต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง โดยทีมพยาบาลและผู้ดูแลมืออาชีพ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกและการดูแลด้านสุขภาพอย่างครบครัน บริการรถรับ-ส่งพร้อมผู้ดูแล สำหรับผู้สูงวัย ผู้ป่วย และผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ ไปพบแพทย์ เดินทางสะดวก ปลอดภัย อุ่นใจทุกเส้นทางด้วยทีมดูแลมืออาชีพ และโรงพยาบาลดูแลผู้ป่วยระยะท้าย เน้นการบรรเทาอาการเจ็บป่วยให้สบายใจใกล้ชิดครอบครัว 

“เมืองไทยประกันชีวิตยังคงยึดมั่นในการยกระดับองค์กร เพื่อตอบโจทย์ความมั่นคงทางการเงินและสุขภาพของลูกค้าในทุกช่วงชีวิต การขับเคลื่อน Longevity Ecosystem ควบคู่กับการเปิดตัว Muang Thai Flexi Retire Series และการผนึกกำลังกับพันธมิตรที่ครอบคลุมในครั้งนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์และบริการ แต่คือเจตนารมณ์อันมุ่งมั่นในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการวางแผนเกษียณที่แข็งแกร่ง เพื่อยืนหยัดเป็นหลักประกันอันมั่นคง และร่วมขับเคลื่อนสังคมไทยสู่การมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพและยั่งยืนในทุกยุคสมัย” นายสาระ กล่าว

หมายเหตุ :

– เงื่อนไขความคุ้มครองเป็นไปตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์

– การพิจารณารับประกันภัยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของบริษัทฯ

– เฉพาะแบบประกันภัยที่เข้าเงื่อนไขเท่านั้น

– เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

– การเปลี่ยนแปลงอายุเริ่มรับบำนาญ สามารถทำได้เฉพาะ แบบประกันภัยภัยเฟล็กซี่ รีไทร์ โปร 90/1 ดี55 ดี60 ดี65 ดี70 (บำนาญแบบลดหย่อนได้) แบบประกันภัยภัยเฟล็กซี่ รีไทร์ เน็กซ์  90/1 ดี55 ดี60 ดี65 ดี70 (บำนาญแบบลดหย่อนได้) และ แบบประกันภัยภัยเฟล็กซี่ รีไทร์  90/5 ดี55 ดี60 ดี65 (บำนาญแบบลดหย่อนได้) เท่านั้น

– การเปลี่ยนแปลงอายุเริ่มรับบำนาญ สามารถทำได้หลังจากชำระเบี้ยประกันครบแล้ว โดยต้องแจ้งล่วงหน้า 30 วันทำการ  และมีค่าดำเนินการ 300 บาท

– หากมีการเปลี่ยนแปลงอายุรับบำนาญ จะมีผลให้จำนวนเงินเอาประกันภัยมีการเปลี่ยนแปลง

– เบี้ยประกันภัยสามารถนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ ทั้งนี้ หลักเกณฑ์เป็นไปตามที่กรมสรรพากร กำหนด

คำเตือน : ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจในรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง