เคทีซีชี้เจ้าของยุคใหม่วางแผน Pet Longevity ให้สัตว์เลี้ยง – ค่าใช้จ่ายรพ.สัตว์โต 15%

ข่าวประชาสัมพันธ์

นางสาวสิรีรัตน์ คอวนิช ผู้บริหารสูงสุด ฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต “เคทีซี”

เคทีซีเผยยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในหมวดสัตว์เลี้ยงช่วงเดือนมกราคม–สิงหาคม 2569 เติบโต 11% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยหมวดโรงพยาบาลสัตว์เติบโต 15% สะท้อนการใช้จ่ายด้านสุขภาพสัตว์เลี้ยงที่เพิ่มขึ้น พร้อมร่วมกับโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ และเพ็ทจีนเอ็กซ์ (PetGeneX) เปิดเวทีเสวนา KTC FIT Talk ครั้งที่ 27 ในหัวข้อ “สัตว์เลี้ยงก็มีหัวใจ: เมื่อ Pet Longevity เปลี่ยนจากรักษา สู่การดูแลที่ออกแบบเพื่อสัตว์แต่ละตัว” ให้ความรู้เรื่องการดูแลระยะยาว ตั้งแต่การตรวจสุขภาพและคัดกรองความเสี่ยง ไปจนถึงการฝากเก็บเซลล์ต้นกำเนิดและการดูแลเฉพาะตัว ชวนเจ้าของวางแผนให้สัตว์เลี้ยงมีอายุยืนควบคู่กับคุณภาพชีวิตที่ดี

สาระสำคัญจากเวทีเสวนาครั้งนี้คือ แนวโน้มการดูแลสัตว์เลี้ยงในระยะยาว ต้องผสานการป้องกัน การตรวจพบความผิดปกติให้เร็ว การวินิจฉัย และการเลือกแนวทางที่เหมาะกับสัตว์แต่ละตัว ควบคู่กับการเตรียมค่าใช้จ่ายและปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนเลือกเทคโนโลยี เพื่อให้เจ้าของพร้อมดูแลเมื่อความต้องการเปลี่ยนไปตามวัย และให้ทุกปีที่อยู่ร่วมกันเป็นช่วงชีวิตที่มีคุณภาพ

นางสาวสิรีรัตน์ คอวนิช ผู้บริหารสูงสุด ฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต “เคทีซี” กล่าวว่า “บทบาทของเคทีซีไม่ได้มีเพียงการมอบสิทธิประโยชน์ แต่ต้องการเชื่อมโยงสมาชิกกับองค์ความรู้ พันธมิตร และบริการที่ช่วยให้สามารถวางแผนดูแลสัตว์เลี้ยงได้อย่างเหมาะสม เพราะ Pet Longevity ไม่ได้เริ่มต้นในวันที่สัตว์เลี้ยงป่วย แต่เริ่มจากการลงมือดูแลตั้งแต่วันที่เขายังแข็งแรง ข้อมูลการใช้จ่ายช่วยให้เคทีซีเข้าใจความต้องการของสมาชิกในหมวดสัตว์เลี้ยงมากขึ้น จึงร่วมกับพันธมิตรนำองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญมาเปิดมุมมองการดูแล เพื่อให้สมาชิกเข้าใจทางเลือกและวางแผนได้เหมาะสม โดยช่วงเดือนมกราคม–สิงหาคม 2569 ยอดใช้จ่ายหมวดสัตว์เลี้ยงผ่านบัตรเครดิตเคทีซีเติบโต 11% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน หมวดโรงพยาบาลสัตว์เติบโต 15% และร้านจำหน่ายสินค้าและบริการเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงเติบโต 8% ขณะที่ภาพรวมของเคทีซีเติบโตสูงกว่าตลาดประมาณ 8% สะท้อนว่าสมาชิกให้ความสำคัญกับสุขภาพและคุณภาพชีวิตระยะยาวของสัตว์เลี้ยงมากขึ้น” 

เวทีเสวนา KTC FIT Talk ครั้งที่ 27 ในหัวข้อ “สัตว์เลี้ยงก็มีหัวใจ: เมื่อ Pet Longevity เปลี่ยนจากรักษา สู่การดูแลที่ออกแบบเพื่อสัตว์แต่ละตัว”

รศ. ดร. ปริญญา น้อยสา อาจารย์ประจำสาขาเทคโนโลยีชีวภาพ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี และผู้ร่วมก่อตั้งเพ็ทจีนเอ็กซ์ กล่าวว่า “หัวใจของการดูแลสัตว์เลี้ยงให้อายุยืนอย่างมีคุณภาพ คือการวางแผนตามสุขภาพและความเสี่ยงของสัตว์แต่ละตัว การดูแลทางสัตวแพทย์เฉพาะตัว (Personalized Veterinary Medicine) จึงเชื่อมตั้งแต่การป้องกัน การตรวจติดตาม ไปจนถึงการเลือกแนวทางรักษาที่เหมาะสมมากขึ้นในอนาคต เซลล์ต้นกำเนิด (Stem Cell) มีบทบาทในเวชศาสตร์ฟื้นฟู เช่น การดูแลสุนัขที่มีภาวะข้อเสื่อม และช่วยให้การเคลื่อนไหวดีขึ้น นอกจากนี้ยังมีการศึกษากับการบาดเจ็บของเส้นเอ็น การซ่อมแซมเนื้อเยื่อ โรคที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบหรือภูมิคุ้มกันบางประเภท รวมถึงโรคไตเรื้อรังในแมว และภาวะที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาทหรือไขสันหลัง แต่การนำมาใช้ต้องพิจารณาตามข้อบ่งชี้และการประเมินของสัตวแพทย์เป็นรายกรณี ไม่ใช่แนวทางที่เหมาะกับสัตว์เลี้ยงทุกตัว”

ด้าน ดร.พงศกร กันหอม นักวิจัยด้านเทคโนโลยีชีวภาพ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี และผู้ร่วมก่อตั้งเพ็ทจีนเอ็กซ์ อธิบายว่า “การฝากเก็บ Stem Cell คือการเก็บทรัพยากรทางชีวภาพของสัตว์เลี้ยงไว้ตั้งแต่วันที่ยังพร้อม ไม่ได้หมายความว่าจะต้องนำมาใช้ หรือสามารถรักษาได้ทุกโรค แต่เป็นการเก็บทางเลือกไว้สำหรับอนาคต  คุณภาพของเซลล์อาจเปลี่ยนแปลงเมื่อสัตว์เลี้ยงมีอายุมากขึ้น การเก็บในช่วงที่ยังแข็งแรงจึงมีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมทรัพยากรไว้ โดยการนำมาใช้ในอนาคตยังขึ้นอยู่กับความเหมาะสมทางการแพทย์”

“สำหรับเอ็กโซโซม (Exosome) เป็นอนุภาคขนาดเล็กที่มีบทบาทในการสื่อสารระหว่างเซลล์ และได้รับความสนใจในการศึกษาด้านการลดการอักเสบ การสมานแผล และการฟื้นฟูเนื้อเยื่อ แต่เจ้าของควรแยกคำว่า “มีศักยภาพ” ออกจาก “เป็นมาตรฐานการรักษา” แม้งานวิจัยหลายด้านให้ผลน่าสนใจ แต่การนำ Exosome มาใช้ยังต้องพิจารณาหลักฐาน ความปลอดภัย และความเหมาะสมของสัตว์แต่ละราย ไม่ใช่ทุกเทคโนโลยีจะเหมาะกับทุกตัว”

สพ.ญ.นวพร ชวนปรีชา ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและลูกค้าสัมพันธ์ โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ กล่าวว่า “โรงพยาบาลเห็นจำนวนสัตว์เลี้ยงที่เข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปีเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนความสนใจของเจ้าของในการดูแลเชิงป้องกัน ในอดีตเจ้าของมักพาสัตว์เลี้ยงมาพบสัตวแพทย์เมื่อมีอาการชัดเจน แต่วันนี้หลายคนเริ่มถามว่า จะทำอย่างไรให้น้องแข็งแรงและมีคุณภาพชีวิตที่ดีไปได้นานที่สุด เราจึงเห็นความสนใจในการตรวจสุขภาพประจำปีและการคัดกรองเชิงป้องกันเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความท้าทายคือสัตว์เลี้ยงไม่สามารถบอกได้ว่าเริ่มเจ็บปวด หรือรู้สึกผิดปกติตรงไหน ขณะที่หลายโรคในสัตว์สูงวัย เช่น โรคข้อเสื่อม โรคไตเรื้อรัง โรคหัวใจ เบาหวาน เนื้องอกและมะเร็ง รวมถึงภาวะสมองเสื่อม อาจค่อยๆพัฒนาโดยเจ้าของยังไม่สังเกตเห็นอาการในระยะแรก การตรวจสุขภาพตามวัย จึงช่วยเพิ่มโอกาสในการพบความผิดปกติและวางแผนดูแลได้เร็วขึ้น”

โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อมองว่า Personalized Care ไม่ได้หมายถึงการเลือกใช้เทคโนโลยีใหม่ที่สุด แต่คือการรวบรวมข้อมูลทั้งอายุ สายพันธุ์ วิถีชีวิต ประวัติสุขภาพ พฤติกรรม ผลตรวจ โรคร่วม และการตอบสนองต่อการรักษา เพื่อออกแบบแผนที่เหมาะกับผู้ป่วยแต่ละราย นวัตกรรมจะมีคุณค่าก็ต่อเมื่อใช้กับผู้ป่วยที่เหมาะสม และติดตามผลอย่างต่อเนื่อง เพราะ Pet Longevity ไม่ได้วัดว่าจะยืดอายุสัตว์เลี้ยงได้อีกกี่ปี แต่ในปีที่เพิ่มขึ้นนั้นสัตว์เลี้ยงยังกินได้ เดินได้ ทำสิ่งที่ชอบ และมีความสุขกับครอบครัวได้หรือไม่”

นางสาวพิมพ์ประไพ น้อยรอด เจ้าของเพจTama.theshiba เล่าว่า “ประสบการณ์ที่น้องทามะเคยมีปัญหาสุขภาพ จึงหันมาให้ความสำคัญกับการตรวจสุขภาพตามช่วงวัย อาหาร น้ำหนัก การออกกำลังกายและการสังเกตพฤติกรรมในชีวิตประจำวันของน้องมากขึ้น และทำให้ตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อม จึงตัดสินใจฝากเก็บเซลล์ต้นกำเนิดเพื่อเตรียมอีกหนึ่งทางเลือกในวันที่ยังมีโอกาส โดยไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องนำมาใช้ เราแค่อยากให้ทามะอยู่กับเราไปนานๆ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าจำนวนปี คือการที่เขายังสามารถกิน เดิน เล่น และมีความสุขได้ในทุกวัน อย่ารอให้เขาป่วยแล้วค่อยคิดเรื่องสุขภาพ เพราะวันที่เขายังแข็งแรงอาจเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเริ่มวางแผน”