ชาวอเมริกันนับล้านเดินขบวน No King ประท้วงนโยบายทรัมป์

ผู้ประท้วงเดินขบวนในซานฟรานซิสโก ที่มาภาพ: https://www.npr.org/sections/the-picture-show/2025/10/18/nx-s1-5577704/photos-no-kings-protests

วันเสาร์ที่ 18 ตุลาคม 2568 ตามเวลาสหรัฐฯ ชาวอเมริกันทั่วประเทศเกือบ 7 ล้านคนออกมาเดินขบวนเพื่อประท้วงนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

การประท้วงครั้งนี้ซึ่งมีตั้งแต่เมืองใหญ่ไปจนถึงเมืองเล็กๆ ในชนบท และในชุมชน เป็นส่วนหนึ่งของการเดินขบวน “No Kings” กว่า 2,700 จุดใน 50 รัฐทั่วประเทศ ทั้งที่ไทม์สแควร์ในนิวยอร์กซิตี้ สวนสาธารณะบอสตันคอมมอนในบอสตัน และแกรนท์พาร์คในชิคาโก ด้านนอกอาคารรัฐสภาในรัฐเทนเนสซีและอินเดียนา และที่ศาลในเมืองบิลลิงส์ รัฐมอนแทนา รวมถึงตามสถานที่สาธารณะขนาดเล็กอีกหลายร้อยแห่ง โดยรวมแล้วใหญ่กว่าการประท้วงระลอกแรกเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้วเพื่อประท้วงสิ่งที่ผู้จัดงานเรียกว่า “วาระเผด็จการ” ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

พวกเขากล่าวว่าประธานาธิบดีได้ละเมิดกฎหมายหลายฉบับเพื่อดำเนินนโยบาย และเรียกร้องให้ชาวอเมริกันประท้วงการกระทำเหล่านั้นอย่างสันติ

การชุมนุมครั้งแรกในเดือนมิถุนายน ซึ่งมีประชาชนทั่วประเทศราว 5 ล้านคนออกมาเดินขบวนประท้วงรัฐบาลทรัมป์ที่จัดการสวนสนามเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 250 ปีของกองทัพสหรัฐฯ ในกรุงวอชิงตัน ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 79 ปีของทรัมป์ นักวิจารณ์กล่าวว่าทรัมป์ผลักดันให้ขบวนพาเหรดอลังการไม่ใช่เพื่อรำลึกถึงกองทัพ แต่เพื่อแสดงความทนงตัวเองของเขาเอง

กลุ่ม No Kings ระบุว่าได้บรรลุเป้าหมายแล้วในเดือนมิถุนายน และพร้อมที่จะส่งแถลงการณ์อีกครั้งไปยังทำเนียบขาว

“No Kings” เป็นเครือข่ายองค์กรก้าวหน้าที่เคลื่อนไหวต่อสู้กับวาระของทรัมป์

“ในเดือนมิถุนายน เราได้ทำสิ่งที่หลายคนอ้างว่าเป็นไปไม่ได้ นั่นคือการระดมพลผู้คนหลายล้านคนอย่างสันติให้ออกมาเดินขบวนตามท้องถนนและประกาศเป็นเสียงเดียวกันว่า อเมริกาไม่มีกษัตริย์” กลุ่ม No Kings ระบุบนเว็บไซต์

ในวันเสาร์ผู้จัดงานและเจ้าหน้าที่กล่าวว่า มีประชาชนเกือบ 7 ล้านคนเข้าร่วมการชุมนุม ซึ่งรวมถึงประชาชนกว่า 100,000 คนในนิวยอร์ก นอกจากกิจกรรมขนาดใหญ่ในเมืองใหญ่แล้ว กลุ่มผู้ประท้วง “No Kings” ขนาดเล็กยังรวมตัวกันตามถนนสายหลักที่พลุกพล่าน ในจัตุรัสเมืองเล็กๆ และสวนสาธารณะของเทศบาลในรัฐที่สนับสนุนพรรครีพับลิกันและพรรครีพับลิกัน

ผู้ประท้วงใส่ชุดกบเป่าลมที่พอร์ตแลนด์ ที่มาภาพ:https://oregoncapitalchronicle.com/2025/10/18/tens-of-thousands-protest-across-oregon-as-part-of-no-kings-day/

เหตุผลของการประท้วง คือ ผู้ประท้วงมีความไม่พอใจต่อนโยบายต่างๆ ของทรัมป์ แต่ประเด็นสำคัญบางประเด็นกลับกลายเป็นประเด็นหลัก ทั้งภัยคุกคามต่อประชาธิปไตย การบุกจู่โจมของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐอเมริกา (U.S. Immigration and Customs Enforcement -ICE)  และการส่งกองกำลังป้องกันชาติ (National Guards) หรือกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิของสหรัฐฯไปยังเมืองต่างๆ ของสหรัฐอเมริกาของรัฐบาล และการตัดงบประมาณโครงการของรัฐบาลกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านสาธารณสุข

ผู้เดินขบวนในวันเสาร์แสดงความกังวลเกี่ยวกับการใช้กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิเพื่อควบคุมเมือง การบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมือง และ “การทุจริตและความโหดร้าย” จากรัฐบาลทรัมป์

“ประธานาธิบดีคิดว่าการปกครองของเขาเป็นการปกครองแบบเบ็ดเสร็จ แต่ในอเมริกา เราไม่มีกษัตริย์ และเราจะไม่ยอมถอยต่อความวุ่นวาย การคอร์รัปชัน และความโหดร้าย” เว็บไซต์ No Kings ระบุ

ป้ายประท้วงโครงการประกันสุขภาพ ที่มาภาพ:https://www.npr.org/sections/the-picture-show/2025/10/18/nx-s1-5577704/photos-no-kings-protests

“ผู้คนหลายล้านคนที่ออกมาประท้วงมีจุดร่วมอยู่ที่ความรักอันแรงกล้าที่มีต่อประเทศของเรา ซึ่งเป็นประเทศที่เราเชื่อว่าควรค่าแก่การต่อสู้” เคที เบเธลล์ ผู้อำนวยการบริหารของ MoveOn กลุ่มรณรงค์ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มพันธมิตรขนาดใหญ่ กล่าว

ผู้ประท้วงกล่าวว่าพวกเขารู้สึกโกรธแค้นต่อการปราบปรามผู้อพยพผิดกฎหมายของรัฐบาลทรัมป์ และการส่งกองกำลังป้องกันชาติไปยังลอสแอนเจลิส

นับแต่นั้นมา ทรัมป์ ซึ่งกลับเข้าทำเนียบขาวในเดือนมกราคม ได้สั่งให้กองกำลังป้องกันชาติเข้าประจำการในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. และเมมฟิส การส่งส่งกองกำลังป้องกันชาติไปยังชิคาโกและพอร์ตแลนด์ตามแผนยังคงถูกศาลสั่งระงับไว้

ผู้ประท้วงยังไม่พอใจต่อการโจมตีสื่อ การดำเนินคดีกับฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองของทรัมป์ และการกระทำอื่นๆ อีกมากที่พวกเขามองว่าเป็นการใช้อำนาจเผด็จการ

ตำรวจกล่าวว่าการชุมนุมที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่เป็นไปอย่างเรียบร้อย โดยเมืองใหญ่หลายแห่งไม่มีรายงานเหตุการณ์หรือการจับกุมที่เกี่ยวข้องกับการประท้วง ทั้งชิคาโก ลอสแองเจลิส ฮูสตัน บอสตัน แอตแลนตา พอร์ตแลนด์ โอเรกอน และออสติน ที่มีผู้คนออกมาจำนวนมาก

ตุ๊กตาเป่าลมรูปทรัมป์น้อย ที่มาภาพ:https://apnews.com/article/no-kings-rallies-demonstrations-trump-4baa5de2fab057a0e6ab726f5d7747fd

ในชิคาโกซึ่งเป็นศูนย์กลางการปราบปรามผู้อพยพของทรัมป์ ประชาชนหลายพันคนรวมตัวกันพร้อมป้ายที่ทำเองและโปสเตอร์ “Hands Off Chicago” โบกธงชาติอเมริกันกลับหัว พร้อมด้วยธงเม็กซิกันและธงไพรด์ (Pride) ส่วนหนึ่ง ผู้ประท้วงบอกกับ CNN ว่าการบุกจับผู้อพยพ การตัดงบประมาณ Medicaid(Medicaid เป็นโปรแกรมประกันสุขภาพร่วมของรัฐบาลกลางและรัฐบาลรัฐที่ให้ความคุ้มครองแก่ผู้มีรายได้น้อยและคนพิการ) และนโยบายอื่นๆ ล้วนเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เกิดการประท้วงเมื่อวันเสาร์

ที่ลอสแอนเจลิส ผู้ประท้วงในชุดเป่าลมโบกธงชาติอเมริกันกระจายตัวอยู่ตามท้องถนนในลอสแอนเจลิส เพื่อโต้แย้งคำอธิบายของประธานาธิบดีเกี่ยวกับการประท้วง “ผมคิดว่ามันไม่เข้าเค้าที่จะเรียกบางสิ่งว่าเป็นเขตสงคราม เมื่อเห็นอยู่แล้วว่ามันเป็นเพียงงานปาร์ตี้ริมถนนและผู้คนในชุดฮาโลวีน” ผู้ประท้วงคนหนึ่งกล่าวกับ CNN

มีผู้ประท้วงอย่างน้อยหนึ่งคนถือธงโจรสลัดจากการ์ตูนเรื่อง One Piece จากญี่ปุ่นยอดนิยมปี 1997 ธงนี้กลับมามีชีวิตอีกครั้งในฐานะสัญลักษณ์ของขบวนการประท้วงที่นำโดยเยาวชนในเอเชีย

ที่วอชิงตัน ดี.ซี. พนักงานรัฐบาลทั้งปัจจุบันและอดีตได้ออกมารวมตัวกันที่ถนนเพนซิลเวเนียอเวนิวในวันที่การปิดหน่วยงานรัฐบาลล่วงเข้าสู่วันที่ 18 เพื่อเรียกร้องให้ลดวาทกรรมทางการเมืองลง พนักงานรัฐบาลที่ถูกพักงานคนหนึ่งซึ่งออกมาประท้วงเมื่อวันเสาร์ บอกกับ CNN ว่าเธอนอนไม่หลับเพราะกังวลเกี่ยวกับงานและค่าใช้จ่ายที่รออยู่

ในนิวยอร์กซิตี้ บริเวณไทม์สแควร์ที่พลุกพล่านอยู่แล้ว ฝูงชนผู้ประท้วงได้ต่อแถวยาวไปหลายช่วงตึก ขณะที่การชุมนุมเคลื่อนตัวไปยังโลเวอร์แมนฮัตตัน ผู้ประท้วงคนหนึ่งบอกกับ CNN ว่าเธอร่วมประท้วงมาตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1960 โดยถือป้ายที่มีข้อความว่า “เราประท้วงเพราะเรารักอเมริกา และเราต้องการมันกลับคืนมา”

ขณะเดียวกันผู้ประท้วงถือป้ายที่มีข้อความว่า “ต่อต้านพวกฟาสซิสต์ผู้ทรยศ” และ “ไม่มีมงกุฎ ไม่มีกษัตริย์” ซึ่งป้ายดังกล่าวก็ล้นเข้าไปในฝูงชนที่เข้าชมการแสดงรอบบ่ายของบรอดเวย์

“ประธานาธิบดีคนนี้เป็นความเสื่อมเสีย และฉันหวังว่าจะมีคนนับล้านอยู่บนท้องถนนในวันนี้” สเตฟานี เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลวัย 36 ปีที่ไม่ได้เปิดเผยนามสกุล กล่าวกับ AFP ในเขตควีนส์ รัฐนิวยอร์ก ซึ่งมีผู้คนหลายร้อยคนมารวมตัวกันแล้วในช่วงเช้า

การประท้วงที่เบอร์ลิงตัน ที่มาภาพ:https://apnews.com/article/no-kings-rallies-demonstrations-trump-4baa5de2fab057a0e6ab726f5d7747fd

ที่แอตแลนตา เมืองหลวงของรัฐจอร์เจีย ผู้ประท้วงได้รวมตัวกันเพื่อรำลึกถึงสิทธิพลเมืองที่ตกทอดกันมาและหยั่งรากลึกของเมือง การเดินขบวนในวันเสาร์ที่ผ่านมาได้กำหนดทิศทางอันทรงพลังสำหรับวันประท้วงระดับชาติ ซึ่งเป็นการเรียกร้องอย่างสงบแต่เร่งด่วนเพื่อปกป้องประชาธิปไตย ปฏิเสธความเกลียดชัง และสืบสานสิ่งที่ส่งต่อของผู้ที่มาเดินขบวนก่อนหน้านี้

อย่างไรก็ตามมีเหตุการณ์ขึ้นบ้างในบางจุด เมื่อบางคนเล็งเป้าไปที่ผู้ประท้วง โดยผู้หญิงคนหนึ่งในเซาท์แคโรไลนาถูกจับกุมในข้อหาชักปืนขณะขับรถใกล้กับการชุมนุม และคลิปวิดีโอแสดงให้เห็นว่าชายคนหนึ่งในจอร์เจียกำลังแย่งธงของผู้ประท้วงและผลักผู้ประท้วงอีกคนลงกับพื้น

ที่มินนิโซตา ผู้คนหลายพันคนออกมาเดินขบวนประท้วงตามท้องถนนทั่วชุมชนหลายสิบแห่ง โดย ทีน่า สมิธ วุฒิสมาชิกรัฐมินนิโซตา ปรากฏตัวในการประท้วงที่มินนีแอโพลิส

“ฉันไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนเลย” สมิธกล่าว “มันเป็นความรู้สึกรภูมิใจในชาติและรักชาติ และนั่นคือรากฐานของการดำรงอยู่ของประชาธิปไตย”

ผู้คนมากกว่า 1,500 คนรวมตัวกันในเมืองเบอร์มิงแฮม รัฐแอละแบมา เพื่อรำลึกและอ้างอิงประวัติศาสตร์การประท้วงของเมืองและบทบาทสำคัญของการประท้วงที่มีต่อขบวนการสิทธิพลเมืองเมื่อสองชั่วอายุคนก่อนอย่างเปิดเผย

ในซานฟรานซิสโก ผู้คนหลายร้อยคนยืนเรียงเป็นคำว่า “No Kings” และคำอื่นๆ ที่ด้วยบนหาดโอเชียนบีช ผู้ประท้วงจากซอลต์เลกซิตีรวมตัวกันหน้าอาคารรัฐสภารัฐยูทาห์เพื่อแบ่งปันข้อความแห่งความหวังและการเยียวยา หลังจากผู้ประท้วงคนหนึ่งถูกยิงเสียชีวิตระหว่างการเดินขบวน “No Kings” ครั้งแรกของเมืองในเดือนมิถุนายน

ผู้คนหลายหมื่นคนรวมตัวกันที่เมืองพอร์ตแลนด์เพื่อร่วมการชุมนุมอย่างสันติในย่านใจกลางเมือง และในวันเดียวกันความตึงเครียดเกิดขึ้นเมื่อผู้ประท้วงและกลุ่มต่อต้านการประท้วงหลายร้อยคนปรากฏตัวที่อาคารสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรของสหรัฐอเมริกา โดยเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางยิงแก๊สน้ำตาเพื่อสลายการชุมนุม และตำรวจเมืองขู่ว่าจะจับกุมหากผู้ประท้วงปิดกั้นถนน

อาคารแห่งนี้เป็นจุดประท้วงขนาดเล็กของการประท้วงส่วนใหญ่ในยามค่ำคืนนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นเหตุผลที่รัฐบาลทรัมป์อ้างถึงความพยายามส่งกองกำลังรักษาดินแดนแห่งชาติเข้าเมืองพอร์ตแลนด์ ซึ่งผู้พิพากษารัฐบาลกลางได้สั่งระงับการชุมนุมไว้ชั่วคราว

ผู้จัดงานบอกกับ CBS News ว่า มีผู้คนมากกว่า 10,000 คนปรากฏตัวที่ Lafitte Greenway เพื่อร่วมการชุมนุม No King New Orleans เมื่อถามถึงวิธีการนับจำนวน ผู้จัดงานตอบว่าอิงจากการตอบรับคำเชิญทางออนไลน์และวิธีการนับจำนวนฝูงชนภาคพื้นดินอื่น ๆ

การประท้วงที่เทนเนสซี ที่มาภาพ:https://tennesseelookout.com/2025/10/18/across-tennessee-no-kings-protesters-push-back-on-trump-administration-policies/

ขณะที่ชาวเทนเนสซีหลายพันคนกำลังชุมนุม เดินขบวน และประท้วงนโยบายของรัฐบาลทรัมป์ในเมืองต่างๆ กว่า 33 แห่งในเทนเนสซี ซึ่งเป็นตัวแทนของทั้งสามเขตการปกครองของรัฐ รวมถึงเมืองเมมฟิส ซึ่งกองกำลังป้องกันชาติและเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานเฉพาะกิจของรัฐบาลกลางกำลังเข้ายึดครองเมือง

การประท้วงยังมีขึ้นในที่อื่น ๆ นอกเหนือสหรัฐอเมริกา โดยฝูงชนรวมตัวกันหน้าสถานทูตสหรัฐอเมริกาในเบอร์ลิน โรม ปารีส สวีเดน มาดริดและบาร์เซโลนา เพื่อแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับผู้ประท้วงในสหรัฐอเมริกา ภาพถ่ายแสดงให้เห็นว่าพวกเขาถือป้ายประณามลัทธิฟาสซิสต์และเผด็จการ

แม้ว่ารัฐบาลทรัมป์และสมาชิกพรรครีพับลิกันบางคนจะมองว่าการประท้วงต่อต้านทรัมป์เป็นผลงานของ “กลุ่มหัวรุนแรงฝ่ายซ้าย” แต่องค์กรที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ “No Kings” หรือ Indivisible Project ระบุว่าพวกเขามุ่งมั่นที่จะ “ไม่ใช้ความรุนแรง” และได้ฝึกอบรมประชาชนหลายหมื่นคนในด้านความปลอดภัยและการลดความรุนแรง ผู้จัดงานบางคนกล่าวว่า เรื่องนี้กลายเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งท่ามกลางความรุนแรงทางการเมืองที่เพิ่มสูงขึ้นทั่วประเทศ

ทรัมป์ใช้เวลาช่วงสุดสัปดาห์ที่บ้านของเขาในมาร์-อา-ลาโกในรัฐฟลอริดา

“พวกเขาบอกว่าเรียกผมว่ากษัตริย์ ผมไม่ใช่กษัตริย์” ทรัมป์กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับฟ็อกซ์นิวส์ที่ออกอากาศเมื่อเช้าวันศุกร์ ก่อนที่เขาจะออกเดินทางเพื่อระดมทุน 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ให้กับ MAGA Inc. ที่คลับของเขา

ต่อมาในวันศุกร์ บัญชีโซเชียลมีเดียของแคมเปญหาเสียงของทรัมป์ได้ล้อเลียนการประท้วงด้วยการโพสต์วิดีโอที่สร้างด้วยคอมพิวเตอร์ ซึ่งแสดงให้เห็นประธานาธิบดีแต่งกายเหมือนกษัตริย์ สวมมงกุฎ และโบกมือจากระเบียง

หุ้นล้อเลียนทรัมป์ว่าเป็นกษัตริย์ที่มาภาพ: https://www.mainstreetdailynews.com/news/second-no-kings-rally-gainesville-2

ด้านตัวแทนระดับสูงอย่างไมค์ จอห์นสัน ประธานสภาผู้แทนราษฎร ไม่เห็นด้วยกับกิจกรรมนี้ โดยจอห์นสันบอกว่าเป็น “การชุมนุมประท้วงด้วยความเกลียดชังอเมริกา”

“ซึ่งก็จะได้กลุ่มมาร์กซิสต์ กลุ่มสังคมนิยม กลุ่มต่อต้านฟาสซิสต์ กลุ่มอนาธิปไตย และกลุ่มสนับสนุนฮามาสของพรรคเดโมแครตฝ่ายซ้ายจัดมาเข้าร่วมกัน” จอห์นสันกล่าวกับผู้สื่อข่าว

ทอม เอ็มเมอร์ สมาชิกสภานิติบัญญัติจากพรรครีพับลิกัน ก็ใช้คำว่า “เกลียดอเมริกา” และเรียกผู้เข้าร่วมว่า “กลุ่มก่อการร้าย” ของพรรคเดโมแครต เกล็นน์ ยังกิน ผู้ว่าการรัฐเวอร์จิเนีย ได้สั่งการให้กองกำลังป้องกันชาติ ปฏิบัติหน้าที่ และประกาศ “เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างมาก” ก่อนการจัดกิจกรรมจะเริ่มขึ้น และกล่าวว่าผู้ประท้วงมีสิทธิเสรีภาพในการพูด แต่ “ไม่รวมถึงการทำลายทรัพย์สิน การปล้นสะดม การทำลายทรัพย์สิน การก่อกวนการจราจร หรือความรุนแรงใดๆ ซึ่งเป็นการกระทำที่รับไม่ได้” เกร็ก แอ็บบอตต์ ผู้ว่าการรัฐเท็กซัส กล่าวว่า กองกำลังป้องกันชาติและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสาธารณะจะถูกส่งตัวไปยังออสตินเพื่อรับมือกับการประท้วง

สมาชิกพรรคเดโมแครตชั้นนำ เช่น ชัค ชูเมอร์ ผู้นำเสียงข้างน้อยในวุฒิสภา และเบอร์นี แซนเดอร์ส วุฒิสมาชิกอิสระ ก็เข้าร่วมในสิ่งที่ผู้จัดงานมองว่าเป็นการแก้ไขต่อการกระทำของทรัมป์ ตั้งแต่การปราบปรามเสรีภาพในการพูดของรัฐบาล ไปจนถึงการบุกจับผู้อพยพในลักษณะของทหาร

ชัค ชูเมอร์ วุฒิสมาชิกพรรคเดโมแครตชั้นนำ หนุนให้ผู้ประท้วงแสดงความคิดเห็นของตน

แซนเดอร์สกล่าวขณะปราศรัยต่อฝูงชนจากเวทีในกรุงวอชิงตัน “ขอขอบคุณชาวอเมริกันหลายล้านคนที่ออกมารวมตัวกันในชุมชนเล็กๆ และเมืองใหญ่ทั่วประเทศ เพื่อประกาศอย่างกล้าหาญและเสียงดังว่า “ไม่มีกษัตริย์อีกต่อไป ในอเมริกา พวกเราประชาชนจะปกครอง”

การประท้วงครั้งนี้นับเป็นการระดมคนครั้งใหญ่ครั้งที่สามนับตั้งแต่ทรัมป์กลับเข้าทำเนียบขาว และเกิดขึ้นในช่วงที่รัฐบาลต้องปิดทำการ ซึ่งไม่เพียงแต่ทำให้โครงการและบริการของรัฐบาลกลางต้องปิดลงเท่านั้น แต่ยังทดสอบความสมดุลของอำนาจหลักอีกด้วย ขณะที่ฝ่ายบริหารที่แข็งกร้าวเผชิญหน้ากับรัฐสภาและศาลในลักษณะที่ผู้จัดการประท้วงเตือนว่ากำลังก้าวไปสู่ลัทธิเผด็จการ

เรียบเรียงจาก