แฉพฤติกรรมแก๊งมิจฉาชีพ “นักสัมมนา” กินฟรี – ขโมยอาหารกลับบ้าน – ล่าของที่ระลึก

ถ้าใครที่ได้อ่านหนังสือ“สดุดี (คนอื่น)” ของม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล ตอนหนึ่งที่เขียนเรื่องประชุมผู้ถือหุ้น ได้กล่าวถึงปรากฏการณ์ที่แปลกมากว่า”มีคนซื้อหุ้น 100 หุ้นกันเต็มไปหมด ผมเองก็ซื้อหุ้น 100 หุ้นในบริษัทที่ผมสนใจ 10-20 บริษัทแล้วพยายามไปประชุม เพราะนึกว่าคนอื่นก็ทำอย่างนั้น แต่สงสัยเข้าใจผิด…มีหลายบริษัททำพลาดไป ตั้งใจเอาใจผู้ถือหุ้น เลี้ยงข้าวเลี้ยงอาหารอย่างดี แจกของชำร่วย… มีทานข้าวเช้า ถึงเวลาก็เชิญเข้าห้องประชุม ก็ไม่เข้ารอข้างนอก 2-3 ชั่วโมงก็ประชุมเสร็จ บริษัทมีแจกคูปองกินอาหารบุฟเฟ่ต์กลางวันอย่างจริงจังฟรีอีกด้วย ผู้ถือหุ้นเหล่านั้นไปนั่งกินกันเต็มห้องอาหาร จะว่าไปเขามาหาข้าวกินเฉยๆ… ผมลองคิดเล่นๆว่าถ้าปีหน้ามีคน 50,000 คน ซื้อคนละหุ้นแล้วมากินข้าว อยากรู้จริงๆว่าบริษัทจะทำอย่างไร…”

ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่มีแต่การประชุมผู้ถือหุ้นเท่านั้น ในช่วงที่ผ่านมาสำนักข่าวออนไลน์ไทยพับลิก้า ได้จัดงานสัมมนา โดยเปิดให้ผู้สนใจเข้าฟังฟรี เพื่อให้ผู้สนใจได้รับทราบข้อมูลข้อเท็จจริงในประเด็นต่างๆ ตามหัวข้อเสวนา ล่าสุดทางทีมงานได้รับแจ้งจากกลุ่มป้องกันนักสัมมนา (ตัวปลอม) เข้าร่วมงานสัมมนา โดยให้ข้อมูลพฤติกรรมพร้อมรายละเอียดทั้งชื่อและภาพ ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้จัดงานงานสัมมนาได้ระมัดระวังป้องกันกลุ่มมิจฉาชีพกลุ่มนี้

สำหรับข้อมูลได้จากการรวบรวมประสบการณ์ตรงของผู้จัดงานหลายราย เจ้าหน้าที่โรงแรม และจากอดีตนักสัมมนาผู้กลับใจหลายราย โดยข้อมูลตามรายงานของกลุ่มที่ติดตามพฤติกรรมกลุ่มมิจฉาชีพนักสัมมนานี้ได้ระบุว่า ตามโรงแรมฯ ศูนย์ประชุมฯ หรือสถานที่จัดงานต่างๆ เมื่อมีการจัดงานสัมมนา งานเสวนา งานประชุมวิชาการ งานแถลงข่าว การฝึกอบรม ฯลฯ มักจะมีนักสัมมนาจำนวนมากแอบอ้าง เช่น เป็นผู้บริหาร ผู้จัดการ พนักงาน เจ้าของกิจการ ผู้ประกอบการ ที่ปรึกษา ผู้สื่อข่าว เป็นต้น ของบริษัทที่ตั้งชื่อขึ้นเอง ไม่มีตัวตน หรือถ้ามีตัวตนก็ไม่ได้เป็นพนักงานจริง หรือใช้เล่ห์กลทุกอย่างในการเข้ามาในงาน เพื่อเอาของที่ระลึก ถล่มกินของว่าง และถล่มกินอาหารกลางวันฟรี

“พฤติกรรมของคนกลุ่มนี้บางคนก็จะตักอาหารมาตุนมากๆ แล้วเลือกมุมที่นั่ง และหาจังหวะที่เหมาะสม แอบเทใส่ถุงที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าชนิดดูไม่ทัน เอากลับไปกินต่อที่บ้านและฝากคนที่บ้านอย่างมืออาชีพ ทำให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาตัวจริงอาหารไม่พอทาน จนผู้จัดงานและทางโรงแรมโดนตำหนิ ซึ่งนักสัมมนาคนอื่นเมื่อเห็นว่าทำแล้วปลอดภัย ไม่ถูกลงโทษ ไม่ถูกปรับ ก็จะทำบ้าง เพียงแค่อาศัยจังหวะ มุมที่นั่ง ความไว เวลาที่พนักงานเผลอไม่ทันเห็น บางครั้งถึงพนักงานจะเห็น ก็ไม่กล้าดำเนินการอะไร ได้เพียงแต่บอกให้เพื่อนพนักงานรับทราบเท่านั้น”

“บางคนตักอาหารมาตุนมากๆ เพื่อหาจังหวะในการเทใส่ถุง แต่ถ้าพนักงานจำหน้าได้ หรือเห็นผิดสังเกตแล้วมายืนจับตามองอยู่ใกล้ๆ ก็จะไม่กล้าเท พวกนี้ sense ไวมาก แต่บางคนก็ไม่สนใจ เพราะถึงเห็นก็ไม่กล้าทำอะไร สุดท้ายเมื่อกินอิ่มแล้วก็จะทิ้งผลงานเป็นอาหารที่ตุนไว้มากๆ บนโต๊ะอาหารให้ดูต่างหน้าเพราะกินไม่หมด เหล่านี้เป็นการสร้างความเสียหายให้กับผู้จัดงานและทางโรงแรม หรือเจ้าของสถานที่ เป็นอย่างมาก แต่บางคนจะไม่ใช้วิธีในการตักอาหารมาตุนมากๆ เพราะอาจโดนพนักงานจับตามอง จะใช้วิธีตักอาหารมาพอควร แล้วหาจังหวะเทใส่ถุง แล้วจะเดินตักอาหารใหม่อีก จะทำเช่นนี้ซ้ำๆ หลายๆ รอบ”

กลุ่มที่ติดตามพฤติกรรมกลุ่มมิจฉาชีพนี้ได้ระบุต่อว่า “งานไหน หากมีนักสัมมนาเข้ามามั่วเป็นจำนวนมาก ตอนปล่อยพักทานอาหารกลางวัน หรือพักเบรกช่วงเช้า จะสังเกตเห็นเหล่านักสัมมนาเดินอย่างเร่งรีบเรียงแถวเข้ามาตักอาหารเป็นกลุ่มแรก โดยจะแข่งกันจ้วงตักอาหารที่แพงๆ ดีๆ มาตุนกันมากๆ จนผู้เข้าสัมมนาตัวจริงที่เข้าแถวมาทีหลังไม่ได้กิน เหลือแต่อาหารที่ไม่ค่อยมีคนกิน หรือไม่อร่อย ปรากฎการณ์นี้นักสัมมนาบางคนที่ตักไม่ทันจะโกรธมาก และบ่นว่าเป็นปรากฎการณ์ แร้งลง”

นอกจากนี้ นักสัมมนาบางคน ถ้างานไหนเป็นงานครึ่งวันเช้าและกำหนดการไม่ได้ลงอาหารกลางวันไว้ ก็จะทำตัวเป็นกองหน้า เข้าไปลงทะเบียนเพื่อเอาของที่ระลึกก่อน แล้วรีบดูกำหนดในเอกสารที่แจก หากมีอาหารกลางวัน หรือมีการแจกคูปองอาหารกลางวัน ก็จะรีบโทรตามเพื่อนนักสัมมนามาสมทบอีกจำนวนมาก เพื่อกินอาหารกลางวันฟรี บางคนเวลาเบรค ชาซอง ครีมเทียมซอง น้ำตาลซอง ก็ไม่เว้น กวาดมือไปแต่ละครั้งจะรวบมาหลายๆ ซอง ถ้าเป็นชาซองจะชอบมาก เพราะราคาสูง แล้วเก็บใส่กระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ต หรือกระเป๋ากางเกงดุจนักมายากล รวมทั้งกระดาษทิชชู (อย่างดี) ก็เก็บไปด้วย

นักสัมมนาบางคนเห็นของที่ละลึกที่แจกมีค่า เช่น กระเป๋าเอกสาร เสื้อยืด สมุดโน้ต แฟลชไดรฟ์ แก้วน้ำ กระติกน้ำ กระเป๋าผ้า ถุงผ้า เป็นต้น ก็จะเข้ามาวนลงทะเบียนใหม่ เพื่อเอาของที่ระลึกอีก โดยคิดว่าเจ้าหน้าที่ลงทะเบียนคงจำหน้าไม่ได้ หรือไปลงทะเบียนกับเจ้าหน้าที่ท่านอื่น ถ้ามีหลายคน พร้อมกับโทรตามเรียกคนอื่นมาลงทะเบียนเอาของที่ระลึกด้วย

งานสัมมนาจัดโดยสำนักข่าวออนไลน์ไทยพับลิก้า
งานสัมมนาจัดโดยสำนักข่าวออนไลน์ไทยพับลิก้า

นักสัมมนาบางคนจะสำรองที่นั่งไว้หลายๆ ชื่อ โดยอาจมีชื่อจริง 1 ชื่อ นอกนั้นเป็นชื่อปลอมที่สมมติขึ้น ทำให้ที่นั่งเต็ม เพื่อวนเซ็นเอาของที่ระลึกมากๆ หรือถ้าได้รับเป็นคูปองอาหารหลายใบ ก็จะเอาไว้แจกพรรคพวกที่สำรองที่นั่งไว้ไม่ทัน หรือบางคนจะใช้ชื่อ-นามสกุลจริงในการสมัครลงทะเบียนอย่างน้อย 1 ชื่อ นอกนั้นจะใช้ชื่อ-นามสกุลปลอม เพื่อเผื่อไว้ว่า ในบางงานจะเบิกค่าเดินทางได้ ซึ่งจะเตรียมสำเนาบัตรประชาชนติดตัวไว้พร้อมตลอดเวลา เพื่อประกอบในการเบิก จึงจำเป็นต้องใช้ชื่อ-นามสกุลจริง หรือบางงานจะให้แสดงบัตรประชาชนในการลงทะเบียนด้วย เพื่อป้องกันการใช้ชื่อ-นามสกุลปลอมสมัครลงทะเบียนหลายชื่อ จะเห็นได้ว่า นักสัมมนาเหล่านี้จะมีการเตรียมพร้อมอยู่เสมอ

“บางคนวันไหนเจอหลายๆ งาน ก็จะสำรองที่นั่งไว้ทุกงาน แล้วออกจากบ้านแต่เช้าตรู่ ตระเวนไปทุกๆ ที่เพื่อเอาของที่ระลึก แล้วเลือกกินอาหารกลางวันในที่ที่ดีที่สุด บางกลุ่มวันไหนเจอหลายๆ งานก็จะสำรองที่นั่งไว้ทุกงาน แล้วกระจายกันไปในแต่ละงาน แล้วโทรบอกกันว่างานไหนให้ของที่ระลึกอะไรบ้าง ถ้างานไหนให้ดีก็จะแห่กันไปที่นั่น ถ้าให้ดีหลายๆ ที่ก็จะไปกันหลายๆ ที่ บางงาน หากมีการแจกของที่ระลึกที่มีค่า นักสัมมนาบางคนก็จะแข่งขันทำยอดเอาของที่ระลึก โดยใช้เล่ห์เหลี่ยมต่างๆ สารพัดแล้วเอามาอวดกัน ใครได้ของที่ระลึกมากๆ ก็จะถูกยกย่องว่าเป็นคนเก่ง แต่จะสร้างความเสียหายให้กับผู้จัดงานมาก”

บางคนไม่ได้สำรองที่นั่งไว้ก่อน แต่ทำฟอร์มเป็นมาแจ้งชื่อ เมื่อหาชื่อไม่พบ ก็จะมีข้ออ้าง เช่น ได้ส่งใบสมัครมาแล้ว, ลงทะเบียนออนไลน์แล้ว, คอนเฟิร์มกับเจ้าหน้าที่แล้ว เป็นต้น ผู้จัดงานก็มักจะให้ลงชื่อเพิ่ม เพราะคิดว่าเป็นความผิดพลาดของเครื่องแฟ็กซ์ หรือเช็คเมลที่ส่งมาได้ไม่ทั่วถึง และไหนๆ ก็มาถึงที่แล้ว ซึ่งใจดีแล้วคนพวกนี้ก็จะตอบแทนด้วยความเสียหายตามมาโดยไม่คาดคิด วิธีที่ดีที่สุดคือการปฏิเสธอย่างนิ่มนวลโดยให้เหตุผลว่าเต็มแล้ว ที่นั่งและคูปองอาหารมีจำนวนจำกัด เมื่อถูกปฎิเสธ ก็จะไปหาที่อื่นต่อทันที แต่บางคนก็จะเถียงชนิดหัวชนฝาเพื่อจะเข้างานให้ได้ ด่าจนเจ้าหน้าที่ร้องไห้เลยก็มี ในกรณีนี้ เจ้าหน้าที่ รปภ. จะเป็นตัวช่วยที่ดีที่สุด

บางคน หากไม่ได้ลงทะเบียนล่วงหน้ามาก่อน จะใช้วิธีเข้างาน หรือเอาของที่ระลึกดีๆ เพิ่ม โดยแกล้งทำเป็นเข้าไปดูรายชื่อ แล้วเซ็นชื่อคนอื่นแทน (ที่ยังไม่มา) จนเมื่อเจ้าของชื่อตัวจริงมาถึง จะเซ็นชื่อเพื่อลงทะเบียน ปรากฏว่ามีนักสัมมนาแอบอ้างเซ็นชื่อแทนให้แล้ว ต้องมีการขีดชื่อที่แอบอ้างเซ็นแทนนั้นทิ้ง แล้วเซ็นชื่อใหม่

บางคนหากวันที่ยังหางานไม่พบ ก็จะทำตัวเป็นหน่วยลาดตระเวน หรือกองหน้า ตระเวนไปตามโรงแรมต่างๆ ที่คิดว่าจะมีจัด โดยจะไปดูที่บอร์ดแจ้งรายชื่องานที่จัดเป็นอันดับแรก แล้ววิเคราะห์ว่างานไหนสามารถมั่วเข้างานได้บ้าง หากพบแล้วและลงทะเบียนหน้างานได้ หรือหาทางมั่วเข้างานได้ ก็จะโทรตามพรรคพวก

กลุ่มที่ติดตามพฤติกรรมกลุ่มมิจฉาชีพนี้ได้ระบุอีกว่า บางคนต้องการเป็นกูรูนักสัมมนา เพื่อให้เหล่านักสัมมนาด้วยกันยกย่องและนับถือ มีการติดตามหางานเองจากทุกๆ สื่อ และคอยถามข้อมูลจากนักสัมมนาด้วยกันว่าไปงานที่ไหนมาบ้าง มีแจกของที่ระลึกอะไรบ้าง หน่วยงานไหนเป็นคนจัด เลี้ยงข้าวดีไหม เจอนักสัมมนาใครบ้าง งานในวันต่อๆ ไปมีที่ไหนบ้าง เพื่อเป็นข้อมูลในเลือกไปงานในวันต่อๆ ไป

บางคนจะแอบมุดเข้าไปในห้องสัมมนาหรือห้องอาหารเลย แล้วแต่สถานการณ์และจังหวะที่เหมาะสม จะทำหน้านิ่งเหมือนคนทั่วไป ไม่สนใจอะไร ทำเนียนมาก โดยมีการประสานงานกับคนที่อยู่ในห้องแล้ว

กลุ่มที่ติดตามพฤติกรรมกลุ่มมิจฉาชีพนี้ได้ระบุต่อว่า “ในงานหนึ่ง ช่วงพักรับประทานอาหารกลางวัน ขณะที่กลุ่มนักสัมมนากำลังตะลุยถล่มกินอาหารกลางวันกันอย่างเต็มที่อยู่นั้น ก็มีนักสัมมนาอีกคนหนึ่งตักอาหารพูนจานเข้ามาร่วมโต๊ะด้วย มีนักสัมมนาคนหนึ่งทำหน้าสงสัยแล้วถามไปว่า เข้ามาได้อย่างไร งานนี้เขามีแจกคูปองสำหรับเข้าห้องอาหารด้วยนะ นักสัมมนาคนที่แอบมุดเข้ามาในห้องอาหารหัวเราะแล้วตอบไปอย่างภาคภูมิใจว่า เป็นแขกวีไอพี ไม่ต้องใช้คูปองหรอก”

หรือตัวอย่างอีกงานหนึ่ง ผู้จัดงานเปิดโอกาสให้ลงทะเบียนหน้างานได้ด้วย ปรากฏว่า เมื่อเวลาผ่านไป มีนักสัมมนาทยอยเข้ามาลงทะเบียนหน้างานอยู่เรื่อยๆ จนเอะใจว่า ทำไมอยู่ดีๆ มีคนสนใจเข้าร่วมงานมากผิดปกติ ทั้งที่แต่งตัวโทรมๆ คนแก่มากๆ ที่ไม่น่าจะเข้าร่วมงานแบบนี้แล้ว กว่าจะรู้ตัวว่าบุคคลเหล่านี้ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายของงาน แอบอ้างเข้างานเพื่อหวังประโยชน์อย่างอื่น เช่น กินข้าวกลางวันฟรี กินของว่างฟรี เอาของที่ระลึก เข้ามาสังสรรค์กินข้าวฟรีกันอย่างสนุกสนาน เป็นต้น ซึ่งผู้จัดงานไม่คาดคิดว่า จะมีกลุ่มคนเข้ามาหากินในงานแบบนี้ ทำให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น

กลุ่มที่ติดตามพฤติกรรมกลุ่มมิจฉาชีพนี้ได้แนะนำการป้องกันนักสัมมนาตัวปลอมด้วยการใช้เงื่อนไข 3 ประการ คือ 1. การจัดงานครึ่งวันบ่ายโดยไม่มีอาหารกลางวัน 2. แจกเฉพาะเอกสารประกอบงานสัมมนาเท่านั้น ไม่มีของที่ระลึก 3. มีการจัดของว่างเป็นชุดๆ โดยไม่ให้คีบเองเด็ดขาด รวมทั้งให้เจ้าหน้าที่โรงแรม ซึ่งจะเห็นคนพวกนี้บ่อยๆ และได้เห็นพฤติกรรมที่ไม่ดีเป็นประจำ เป็นผู้ช่วยตรวจสอบ

หลายๆ คนในหลายๆ งาน เจ้าหน้าที่จัดงาน หรือเจ้าหน้าที่สถานที่ จำหน้าได้ว่าเป็นนักสัมมนา ไม่ใช่ผู้เข้าสัมมนาตัวจริง ไม่เกี่ยวข้องกับงาน แอบอ้างมาเพื่อถล่มกินฟรี เอาของที่ระลึกฟรี เพราะเห็นบ่อยมาก และมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ก็จะเชิญออกจากห้องประชุม หรือห้องอาหารเลย ซึ่งเป็นสิทธิของผู้จัดหรือเจ้าของสถานที่ ที่สามารถดำเนินการได้ ซึ่งพวกนี้มักจะไม่เข็ด เว้นไปสักระยะ ให้เรื่องเงียบๆ ไป แล้วค่อยไปใหม่

“พนักงานห้องอาหารซึ่งยืนเก็บคูปองรับประทานอาหารกลางวันอยู่หน้าประตูจำหน้าได้ว่ามากันอีกแล้ว ซึ่งเห็นเกือบทุกวัน จึงพูดขึ้นว่า “มากันได้เกือบทุกวันเลยนะ ไม่มีอะไรทำกันหรือ” แต่พวกนี้ก็ไม่สนใจ”

บางคนทำเป็นหน้าดุ หน้าบึ้ง หน้าเคร่งขรึม เพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่หรือเจ้าของสถานที่ที่สงสัยว่าเป็นนักสัมมนาเพราะเห็นหน้าบ่อย หรือเห็นพฤติกรรมที่ไม่ดี ไม่กล้าเข้ามายุ่ง สอบถาม หรือเชิญออกจากงาน ซึ่งเป็นกลยุทธ์ในการเอาตัวรอดอย่างหนึ่ง

บางคนทำเป็นแกล้งจดเลคเชอร์ในขณะฟัง เพื่อให้เจ้าหน้าที่หรือเจ้าของสถานที่ที่สงสัยว่าเป็นนักสัมมนา เปลี่ยนความคิดว่าไม่ใช่นักสัมมนา และไม่กล้าเข้ามายุ่ง ซึ่งเป็นกลยุทธ์ในการเอาตัวรอดอีกอย่างหนึ่ง

บางคนแต่งตัวมอซอออกจากบ้าน เมื่อไปถึงสถานที่จัดงานจะรีบตรงเข้าห้องน้ำทันที เพื่อเปลี่ยนชุดสำหรับเข้างาน เมื่อลงทะเบียนเอาของที่ระลึกและกินอาหารกลางวันเสร็จแล้ว ก่อนกลับ ก็จะตรงเข้าห้องน้ำอีกครั้ง เพื่อเปลี่ยนชุดมอซอเหมือนเดิม แล้วออกจากสถานที่จัดงาน

นักสัมมนาบางคนจะใช้งานสัมมนาเป็นที่สังสรรค์ระหว่างเพื่อนนักสัมมนาด้วยกัน เพื่อพบปะกัน กินข้าวกลางวันกัน แลกเปลี่ยนข้อมูลกัน และมีนักสัมมนาหลายคนที่เป็นคู่สามีภรรยา ช่วยกันทำมาหากินจากงานสัมมนา ช่วยกันขโมยอาหาร หลอกล่อเอาค่าเดินทาง แยกกันไปลงทะเบียนในแต่ละงาน แล้วโทรบอกให้ไปสมทบในที่ที่ให้ของที่ระลึกดีๆ หรือที่เลี้ยงอาหารกลางวันดีๆ

นักสัมมนาเหล่านี้หางานได้เก่งมาก จากทุกๆ แหล่ง ทั้งจากเว็บไซต์ประชาสัมพันธ์งานต่างๆ เว็บไซต์ของหน่วยงานผู้จัดงาน เมล์เชิญร่วมงานจากผู้จัดงานที่เคยไปเข้างานในครั้งก่อนๆ รวมทั้งการแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน จนแทบจะรู้เกือบทุกงานที่จะมีการจัดในแต่ละวันแต่ละโรงแรม กลุ่มคนพวกนี้มีระดับการแต่งตัวหลายระดับ ทั้งระดับ ดี พอใช้ แย่ แย่มาก ปะปนกันไป แต่มีระดับพฤติกรรมเพียง 2 ระดับคือ แย่ และแย่มาก

งานเสวนาจัดโดยสำนักข่าวออนไลน์ไทยพับลิก้า
งานเสวนาจัดโดยสำนักข่าวออนไลน์ไทยพับลิก้า

พวกที่ใช้เมลฟรี เช่น hotmail, gmail, yahoo ฯลฯ ในการสมัครเข้าร่วมงาน มีความเสี่ยงสูงมากที่จะเป็นนักสัมมนา หากถามถึงเมลองค์กรที่ใช้ พวกนี้จะไม่มีให้

กลุ่มที่ติดตามพฤติกรรมกลุ่มมิจฉาชีพกล่าวย้ำว่า นี่คือภัยเงียบที่สร้างปัญหาให้กับผู้จัดงานและฝ่ายเจ้าของสถานที่อย่างไม่คาดคิด จึงขอแจ้งมาเพื่อโปรดมีมาตรการในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และแก้ไขความเสียหายที่จะเกิดขึ้นอย่างรัดกุมที่สุด ทั้งกับฝ่ายสถานที่ และผู้จัดงานฯ และทุกงานฯ ที่จะมีจัดในวันต่อๆ ไปในอนาคต อย่างสม่ำเสมอ หากเผลอหรือไม่ทันระวังตัวเมื่อไหร่ พวกนี้ก็จะตามมาสร้างความเสียหายเมื่อนั้นโดยไม่มีที่สิ้นสุด

รายชื่อ “นักล่า” งานสัมมนา

สำหรับรายชื่อนักสัมมนา เช่น

สมเกียรติ์ – คนมีอายุ ร่างสูงใหญ่ ผมขาว ชอบใส่เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาว (มอมแมมเล็กน้อย) บางครั้งมีสวมเสื้อแจ๊คเก็ตสีดำทับ กางเกงทำงาน เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว ชอบขโมยอาหาร ชอบเดินสายเอาของที่ระลึก

นพสิทธิ์ – ชายอ้วน ผมน้อย ชอบใส่เสื้อแบบคาเมลสีเทา กางเกงมีหลายกระเป๋า เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว ชอบลงทะเบียนหลายชื่อเพื่อเอาของที่ระลึกดีๆ หลายชิ้น ชอบเดินสายเอาของที่ระลึก กินเก่ง หางานเก่งมาก

กรวีร์สรวง – คนมีอายุ หัวล้าน ตาโปนเล็กน้อย ชอบใส่เสื้อเชิ๊ตแขนยาวสีพื้น กางเกงทำงาน ท่าทางเหมือนนักบริหาร ดูดี มักได้เข้างานโดยไม่มีใครสงสัย เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว กินเก่ง ทำฟอร์มดี หางานเก่งมาก

บุญชัย – คนมีปานที่คอถึงคาง บางครั้งใส่แว่น หน้าดุ ร่างสูงใหญ่ ผมเรียบแปล้ ชอบใส่เสื้อยืด กางเกงยีนส์ รองเท้าแตะ ตักอาหารไม่เกรงใจใคร กินจุมาก คู่หูนายกรวีร์สรวง

กุลวดี – หญิงมีอายุ ไว้ผมสั้นขาวยาวถึงบ่า มักรวบผม ผมค่อนข้างขาว ใส่แว่น รูปร่างท้วม หน้าดุ เป็นภรรยานายสมเกียรติ์ ชอบขโมยอาหาร หางานเก่งมาก

บุรินทร์ – หนุ่มวัยกลางคน ใส่แว่น ไว้จอนค่อนข้างหนา ผมดำ ชอบใส่เสื่อเชิ้ตแขนยาว กางเกงทำงาน ชอบแอบมุดเข้างาน กินจุมาก หางานเก่งมาก

สุวรรณา วัฒนฯ – หญิงวัยกลางคน ตัวเล็ก ตาโปนเล็กน้อย ไว้ผมบ๊อบสั้น ย้อมผมดำ ชอบแอบมุดเข้างาน คอยถามงานกับทุกคน

วิชัย จิรนันท์ฯ – หนุ่มวัยกลางคน สูงผอม ผมสีเลา (ผมขาวปนดำ) ตาโหลเล็กน้อย หางานเก่งมาก

มาลี – หญิงมีอายุ ผมสีเลา (ผมขาวปนดำ) ไว้ผมยาวถักเปียยาวถึงกลางหลัง ชอบใส่ชุดทำงาน ดูดี มักได้เข้างานโดยไม่มีใครสงสัย หน้าดุ กินเก่ง ทำฟอร์มดี

ศรีนวล – หญิงมีอายุ ใส่แว่น ไว้ผมบ๊อบสั้น ย้อมผมดำ ตาโปนเล็กน้อย ชอบใส่ชุดทำงาน กินเก่ง ถามงานกับทุกคน หางานเก่งมาก

พีระพล – มีอายุ ผมน้อย ผมขาวปนเทา รูปร่างสูงใหญ่ ผิวคล้ำ ลักษณะหน้าตา รูปร่าง สีผิว คล้ายนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ชอบใส่เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีพื้น กางเกงทำงาน ท่าทางเหมือนนักบริหาร ดูดี มักได้เข้างานโดยไม่มีใครสงสัย เสียงดัง ชอบแอบอ้างว่าเป็นที่ปรึกษา ใช้นามบัตรปลอม เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว ทำฟอร์มดี ทำเป็นคุยกับผู้สัมมนาตัวจริงเพื่อกลบเกลื่อนความผิด ชอบหลอกเอาค่าเดินทาง

จันทรา – เป็นภรรยานายพีระพล มีอายุ ผมยาว ย้อมผมดำ รูปร่างผอม ผิวขาว หน้าตาคล้ายตุ๊กตาบาร์บี้ (ตอนแก่) ชอบใส่ชุดทำงาน (สีดำ) ท่าทางเหมือนนักบริหาร เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว ทำฟอร์มดี ทำเป็นคุยกับผู้เข้าสัมมนาตัวจริงเพื่อกลบความผิด ชอบหลอกเอาค่าเดินทาง หางานเก่งมาก

คู่สามีภรรยา วี กับ ต้อย – วี สามีผิวค่อนข้างคล้ำ ไม่อ้วนไม่ผอม ไม่สูงไม่เตี้ย ยังหนุ่ม ผมดำ หน้าตาดี แต่งตัวดี ชอบใส่เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีทึบ กางเกงทำงาน ลักษณะเหมือนคนทำงาน ทำฟอร์มดี, ต้อย มีอายุมากกว่า ใส่แว่น ไว้ผมบ๊อบสั้น ผมย้อมดำ ผมมัน รูปร่างท้วม ค่อนข้างมีอายุ ใส่ชุดทำงาน ชอบใส่ผ้าปิดปากในห้องสัมมนา

เป็นต้น (และอีกมากมาย)

ทั้งนี้ลักษณะการแต่งตัวเหล่านี้อาจเปลี่ยนไป และมีการใช้ชื่อ-นามสกุลปลอม หากเจ้าตัวได้สืบทราบข้อมูลเหล่านี้แล้ว เพื่อไม่ให้โดนจับได้ว่าเป็นนักสัมมนา